ทัึุกทายกันก่อน
ตอนนี้ผมมีเหตุต้องให้สอนภาษาอังกฤษ เลยค่อนค้างยุ่งกับวิธีการสอนที่เรียกว่า phonic จริงๆ วิธีนี้ก็ไ่ม่ใช่เป็นวิธีใหม่อะไร เพียงแต่เป็นคล้ายก้ับส่วนเติมเต็มภาษาอังกฤษที่เรียนกันในโรงเรียน รายละเีอียดติดตามได้จากบล็อกนี่แหล่ะ
สำหรับบทเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ XHTML & CSS ที่ผมกำัลังแปลอยู่ก็ยังทำอยู่นะครับ แต่อาจจะช้าลงไปบ้าง และก็ยังรับผู้ช่วยแปลเหมือนเดิม ใครที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษไม่เป็นไร ขอแต่มีใจรัก ผมยินดีช่วยแนะนำเทคนิควิธีหลายๆ อย่างให้ การแปลคำบรรยายวิดิโอ รับรองไปขอให้ใครสอนเขาก็ไม่สอนให้หรอกครับ มันต้องฝึกทั้งหูเราให้ดี การใ้ช้โปรแกรม VLC แบบซับซ้อน ฯลฯ แต่หากจะเรียนท่านก็ต้องออกแรงทำประโยชน์ให้คนอื่นๆ เหมือนกัน
และสุดท้าย ช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้ว ฝนเริ่มตกและอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โปรดระวังรักษาสุขภาพท่านด้วยนะครับ
18 พ.ค. 56
2 เม.ย. 2555
การสัมนาวิชาการ “ยกเครื่องการศึกษาไทย: สู่การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง”
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 55 ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ( TDRI) ได้จัดการสัมนาวิชาการเรื่อง "ยกเครื่องการศึกษาไทย"
ก่อนจะให้ไปดูเนื้อหาของการสัมนา เมื่อลองเข้าไปอ่านรายละเอียดจจะพบว่า หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานในรูปมูลนิธิ มีภารกิจวิจัยเชิงนโยบาย ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานระหว่างประเทศ ตลอดจนริเิริ่มการวิจัยเอง เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย
การสัมนาครั้งนี้ ต้องการนำเสนอผลงานวิจัย โดยแบ่งเป็น 4 หัวข้อคือ
1. การปฏิรูปการศึกษารอบใหม่: สู่การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง (The New Round of Education Reform: Toward Inclusive Quality Education)
2 การสร้างความเชื่อมโยงของการศึกษากับตลาดแรงงาน (The Development of a Better Linkage between the Education System and the Labor Market)
3. ระบบการบริหารและการเงินเพื่อสร้างความรับผิดชอบในการจัดการศึกษา (A Management and Financial Model for a Greater Accountability in Education Management)
4. โรงเรียนทางเลือกกับทางเลือกในการศึกษาของประชาชน (Alternative Education as a Choice of Education)
ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมนา และแฟ้มเสียงของทุกหัวข้อได้จาก หน้าเพจของการสัมนา
ผมขอสรุปสาระสำคัญของหัวข้อแรก ซึ่งเป็นหัวข้อที่มีขอบข่ายครอบคลุมไปยังหัวขัออื่นด้วย ดังนี้ครับ
1. ความล้มเหลวของการศึกษาไทยไม่ไ้ดมาจากความขาดแคลนทรัพยากร แต่มาจากการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ
2. การเพิ่มทรัพยากรไม่ไ้ด้มีผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การเพิ่มงบประมาณ และเพิ่มเวลาเรียนไม่ได้ทำุใ้ห้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นเสมอไป
3. ผู้วิจัยเสนอให้ปรับปรุึงสิ่งที่แรกว่า "สายความความรับผิดชอบ" จากเดิมที่มีอยู่เป็นสายที่ยาวมาก มาเป็นสายที่สั้นลง
ความเห็น
ปัญหาการคุณภาพการศึกษาเป็นปัญหาที่มีมานาน การปฏิรูปการศึกษาในปี 2542 ก็เป็นความพยามในการแก้ปัญหาดังกล่าว แต่หลังจากผ่านไปสิบกว่าปี คุณภาพกลับแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก
แม้ในหน่วยงานเป็นเป็นสมองของกระทรวงศึกษาธิการเอง ก็เคยทำการเสนอแนะปัญหาแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีการลงมือแก้ไขอย่างเป็นจริงจัง สิ่งที่ทำอยู่ในทุกวันนี้เหมือนเป็นการแก้ํปัญหาเฉพาะหน้า
คุณค่าของงานวิจัยครั้งนี้คือการนำเสนอสาเหตุและแนวทางทางแก้ป้ญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และแสดงให้เห็นว่าสมมติฐานหลายๆ อย่างในวงการศึกษาไทยนั้นไม่ถูกต้อง (เช่น การศึกษาไทยมีคุณภาพด้อยเพราะขาดแคลนงบประมาณ , หรือ การเพิ่มเวลาเรียนจะทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น)
