แนะนำการเรียนภาษาอังกฤษแบบ Phonics

มีเหตุให้ผมต้องสอนภาษาอังกฤษครับ (ครูสมัยนี้จะสอนภาษาเดียวสงสัยจะยาก มีโอกาสก็น่าจะลองดู ) แต่ผมไม่อยากให้ภาษาอังกฤษที่ผมสอนมันเหมือนกับการเรียนในโรงเรียน ผมพยามหาวิธีอื่นๆ ดู กระทั่งพบวิดิโอเด็กหญิงคนหนึ่งที่สนทนาด้วยภาษาอังกฤษชัดเจนมาก และพบว่าเธอได้รับการฝึกด้วยวิธี Phonic

ผมได้ยินเรื่องวิธีการสอนแบบ Phonic ครั้ืงแรกจากผู้ก่อตั้งบ้านเด็กหลายภาษา โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่งในสุรินทร์ ครั้งนั้นผมไม่ได้สนใจเลย เพราะคิดว่าตัวเองคงไม่ได้ใช้ แต่พอกลับไปดูอีกครั้งก็พบว่าวิธีนี้สามารถประยุกต์ได้กับทุกภาษา และจริงๆ แล้ว ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้จักมัน ผมเคยเรียนภาษาดัวยซอพท์แวร์ Click Phonics เมื่อประมาณปี 2551 ก็พบว่ามันเป็นวิธีเรียนที่คล้ายกัน ( จริงๆ ชื่อมันก็คล้ายกันอยู่แล้ว)

แต่หลักการของการเรียนวิธีนี้ก็มีอะไรหลายๆ ที่น่าศึกษา ที่ผมนำเสนอข้างล่างนี้สิ่งที่ผมรวบรวมได้ในระยะสั้นๆ

1. ความหมายของ Phonics
จากเว็บไซต์ about.com ให้ความหมายว่า ในศตวรรษ
ที่ 19 คำว่า phonics มีความหมายเหมือนกันกับคำว่า phonectics (สัทศาสตร์ - สาขาย่อยของภาษาศาสตร์ที่ประกอบด้วยการศึกษาเสียงพูดของมนุษย์) แต่ในศตวรรษที่ 20 phonics มีความหมายว่า วิธีการสอนให้อ่าน( method of teaching reading )

และยังจำแนกว่ามี 4 แบบคือ
Analytic(al) Phonics แบบนี้จะฝึกให้นักเรียนวิเคราะห์ เช่น ให้คำๆ หนึ่งไป แล้วให้วิเคราะ์ห์ว่ามีหน่วยเสียงอะไรบ้าง
Linguistic Phonics ให้นักเีรียนมองหาสิ่งที่ร่วมกันระหว่างคำ เช่น ให้คำว่า cat, rat, mat, bat แล้วให้หาสิ่งที่ร่วมกันซึ่งในที่นี่ คือ เสียง -at แล้วใช้มันอ่านคำอื่นๆ ต่อไป แบบนี้จะคล้าย Analytic Phonics แต่เน้นที่รูปแบบ pattern มากกว่าจะจำแนกหน่วยเสียงแต่ละหน่วย
Synthetic Phonics ในท้องตลาดปัจจุบัน ผู้ผลิตสื่อขายทั้งหลาย เขาจะบอกว่าเขาใช้วิธีการแบบนี้ วิธีนี้เขามองว่า เสียงในภาษาอังกฤษทั้งหมด เกิดจากเสียงย่อย 44 เสียง( บวกลบนิดหน่อย ตามแต่บริษัท) มาผสมกัน ถ้าเราศึกษาเสียงย่อยทั้งหมดได้ เอามารวมกันได้ เราก็ออกเสียงทั้งหมด(เป็นแสนๆ คำ) ได้ถูกต้่อง กระบวนก็การเริ่มจากเด็กฝึกออกเสียงย่อยเหล่านี้พร้อมตัวอักษรที่แทนเสียง จากนั้นก็อ่านคำโดยอาศัยการผสมเสียงแทนตัวอักษรที่ประกอบกันเป็นคำ (อ่านเพิ่มเติมได้จาก Mr. Tim's phonics และ Jolly Phonics)
Embedded Phonicsแบบนี้เขาจะศึกษาจากหนังสือหรือสื่อจริงๆ (แบบอื่นจะศึกษา จากแบบเรียนที่เขียนมาเฉพาะ ถูกออกแบบสำหรับผู้เรียน ) เข้ายากนะครับ แต่มีความสำพันธ์กลับกลุ่มที่เรียกว่า the whole language movement

2. แล้วมันต่างจากแบบที่เรา(และเด็กๆ ทุกวันนี้) เรียนในโรงเรียนอย่างไร ?
การเรียนการอ่านภาษาัอังกฤษ ที่เราเห็นทุกวันนี้เป็นแบบ "look-say" คือ เห็นตัวอักษรแล้วจำเสียงกับคำศัพท์ (อ่านเพิ่มเติมจากประวัติของ Rudolf Flesch ) เช่น BAT ครูจะชี้แล้วบอกว่า B-A-T อ่านว่า แบ็ท นักเรียนจะจำคำศัพท์ด้วยสายตาเพื่อเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้จักก็จะสับสน

