ทัึุกทายกันก่อน

ตอนนี้ผมมีเหตุต้องให้สอนภาษาอังกฤษ เลยค่อนค้างยุ่งกับวิธีการสอนที่เรียกว่า phonic จริงๆ วิธีนี้ก็ไ่ม่ใช่เป็นวิธีใหม่อะไร เพียงแต่เป็นคล้ายก้ับส่วนเติมเต็มภาษาอังกฤษที่เรียนกันในโรงเรียน รายละเีอียดติดตามได้จากบล็อกนี่แหล่ะ

สำหรับบทเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ XHTML & CSS ที่ผมกำัลังแปลอยู่ก็ยังทำอยู่นะครับ แต่อาจจะช้าลงไปบ้าง และก็ยังรับผู้ช่วยแปลเหมือนเดิม ใครที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษไม่เป็นไร ขอแต่มีใจรัก ผมยินดีช่วยแนะนำเทคนิควิธีหลายๆ อย่างให้ การแปลคำบรรยายวิดิโอ รับรองไปขอให้ใครสอนเขาก็ไม่สอนให้หรอกครับ มันต้องฝึกทั้งหูเราให้ดี การใ้ช้โปรแกรม VLC แบบซับซ้อน ฯลฯ แต่หากจะเรียนท่านก็ต้องออกแรงทำประโยชน์ให้คนอื่นๆ เหมือนกัน

และสุดท้าย ช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้ว ฝนเริ่มตกและอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โปรดระวังรักษาสุขภาพท่านด้วยนะครับ

18​ พ.ค. 56

26 พ.ย. 2554

อุดมการณ์ของวงคาราบาว

ได้แว้บความคิดอะไรนิดหน่อย เมื่อเห็นวิดิโอคอนเสิร์ตครบครอบการก่อตั้งวงคาราบาว 30 ปี

ยอมรับ ว่าวงคาราบาวเป็นวงดนดรีได้รับความนิยมมากวงหนึ่งของประเทศ(นอกจากพี่เบิร์ดแล้ว ผมยังคิดไม่ออกว่าใครจะเทียบวงนี้ได้) แฟนของวงนี้มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ว่าเครื่องแต่งกาย การถือหัวควาย หรือการทะเลาะกันระหว่างชมคอนเสิร์ต

แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ ทั้งๆ ที่คาราบาวเป็นวงดนตรีเพื่อชีวิต ควรจะมั่นคงในจุดยืนของตัวเอง หรือมีอุดมการณ์ที่แน่ชัด และกลับไม่เป็นเช่นนั้น พวกเขาเคยโจมตีสินค้าต่างชาติในอัลบัม"อเมริโกย" แต่ก็กลับหาซื้อฮาร์เลย์มาขี่ (ไม่ยักขี่มอเตอร์ไซต์ประกอบไทย) เคยด่าเครื่องดื่มบำรุงกำลัง แต่ตอนหลังก็มาผลิตขายซะเอง

นักดนตรีเพื่อชีวิตผู้ยิ่งใหญ่กลับไม่มีอุดมการณ์อะไรเลย วันโน้นพูดอย่างนั้น วันนี้พูดอย่างนี้

แต่คยสงสัยไหมว่า ทำไหมคาราบาวยิ่งได้รับความนิยมมากขี้นเรื่อยๆ แฟนเพลงยิ่งเยอะ คอนเิสิร์ตยิ่งเยอะ อยู่มาได้ตั้งสามสิบปี

อาจจะมีคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

สำหรับผมแ้ล้ว คาราบาวได้กลายเป็นวงดนตรีที่รับเอาแนวคิดของนักการเมืองมาใช้

คาราบาวไม่ได้ขายอุดมการณ์ หรือจุดยืนทางการเมือง

คาราวขายความบันเทิง มีเพลงที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ำสำคัญๆ ของบ้านเมืองอย่างทันท่วงที และมีจุดยืนต่อเรื่องนั้นๆ ไปแนวทางเดียวกับคนส่วนใหญ่ของสังคม(แม้คาราบาวจะเคยประกาศว่าไม่เอากับเรื่องนี้)

