Iron Man 2

เนื้อเรื่องต่อจากตอนที่แล้ว มหาเศรษฐีนักค้าอาวุะ โทนี่ สตาร์ค ได้เปิดเผยให้สังคมทราบว่า เขาคือ ไอรอน แมน ผู้ที่ได้ช่วยกอบกู้โลกจากภัยการก่อการร้าย (เนื้อเรื่องอยู่ในภาคแรก) เมื่อรัฐบาลสหรัฐทราบก็พยามจะขอให้เขามอบอาวุธนั้นให้แก่รัฐบาล แต่เขาตัดสินใจที่จะไม่ให้ ขณะเดียวกันเขาต้องรับมือกับศัตรูีที่จะมาล้างแค้น ที่มีผลมาจากความขัดแย้งของพ่อเขาและเพื่อร่วมงานในอดีต (ทะเลาะในรุ่นเดียวกันยัีงไม่พอ ดันพัวพันไปถึงรุ่นลูกอีก)



ฉากแอ็คชัน สู้กันตูมตามเข้าสูตรหนังฮอลลีวูดอยู่แล้ว เลยไม่ขอกล่าวถึงนะครับ

แง่คิดที่น่าสนใจในเรื่องนี้อยู่ที่ตอนต้นเรื่อง โทนี่ สตาร์ค แม้จะประดิษฐ์ชุดเกราะเหล็ก แต่เขาก็มีปัญหาเรื่องหัวใจที่ต้องอาศัยพลังงานจากเครื่องกำเนิดพลังเล็กๆ ตลอดเวลา ในภาคแรกเครื่องนี้ทำงานดีอยู่ แต่มาภาคนี้ เขากลับพบว่าการทำงานของเครื่องดังกล่าวเป็นพิษต่อร่างกาย และเขาก็กำลังจะตาย

เขาพยามปิดคนรอบข้างไม่ให้รู้ ในขณะเดียวกันก็พยามแก้ปัญหาดังกล่าวแต่ไม่สำเร็จสักที สุดท้ายเมื่อสถานการณ์แย่ลงเรื่อยสติเขาก็แตกและและมีพฤติกรรมบ้าบอไปเลย

ประเด็นผมที่สนใจคือ การมีความหวัง หรืออุดมคติในการดำเนินชีวิต (หรือของตัวเอกในเรื่องนี้) มันไม่ได้ดำรงอยู่ในตัวคนอย่างโดดๆ มันจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อเรามีความมั่นใจอะไรบางอย่างก่อน

ท่านเข้าใจใหมครับ ??? ผมก็งง !!

คืือ พระเอกเนี่ย เดิมแกก็ฉลาดปราดเปรื่อง ช่วยเหลือสังคมไปตามปกติ แต่พอรู้ว่าตัวเองจะตายแน่ คนมันหมดกำลัีงใจ ความคิดอ่านก็เลอะเทอะไปหมด ไม่อยากทำอะไรแล้ว ดังนั้นอาจสรุปได้ว่า การมีความหวังของเขามันขึ้นอยู่กับการทำงานเครื่องกำเนิดพลังงานก็ได้

อยากจะยกตัวอย่างเพิ่มเติมหน่อยนะครับ

สมัียก่อนคนเรามีไม่มีอาวุธที่จะสู้กับสัตว์รายได้ จึงไม่กล้าเข้าป่าลึกอาศัยหากินใกล้ๆ บ้าน แต่เมื่อเรามีปืนได้เราก็จะกล้าที่จะเดินเข้าป่าลึก

อยู่ดีๆ เราไม่ได้กล้าขึ้นมานะครับ ความกล้ามันมาพร้อมปืน (จริงๆ ปืนมาก่อนซะด้วยซ้ำ)

พวกประเทศที่มีความขัดแย้งต่างๆ เนี่ย เขาพยามสร้างอาวุธนิวเคลียร์กัน เมื่อมีนิวเคลียร์อยู่ในมือเนี่ยทำให้เขาสามารถดำเนินนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าวได้ เพราะเขาถือว่ามีอาวุธทัดเทียม(หรืออย่างน้อยก็ไม่เสียเปรียบมาก)กับประเทศคู่ขัดแย้ง

ในกรณีนี้ความแข็งกร้าวก็มาพร้อมกับนิวเคลียร์

แน่นอนครับ เมื่อสิ่งที่ทำให้เรามีความมั่นใจหายไป เช่น ชาวบ้านทำปืนหาย หรือประเทศมีนิวเคลียร์เกิดตื่นขึ้นมาอาวุธนิวเคลียร์หายหมด ความมั่นใจก็จะหายไปตามเหมือนกัน ชาวบ้านก็จะไม่กล้าเข้าป่า หรือประเทศนั้นเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศไป

ดังนั้นนะครับ

หากท่านเกิดกลัวอะไรบ้างอย่าง เช่น ไม่กล้าเสี่ยงทำธุรกิจ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่สำคัญในชีวิต แล้วท่านต้องการความกล้า ความมั่นใจ ที่จะลงมือ

แล้วใครมาบอกว่า ท่านต้องรวบรวมความกล้า

ผมคิดว่าของพวกนี้ไม่มาเองหรอกครับ

ท่านต้องลองหาอะไรที่ควมมั่นใจหรือความกล้ามันอิงอยู่ แล้วเอาสิ่งนั้นมาไว้ในตัวซะก่อน ความกล้าจะตามมา

ซึ่งสิ่งเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งของ แต่อาจจะเป็นวิธีคิดแบบใหม่ก็ได้

ผมเคยถามคนที่ลาออกจากงานประจำ โดยถามเขาว่า ทำไมกล้าลาออก ไม่เสียดายเหรอ
เขาบอกแค่ว่า ตอนนี้อายุเยอะแล้ว ถ้าไม่ทำตามความฝันเดี๋ยวแก่ตายเปล่าๆ
คิดได้ก็ลาออกเลย

วิธีคิดแบบใหม่ๆ ก็นำมามาซึ่งความกล้าได้เหมือนกัน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

การทำตัวอักษรเส้นประ

แนะนำการเรียนภาษาอังกฤษแบบ Phonics