เรียน python : รู้จักรูปแบบของภาษาคอมพิวเตอร์

สวัสดีครัืบทุกๆ ท่าน ชุดบทความนต่อไปนี้เป็นการแนะนำให้รู้จักกับภาษา Python ภาษาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกของการเขียนโปรแกรม แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักในประเทศไทย

เนื้อหาที่ผมจะเขียนต่อไปนี้จะเป็นการแนะนำเนื้อหาสำหรับผู้ที่ไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อนเลย แต่ก็ถือว่าควรจะใช้งา่นคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เนตได้คล่องแคล่วพอสมควรนะครับ น่าจะพอศึกษาด้วยตัวเองได้

บทเรียนชุดนี้จะต่างจากที่คนอื่นเขียนอย่างไร
ท่านสามารถหาอ่านวิธีการในการเขียนโปรแกรมภาษาต่างๆ ในอินเทอร์เนตได้อย่างมากมาย แต่สิ่งที่ผมนำเสนอนี้ผมคิดว่านอกจากจะแนะนำภาษาไพธอนใหักับท่านแล้ว ผมยังจะแนะนำแนวคิดพื้นฐานในการเขียนภาษาอื่นๆ ด้วย

ผมเชื่อว่าท่านยากที่ท่านจะใช้ภาษาคอมพิวเตอร์แค่ภาษาเดียว แต่การเรียนภาษาอื่นๆ เพิ่มเติมนั้น หากเราได้วางแผนศึกษาหลักการพื้นฐานแล้ว จะทำให้ท่านสามารถเรีนยนภาษาคอมพิวเตอร์ที่สอง สาม ได้อย่างเร็วขึ้น

ผมเน้นการศึกษาจากคู่มือที่มาจากกัีบภาษานั้นๆ ควรศึกษาสิ่งที่อยู่ในคู่มือให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยไปแสวงหาความรู้จากแหล่งอื่น แต่อย่างไรก็ตามผมยอมรับว่า manual ส่วนมากที่เป็นเอกสารทีอ่านยากและหลายๆ คนไม่ยอมอ่านครับ


ทำไมไม่เริ่มจาก Php
จริงๆ Php เป็นภาษาที่น่าสนใจ ไ้ด้รับความนิยมมาก หาคู่มือได้ง่าย กลุ่มผู้ใช้ก็มากกมาย แต่ทำไมผมถึงเลือกที่จะสอนการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python ซึ่งลำบากยากเย็นเช่นนี้ ดังเหตุผลดังนั้นครับ

1. Php ไม่เน้นการเป็นโปรแกรม native พูดง่ายๆ คือ Php เกิดมาเพื่อสร้าง web application แม้จะทำงานแบบ native ได้ แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม ผมต้องการภาษาที่เป็นได้ทั้ง native และ web application เพื่อให้ท่านได้ลองเีขียนโปรแกรมได้หลายๆ แบบ

2. Python ไม่มีคู่มือภาษาไทย การไม่มีคู่มือภาษาไทยก็ดีไปอย่าง เพราะหากท่านสนใจการเขียนโปรแกรมจริงๆ ท่านก็ต้องพยามเรียนภาษาัอังกฤษด้วย ผมว่าทุกคนที่อ่านบทเรียนนี้ อย่างน้อยน่าจะจบการศึกษาภาคบังคับ แม้ในโรงเรียนภาษาอังกฤษท่านจะไม่ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะฝึกด้วยตัวเองไม่ได้นี่ครับ

แต่ก่อนจะเริ่มการศึกษาการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพธอน เรามารู้จักโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ก่อนดีกว่า

มโนทัศน์การเขียนโปรแกรม ( Programming Paradigm )
ส่วนนี้เป็นการมองภาพรวมของการเขียนโปรแกรม ภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมมีหลายภาษามาก แต่อาจจะแบ่งได้ดังนั้น
1. Imperative programming การเขียนโปรแกรมด้วยการสั่งครับ ภาษาแบบนี้จะเต็มไปด้วยคำสั่ง ซึ่ีงจะระบุว่าต้องทำอะไรบ้าง มีขั้นตอนแบบไหน ภาษาทั่วไปที่เราใช้งานก็เป็นแบบนี้ เช่น ภาษา Python , C , Java เป็นต้น ภาษาเหล่านี้จะมีคำสั่งย่อยที่สุดที่เรียกว่า statement นำมาเรียงต่อๆ กันไป

ถ้าเป็นในชีวิตประจำวันเราจะเจองานเขียนทำนอง Imperative ในเรื่อง สูตรการทำอาหาร วิธีใช้งานเครื่องจักร ขั้นตอนการไปติดต่อโรงพยาล

สำหรับรูปแบบย่อยของ Imperative programming คือ Procedural programming ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สร้างด้วยการนำโปรแกรมย่อย เช่น function , precedure หรือ subroutine มาเป็นส่วนประกอบ

2. Declarative programming การเขียนโปรแกรมด้วยการประกาศ โปรแกรมเหล่านี้จะไม่ระบุขั้นตอนเพื่อใได้สิ่งที่เราต้องการ แต่จะอาศัยการประกาศ ภาษาโปรแกรมที่เราคุ้นกันดีได้แก่ Html , Css , Xml ครับ งานเขียนทำนอง declarative สำหรับชีวิตประจำวัน ก็อาจจะปรากฎในรูป แบบแปลนบ้าน ,ผังเมือง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามในสมัยก่อน มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่าง Imperative programming กับ Declarative programming แต่ปัจจุบันพอมีแนวคิดเรื่อง OOP เข้ามาแล้ว เส้นแบ่งที่ว่าก็เลือนไป เพราะว่า OOP programming จะมีการทั้งการประกาศ attribute และการสั่งงานใน method ภาษา Python ก็เช่นกันครับ เราอาจจะเลือกเขียนโปรแกรมให้ทำงานบางอย่างได้ทั้งแบบ procetural หรือจะเป็นแบบ OOP


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

การทำตัวอักษรเส้นประ

แนะนำการเรียนภาษาอังกฤษแบบ Phonics