จริง ๆแล้ว ในภาษาไทย เราก็มีการเรียนแบบ phonic ด้วยวิธีการที่เรียกว่า แจกลูก เช่น คำว่า บาน เราก็แจกว่า "บอ - อา - บา , บา - นอ - บาน" ทำแบบนี้นักเรียนจะจำหน่วยเสียงย่อยแต่ละหน่วยแล้วเอามาประกอบกันให้เป็นเสียงพยางค์ได้ แต่ในภาษาอังกฤษเรากลับไปยอมทำอย่างนั้น หากสอนแบบที่เราเรียนภาษาอังกฤษในปัจจุบันครูจะสอนเพียงแค่ว่า "บอ - อา - น อ่านว่า บาน"

ผลกระทบของวิธีได้ไปไกลกว่าแค่อ่านไม่ี่ค่อยออก เพราะนักเรียนไม่ได้พัฒนาทักษะของหู พวกเขาจะแยกเสียงพวกนี้ไม่ได้ เช่น last , lad , last , laz นำไปสู่การจำคำศัพท์ไม่ค่อยได้ ต้องเห็นตัวหนังสือถึงจะเข้าใจภาษาอังกฤษ (ทั้งๆ ที่แค่ใช้่หูฟัง ก็น่าจะเข้าใจได้) และเป็นเหตุสำคัญให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเีรียนไม่ดี

อีกอย่างผมเพิ่งรู้ว่า ตัวเองเป็นพวกต้องเห็นตัวหนังสือก่อนถีงจะเข้าใจภาษาอังกฤษได้ เพราะเวลาอ่านหนังสือผมเข้าใจได้ดีมาก แต่พอเวลาฟังประโยคง่ายๆ ผมฟังไม่ออก การได้กลับมาฝึกการฟังนี่ก็ช่วยได้เยอะจริงๆ ครับ

3. เอาหล่ะเริ่มที่ไหนดี ?
เอ่อ มัีนเยอะมาก เต็มไปหมดแล้ว ผมจะขอแนะนำหลักๆ ที่แบบครบถ้วนนะครับ



- ชุดวิดิโอ Teach Reading with Phonics - American English Pronunciation
เนื้อหาครบ อธิบายการออกเสียงด้วย Phonics ครบจบตอนเลย สิ่งที่พิเศษ คือ วิดิโอพวกนี้ทำให้นักเรียนผู้ใหญ่ชาวต่างชาติดู เขาก็จะอธิบายหลักการชัดตรงๆ ไปเลย ในขณะที่สื่อการสอนเรื่อง Phonic โดยทั่วไป ผู้ผลิตจะผลิตทำให้เด็กเ็ล็กๆ ดังนั้นเขาจะไม่อธิบายหลักการอะไรให้ (เขาอาจจะอธิบายหลักการพวกนี้ในเอกสารที่ประกอบมากับสื่อพวกนี้แทน) แต่จะให้เด็กดูรูปสวยๆ แล้วร้องเพลงตาม ผสมเสียงตาม แล้วก็จะอ่านได้ไปเอง (ซึ่งผู้ใหญ่อย่างผมงงมากๆ) ดังนั้น ขอแนะนำอย่างยิ่งครับ จับหลักการให้ได้ก่อน
อีกอย่าง ตัวเว็บหลักเขาก็ดีมากนะครับ มีบริการสอนภาษาหลากหลายช่องทาง

- Reading Bear
เว็บไซต์ฟรี สำหรับการฝึกอ่านด้วยวิธี Phonics โดยทั่วไปแล้วสื่อการสอนของวิธีนี้หาของฟรียากมาก เริ่มตั้้งแต่ขั้นพื้นฐานไป สอนโดยการโต้ตอบกับเว็บแอพลิเคชัน นอกจากการอ่านแล้ว เขาก็ยังสอนคำศํพท์ไปในตัวพร้อมกันด้วย แต่บริการที่ให้นี้ เป็นบริการออนไลน์ ต้องทำงานผ่านอินเทอร์เนต ซึ่งเหมาะกับเด็กเล็กๆ เช่น ลูกหลานเรา เรียนที่บ้าน เปิดอินเทอร์เนตไป ฝึกออกเสียงไป

แต่สำหรับครูี่จะเอาไปใช้ในชั้นเรียน เว็บนี้ก็ไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนั้น (แต่คุณอาจจะดึงชุดคำศัพท์ที่พบ จับหน้าจอ ไปสร้างสื่อเองก็ได้ แต่ออกแรงหน่อย)

- บล็อกครูไทยไร้เทียมทาน
เว็บนี้เป็นตัวอย่างการนำไปใช้ในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในห้องเรียน ที่เห็นในวิดิโอก็มาีการใช้แผ่นชาร์ตรายการคำศัพท์จำนวนมาก เพื่อให้นักเรียนฝึกอ่านไปพร้อมๆ กัน แต่สื่อแผ่นชาร์ตแบบนี้ไม่ฟรี หากต้องการก็ต้องติดต่ออาจารย์เจ้าของบล็อกท่านดู

- แหล่งเีรียนรู้ที่ขอเพิ่มเติม ได้แก่ บทความเรื่อง How to start teaching phonics และ แหล่งรวมข้อมูลเืรื่อง phonics จากเว็บไซต์ครูพ่อแม่ สำหรับพ่อแม่ที่จะสอนลูกที่บ้าน

หวังว่าที่กล่าวมาคงจะช่วยท่านได้บ้างนะครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

การทำตัวอักษรเส้นประ