เรียนภาษาอังกฤษกับภาพยนต์สารคดี



การฝึกฟังภาษาอังกฤษเราสามารถใช้สื่อไ้ด้หลายรูปแบบ เช่น ข่าว ,ภาพยนต์ ,รายการโทรทัศน์ แม้กระทั่งเพลง แต่หลังจากลองหลายๆ แบบ ผมพบว่าสารคดี เป็นสิ่งที่เหมาะที่สุดสำหรับผม โดยเหตุผลต่อไปนี้ครับ

1. คำบรรยายสละสลวย ภาษาที่ใช้ในสารคดี เป็นการใ้ช้ภาษาที่สละสลวยและเป็นทางการ สิ่งเเหล่านี้เราจะไม่เห็นในภาพยนต์ หรือรายการโทรทัศน์ ที่จะเต็มไปด้วยภาษาพูด

2. เสียงบรรยายของสารคดี เป็นเสียงที่ชัดเจน แน่นอนครับเขาคัดโฆษกที่เสียงชัดเจน ฟังสบายหู พร้อมกับดนตรีหรือเสียงประกอบที่มีการควบคุมอย่างดี ไม่ให้กลบเสียงบรรยาย

3. ภาพกับคำบรรยายไปด้วยกันได้ สำหรับสารคดีผู้จัดทำมีเวลาในการเลือกมุมกล้องและตัุดต่อ ทำให้ภาพกับเสียงมันมีเนื้อหาไปในแนวเดียวกัน หากช่วงนั้นฟังแล้วไม่เข้าใจก็สามารถทำความเข้าใจกับภาพได้ แต่ข่าวบางข่าวจะไม่เป็นอย่างนั้น

4. โครงเรื่องสารคดีไม่ซับซ้อน อันนี้เทียบกับภาพยนต์บางเรื่อง หรือข่าวบางข่าว ตัวเนื้อหาเองมีความซับซ้อนมาก ใครเป็นใคร ใครหักหลังใคร คือต่อให้เราเข้าใจทุกๆ คำในภาพยนต์ได้ เราก็ต้องมาปะติดปะต่อเนื้อเรื่องด้วย ทำให้เราต้องคิดหลายชั้นเกินไป แต่สารคดีจะค่อนข้างตรงไปตรงมาครับ

5. เราสามารถเืลือกดูเนื้อหาที่เราสนใจได้ อัีนนี้เปรียบเทียบกับข่าวนะครับ เนื้อหาของข่ีาวมีหลากหลายมาก สมมติว่าช่วงนั้นเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เนื้อหาข่าวส่วนใหญ่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ หากเราไม่ได้สนใจเรื่องนี้ก็คงจะเหนื่อยกับศัพท์แสงเฉพาะในวงการนี้ สำหรับสารคดี หากเราสนใจเรืื่องสัตว์ เราก็จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์จำนวนมากให้เราดูครับ

จะว่าไปแล้ว สื่อแต่ละอย่างจะมีเป้าหมายต่างกันไป เช่น ข่าวจะเน้นความรวดเร็วทันเหตุการณ์ ภาพยนต์จะสนุกตื่นเต้น เพลงจะเน้นการสร้างอารมณ์ ส่วนสารนั้นก็เน้นทำให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหามากที่สุด นี่เองที่ทำเหมาะกับการฝึกภาษามากที่สุด (ไม่ใช่แค่อังกฤษนะครับ รวมไปถึงภาษาอื่นๆ ด้วย)

ลองฝึกฟังกันดูนะครับ วันละเรื่อง เรื่องละ 30 - 40 นาที ผมฟังไม่น้อยกว่าเรื่องละ 3 ครั้ง ครั้งแรกเปิดคำบรรยายด้วย(ถ้ามี) ครั้งต่อๆ ก็เริ่มปิด แต่ละครั้งเราจะเริ่มเข้าใจมากขึ้นครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก... จริงหรือ ?