นิยาม "ภาษาเพื่อการสื่อสาร"

สมัยนี้หลักสูตรภาษาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะภาษาอาเซียนทั้งหลาย ซึ่งภาษาเหล่านี้ไม่ใช่แค่ภาษาของประเทศในอาเซียนเท่านั้น แต่รวมไปถึงภาษาที่มีการใช้ในประเทศอาเซียนด้วย จึงนับรวมภาษาอังกฤษ จีน หรือจะรวม เกาหลี ญี่ปุ่นไปด้วยก็ได้เช่นกัน ในฐานะผู้ลงทุนรายใหญ่และมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมสูงมากในภูมิภาคนี้

หน่วยงานที่จัดการศึกษาหลายๆ หน่วยก็สร้างหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนขึ้นมาจำนวนมาก หลักสูตรที่มักจะถูกนำเสนอในช่วงแรกแรกๆ คือ หลักสูตรที่ระบุเป้าหมายของหลักสูตรไว้ในชื่อเลยว่า "เพื่อการสื่อสาร" เช่น ภาษาเขมรเพื่อการสื่อสาร ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร แม้เป้าหมายของหลักสูตรจะระบุว่า เพื่อการสื่อสาร แต่หากจะดูรายเนื้อหาและกิจกรรมแล้วจะเน้นไปที่บางทักษะเป็นพิเศษ

บทความนี้ต้องการชี้ให้ิเห็นถึง นิยามของคำว่า "เพื่อการสื่อสาร" สำหรับกลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไปของบางหน่วยงาน

เำพื่อการสื่อสาร คืออะไร
การจัดการเรียนการสอนจะต้องสร้างทั้งทักษะและเนื้อหา เนื้อหาดูจะเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน เป็นสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น ทักทาย สถานการณ์ในห้องเรียน การนับเลข การซื้อของ บอกวันเวลา บอกสถานที่ ฯลฯ

และผู้จัดการเรียนรู้ก็จะใช้เนื้อหาเหล่านี้พัฒนาทักษะพื้นฐานที่ใช้ในการสื่อสารทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน

แต่สิ่งที่พบเห็นในปัจจุบัน เนื้อหาวิชาภาษา"เพื่อการสื่อสาร" มีการเน้นกับบางทักษะเช่น ฟัง พูด ทั้งๆ ที่ในทางปฏิบัติ กลุ่มประชาชนทั่วไป เขาสื่อสารภาษากับภาษาอังกฤษ โดยการ "อ่าน" และ "ฟัง" เช่น การอ่านป้ายโฆษณา การฟังเพลงฝรั่ง หรือ ในอนาคตเราคาดการว่าเขาอาจจะต้องการรู้เรื่องราวโลกผ่านนอก ศึกษาหาความเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาชีพของเขา โดยอาศัยการ "อ่าน" จากอินเทอร์เนต และ "ฟัง" จาก youtube ไมใช่เหรอครับ

แต่ปรากฎว่า หลัำกสูตร"เพื่อการสื่อสาร" ที่จัดอยู่ทุกวันนี้ กลับเน้น พูด ฟัง และ สนทนา

บางท่านอาจจะบอกว่าที่ต้อง "ฟัง" และ "พูด" ให้มากก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการเรียนภาษา เราจะสื่อสารโดยทักษะอื่น เช่น อ่าน เขียน ได้ก็ต้องสร้างความคุ้นเคย ทำความเข้ัาใจกับภาษาให้ได้ก่อน และนั่นเอง "ฟัง" และ "พูด" จึงกลายเป็นทักษะหลักในการเรียนภาษาเพื่อการสื่อสาร

่ซึ่งผมจะได้อธิบายเรื่องนี้ในตอนถัดไป

แนวทางที่ผมอยากเห็น
ไม่ใช่ีผมไม่เห็นด้วยกับการเริ่มพัฒนาทักษะทางภาษาโดยใช้ การฟัง และพูด นะครับ แต่เห็นว่า เราใช้คำว่า "เพื่อการสื่อสาร" มากเกินไป คำนี้มันกว้างมาก จนครอบคลุมอะไรไปหมด

เราควรมี วิชาภาษา"พื้นฐาน" ซึ่งอาจจะเน้นไปที่การพูด และ ฟัง มากๆ ก็ได้ จากนั้นก็ค่อยมาต่อที่ ภาษา"เพื่อการสนทนาในชีวิตประจำวัน" , ภาษา"เพื่อธุรกิจ" , ภาษา"เพื่อการอ่าน" ฯลฯ

เป้าหมายและเนื้อหา ก็ควรจะได้รับการวิเคราะห์ให้ละเอียดกว่านี้ ให้เจาะจงให้มากขึ้น และน่าจะมีระบบวิชาที่ย่อยๆ ที่สัมพันธ์มากขึ้น เช่น ผู้เรียนต้องผ่านวิชา"พื้นฐาน" ค่อยมาเรียนวิชา"เพื่อธุรกิจ" ได้

ภาษา"เพื่อการสื่อสาร" ที่สอนๆ กันอยู่ในปัจจุบันนี้ จริงๆ ก็ควรจะเปลี่ยนชื่อเป็น ภาษา"เพื่อการสนทนาในชีวิตประจำวัน" จะดีกว่า เนื้อหาบางส่วนอาจจะย้ายไปอยู่ในภาษา"พื้นฐาน" แล้วปรับเนื้อหาภาษา"เพื่อการสนทนาในชีวิตประจำวัด" ให้ซับซ้อนขึ้นก็ได้

สรุป
ชื่อนั้นสำคัญไฉน ? สำหรับชื่อคนผมไม่ทราบ แต่ชื่อวิชาต่างๆ นั้น สำคัญมากทีเดียวครับ มันบอกได้ถึงรายละเอียดหลักๆ ที่อยู่ในตัวมันได้ สามารถสร้างได้ทั้งความเข้าใจที่ถูกต้องและเข้าใจผิดได้เช่นกันครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

การทำตัวอักษรเส้นประ