ประชาชนถูกใจกับสิ่งทีี่คาราบาวเสนอ เพลงคาราบาวโดนใจ ไพเราะ ส่วนเรื่องที่คาราบาวเคยพูดอะไรไว้ ไม่ใช่ปัญหา แฟนเพลง(ส่วนใหญ่) ไม่สนใจอยู่แล้ว

เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ๆ อุดมการณ์กับความนิยม มันคนละเรื่องกัน คนที่มีอุดมการณ์ใช่ว่าคนจะนิยม คนที่ได้รับความนิยมก็ไ่ม่จำเป็นต้องมีอุดมการณ์

19 พ.ย. 2554

ฐานการผลิตในไทยกับจีน

ข่าวหนึ่งที่มาพร้อมกับเรื่องน้ำท่วมคือ การเกรงว่านักลงทุนต่างชาติจะย้ายฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมไปต่างประเทศ

ประเทศจีนเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ถูกมองว่าอาจจะเป็นเป้าหมายของนักลงทุน

ข่าวนี้ทำให้นึกเปรียบเทียบการรับจ้างผลิตระหว่างไทยกับจีน สำหรับในจีนนั้น เราจะเห็นได้ว่าเมื่อรับจ้างผลิตสินค้าให้กับใครแล้ว ในไม่ช้าจะมีสินค้าเลียนแบบขึ้นมา เช่น iphone จีน , ipad จีน ซึ่งเราหลายๆ คนก็ช่วยกันอุดหนุนเวลาข้ามไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้่าน

สินค้าพวกนี้ตอนแรกๆ คุณภาพจะแย่มากๆ แต่นานๆ ไปชักเริ่มดีขึ้น คล้ายกับของแท้มากขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะที่ประเทศไทย รับจ้างผลิตรถยนต์จำนวนมหาศาล ผลิตฮาร์ดดิสก์มากมาย เราไม่เคยได้ยินว่าคนไทยผลิตโตโยต้า"ไทย" หรือ ฮาร์ดดิสก์"ไทย" เลย

ลองคิดเ่ล่นๆ ถ้าหากผู้ผลิตรถยนต์และฮาร์ดดิสก์ ย้ายฐานไปจีน เราอาจจะเห็นโตโยต้าจีนและฮาร์ดดิสก์จีน ในไม่ช้าเหมือนกัน

มองในแ่ง่หนึ่งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยอาจจะน้อยกว่าจีน

ในทางกลับกันดูเหมือนกับไทยไม่มีความทะเยอทะยานในการเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้า หรือเป็นเป็นเจ้าของเทคโนโลยีอะไรเลย

18 พ.ย. 2554

คนไร้การศึกษา กับ การปกครองประชาธิปไตย

เห็นโพสท์หนึ่งของข้อความในเฟซบุคส์ ที่อ้างว่าเป็นคำกล่าวของ Thomas Jefferson ว่า "The greatest threat to democracy is uneducated citizenry" พร้อมกับคำแปลคือ "ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดของระบอบประชาธิปไตยคือ พลเมืองที่ไม่มีการศึกษา"

ผมถามอะไรไปนิดหน่อย แต่เจ้าของโพสท์ไม่ได้ตอบอะไรมา เลยมาแสดงความเห็นไว้ในบล็อกสักหน่อย

ประโยคนี้ฟังดูเผินๆ ก็น่าจะใช่ เพราะคนที่ีไม่มีการศึกษาย่อมไม่รู้ว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างไร อาจจะถูกชักจูงโดยการซื้อเสียง หรือนโยบายประชานิยมได้ง่ายๆ สุดท้ายก็ได้นักการเมืองที่ไม่ดีเข้ามา ทำให้ประเทศชาติเสียหาย

บางคนก็เอาไปสนับสนุนแนวคิดที่ว่าคนต่างจังหวัดที่เรียนหนังสือน้อยกว่าเลยถูกซื้อเสียง ให้เลือกแต่นักการเมืองที่ไม่มีคุณภาพ ไปโน่น

แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้นครับ เพราะคำว่า "พลเมืองที่ไร้การศึกษา" นั้น มีหลักเกณฑ์อะไรวัด ? แล้ว "การศึกษา" ที่ว่านั้น คือการศึกษาเรื่องอะไร ?