ในฐานะที่เป็นคนในวงการ ก็บอกว่า คนในกระทรวงก็ทราบปัญหาเหล่านี้เช่นกันครับ แต่กลไกในการแ้ก้ํปัญหายังเป็นแบบเดิมๆ ต้องรอดูแผนงานและนโยบายจากส่วนกลาง ซึ่งก็มักไม่ได้ผล
เนื่องจากงานวิจัยนี้ เป็นการนำเสนอมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ต่อปัญหาการศึกษาไทย แนวทางในการแก้ปัญหาคือ การใช้กลไลตลาด เปิดให้มีการแข่งขัน คนที่ทำดีควรจะได้รางวัล มีการวัดผลอย่างชัดเจนและเป็นธรรมโดยผู้ใ้ช้บริการ (ในที่นีคืือผู้ปกครองและนักเรียน) โดยเรียกกลไกนี้ว่า "สายความรับผิดชอบ" (ที่ควรจะทำให้สั้นที่สุด)
ก่อนจะให้ไปดูเนื้อหาของการสัมนา เมื่อลองเข้าไปอ่านรายละเอียดจจะพบว่า หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานในรูปมูลนิธิ มีภารกิจวิจัยเชิงนโยบาย ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานระหว่างประเทศ ตลอดจนริเิริ่มการวิจัยเอง เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย
การสัมนาครั้งนี้ ต้องการนำเสนอผลงานวิจัย โดยแบ่งเป็น 4 หัวข้อคือ
1. การปฏิรูปการศึกษารอบใหม่: สู่การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง (The New Round of Education Reform: Toward Inclusive Quality Education)
2 การสร้างความเชื่อมโยงของการศึกษากับตลาดแรงงาน (The Development of a Better Linkage between the Education System and the Labor Market)
3. ระบบการบริหารและการเงินเพื่อสร้างความรับผิดชอบในการจัดการศึกษา (A Management and Financial Model for a Greater Accountability in Education Management)
4. โรงเรียนทางเลือกกับทางเลือกในการศึกษาของประชาชน (Alternative Education as a Choice of Education)
ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมนา และแฟ้มเสียงของทุกหัวข้อได้จาก หน้าเพจของการสัมนา
ผมขอสรุปสาระสำคัญของหัวข้อแรก ซึ่งเป็นหัวข้อที่มีขอบข่ายครอบคลุมไปยังหัวขัออื่นด้วย ดังนี้ครับ
1. ความล้มเหลวของการศึกษาไทยไม่ไ้ดมาจากความขาดแคลนทรัพยากร แต่มาจากการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ
2. การเพิ่มทรัพยากรไม่ไ้ด้มีผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การเพิ่มงบประมาณ และเพิ่มเวลาเรียนไม่ได้ทำุใ้ห้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นเสมอไป
3. ผู้วิจัยเสนอให้ปรับปรุึงสิ่งที่แรกว่า "สายความความรับผิดชอบ" จากเดิมที่มีอยู่เป็นสายที่ยาวมาก มาเป็นสายที่สั้นลง
ความเห็น
ปัญหาการคุณภาพการศึกษาเป็นปัญหาที่มีมานาน การปฏิรูปการศึกษาในปี 2542 ก็เป็นความพยามในการแก้ปัญหาดังกล่าว แต่หลังจากผ่านไปสิบกว่าปี คุณภาพกลับแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก
แม้ในหน่วยงานเป็นเป็นสมองของกระทรวงศึกษาธิการเอง ก็เคยทำการเสนอแนะปัญหาแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีการลงมือแก้ไขอย่างเป็นจริงจัง สิ่งที่ทำอยู่ในทุกวันนี้เหมือนเป็นการแก้ํปัญหาเฉพาะหน้า
คุณค่าของงานวิจัยครั้งนี้คือการนำเสนอสาเหตุและแนวทางทางแก้ป้ญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และแสดงให้เห็นว่าสมมติฐานหลายๆ อย่างในวงการศึกษาไทยนั้นไม่ถูกต้อง (เช่น การศึกษาไทยมีคุณภาพด้อยเพราะขาดแคลนงบประมาณ , หรือ การเพิ่มเวลาเรียนจะทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น)
ในฐานะที่เป็นคนในวงการ ก็บอกว่า คนในกระทรวงก็ทราบปัญหาเหล่านี้เช่นกันครับ แต่กลไกในการแ้ก้ํปัญหายังเป็นแบบเดิมๆ ต้องรอดูแผนงานและนโยบายจากส่วนกลาง ซึ่งก็มักไม่ได้ผล
เนื่องจากงานวิจัยนี้ เป็นการนำเสนอมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ต่อปัญหาการศึกษาไทย แนวทางในการแก้ปัญหาคือ การใช้กลไลตลาด เปิดให้มีการแข่งขัน คนที่ทำดีควรจะได้รางวัล มีการวัดผลอย่างชัดเจนและเป็นธรรมโดยผู้ใ้ช้บริการ (ในที่นีคืือผู้ปกครองและนักเรียน) โดยเรียกกลไกนี้ว่า "สายความรับผิดชอบ" (ที่ควรจะทำให้สั้นที่สุด)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น