หากว่าคำกล่าวนี้เป็นของ Jefferson จริงๆ ก็อาจจะต้องกลับไปถามว่า เขานิยามเรื่อง "ไร้การศึกษา" ไว้ว่าอย่างไร ?

เถ้าแก่ที่ีจบ ม.6 แต่มีกิจการใหญ่โต ถือว่าเป็นคน"ไร้การศึกษา" ไหม ?
นักวิชาการชื่อดัง มีตำแหน่งทางวิชาขนาดระดับศาสตราจารย์ แต่ไปสนับสนุนรัฐประหาร ถือว่าเป็น "มีการศึกษา" ไหม?

อาจจะมีบางคนเช่น ซูโม่ตู้ ที่ฟันธงไปเลยว่า คนที่จบปริญญาตรีเท่านั้นควรจะมีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ท่านเห็นด้วยหรือ ?

ถ้ามีเกณฑ์ที่ว่าจริงๆ เราจะได้ออกกฎหมายห้ามคนที่ไม่มีการศึกษามาลงคะแนนเลย ประเทศเราจะได้เจริญมากๆ
(แม้ประเทศของ Jefferson เอง ก็ไม่ได้มีกฎหมายห้ามคนไร้การศึกษามาลงคะแนนเลือกตั้ง)

ดังนั้นหากเจอใครที่่ยกคำพูดนี้มา ก็อย่าลืมถามเกณฑ์เรื่อง "ไร้การศึกษา" กับเขาด้วยนะครับ

13 พ.ย. 2554

แวะไปเยี่ยม IT Plaza และร้าน iBeat ของจังหวัดสุรินทร์

ก่อนหน้ิานี้สักปีหนึ่ง ผมเองก็เริ่มสังเกตเห็นว่าในจังหวัดสุรินทร์ของเรา มีร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์เปิดขึ้นมาใหม่หลายร้าน กระทั่งเมื่อไม่กี่วันมานี้ ทางห้างสรรพสินค้าเพชรเกษมก็ได้ปรุงปรุงชั้นสองของห้างให้เป็น IT Plaza แหล่งรวมสรรพสินค้าด้านไอทีนะครับ

แต่วันที่แวะไปเนี่ย(12 พ.ย. 54) ยังมีร้านค้ามาจับจองเช่าพื้นที่แค่สี่ห้าร้านเท่านั้น แต่เดี๋ยวก็คงจะมีเพิ่มเข้ามา







อีกส่วนหนึ่งคือที่่บริเวณชั้นหนึ่ง ก็มีร้าน iStudio จำหน่ายสินค้าของ Apple ด้วย



ต่อไปคิดว่าวงการฮาร์ดแวร์ในบ้านเราคงจะคึกคักขึ้นเยอะครับ

12 พ.ย. 2554

อายุคร่าวๆ ของคำว่า " เอ๊าะๆ"

ได้ฟังเพลง "เด็ก เอ๊าะๆ" โดยบังเอิญบนรถโดยสาร ไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนและเพิ่งรู้ว่าร้องโดย ยอดรัก สลักใจ และด้วยเนื้อเพลงแต่ละท่อนจบด้วยคำตาย ทำให้เพลงนี้ติดหูผมเป็นพิเศษ



เนื้อเพลงท่อนหนึ่งคือ "เดี๋ยวนี้เขามีศัพท์ใหม่ วัยรุ่น หนุ่มใหญ่ พูดได้ เอ๊าะๆ" แสดงให้เห็นว่า ขณะที่เพลงนี้ถูกประพันธ์ คำว่า "เอ๊าะๆ" เพิ่งมีการนำมาใช้ จากวิดิโอข้างบนนี้ระบุรายละเอียดว่าเป็นการแสดงในรายการโทรทัศน์ในปี 2526 ดังนั้นคำนี้คงมีอายุไม่น้อยกว่า 28 ปีแล้ว

แต่ อย่างไรก็ตาม เมื่อลองค้นความหมายจากพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 พบว่า "เอ๊าะๆ" ก็ยังไม่ถูกบรรจุลงไปครับ

อายุของคำว่า "เอ๊าะ" ที่ไม่เอ๊าะแล้ว กำลังเป็นหนุ่มใหญ่เชียว