18 ต.ค. 2554
16 ต.ค. 2554
แนะนำเว็บไซต์ "อาจารย์อดัม" และรูปแบบการสอนผ่านโซเชียลมีเดีย
วิดิโอข้างบนนี้เป็นผลงานของครูสอนภาษาอังกฤษที่ชื่อ Adam Bradshaw ซึ่งนำเสนออยู่เว็บไซต์ "อาจารย์อดัม"
นอกจากการสอนที่เน้นตลกสนุกสนานแล้ว ดูเหมือนว่าอาจารย์อดัมคนนี้จะใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการสอน สำหรับช่องทางอื่นๆ ได้แก่ยูทูป ,เฟซบุคส์ และทวิตเตอร์
ผมมีข้อสังเกตว่า แนวทางของอาจารย์อดัม เป็นการกระตุ้นให้คนได้เรียนรู้"ตามอัธยาศัย" เพื่อนำไปพูดคุยผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ต่อๆ ไป สรุปเป็นแนวทางคร่าวๆ ดังนี้
1. สื่อที่ใช้กระตุ้นจะต้องน่าสนใจมากๆ เช่น ต้องตลกมาก ,ต้องแปลกมาก(ฝรั่งพูดลาวเพื่อสอนภาษาอังกฤษ) เช่นใน youtube หรือนำเสนออย่างต่อเนื่องใน twitter
2. จากนั้นเปิดช่องทางให้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเนื้อหา ซึ่งในที่นี่ใช้ facebook
3. ตัวผู้สอนจะมีรายได้จากการขายพื้นที่โฆษณาและรับเป็นวิทยากร
ต่อๆไป เราน่าจะเห็นแนวทางแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
11 ต.ค. 2554
How to Make A Totorial
1. Have to be Confident
ตั้้งมั่นใจและเข้าใจว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ซึ่งสิ่งนี้จะได้โดยการเตรียมตัว กา่รศึกษาล่วงหน้า เพราะการที่เราเข้าใจเนื้อหาจริงๆ จะทำให้เรานำเสนอได้อย่างถูกต้องน่าสนใจ
2. It's Ok to fail
หากมีอะไรผิดพลาดก็ไม่ใช้ืเรื่องใหญ่ เราอาจจะตัดมันทิ้ง เริ่มใหม่และเดินหน้าต่อไป
3. Equipment
อุปกรณ์ช่วยให้ทำงานได้ดีแต่ที่สำคัญกว่าคือ ความมั่นใจ ความเข้าใจในเนื้อหา (ในข้อที่ 1) นั่นเอง หรือสำหรับโปรแกรมตัดต่อวิดิโอนั้น แนะนำให้เริ่มจากโปรแกรมง่ายๆ เช่น Imovies(ใน Mac) และ Movie Maker (ใน Windows)
6 ต.ค. 2554
แนะนำบทเรียน "การอ่านภาษาเขมรเบื้องต้นด้วยตนเอง"
ตลอดเดือนหนึ่งที่ผ่านมา ผมใช้เวลาเท่ามีปรับปรุงสื่อการสอนวิชา "การอ่านภาษาเขมรเบื้องต้นด้วยตนเอง" โดยการทำเป็นวิดิโอคลิปสั้นๆ หลายสิบคลิปลง Youtube.com
และงานนี้ก็เพิ่งสำเร็จเรียบร้อยไปแล้วครับ จีงมาขอเชิญช่วยผู้ที่สนใจภาษาเขมรให้แวะไปชมกัน
งานนี้ไม่ได้เป็นงานที่ยากมากมายอะไร แต่เป็นงานที่ใช้เวลามาก และโดยปกติแล้วผมเป็นคนทำอะไรที่ไม่ยืนระยะ แป๊ปๆ ก็เปลี่่ยน การทนทำอะไรได้ขนาดนี้เลยถือว่าเป็นเรื่องพิเศษ
สำหรับโครงการต่อไปคือ "โครงการ 308" ซึ่งเป็นการรวบรวมวิดิโอคลิปเกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์ครับ เพื่อเผยแพร่ในโรงเรียนแถวๆ นี้ต่อไป
หากความคืบหน้าอย่างไรจะแวะมาเล่ากันที่นี่ครับ
และงานนี้ก็เพิ่งสำเร็จเรียบร้อยไปแล้วครับ จีงมาขอเชิญช่วยผู้ที่สนใจภาษาเขมรให้แวะไปชมกัน
งานนี้ไม่ได้เป็นงานที่ยากมากมายอะไร แต่เป็นงานที่ใช้เวลามาก และโดยปกติแล้วผมเป็นคนทำอะไรที่ไม่ยืนระยะ แป๊ปๆ ก็เปลี่่ยน การทนทำอะไรได้ขนาดนี้เลยถือว่าเป็นเรื่องพิเศษ
สำหรับโครงการต่อไปคือ "โครงการ 308" ซึ่งเป็นการรวบรวมวิดิโอคลิปเกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์ครับ เพื่อเผยแพร่ในโรงเรียนแถวๆ นี้ต่อไป
หากความคืบหน้าอย่างไรจะแวะมาเล่ากันที่นี่ครับ
5 ต.ค. 2554
ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ : ตอบโต้่รัฐประหาร
หากใครติดตามการเมืองไทยช่วงนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นข่าวครึกโครมเท่ากับข้อเสนอนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสก่อตั้งคณะครบรอบ 1 ปี ข้อเสนอดังกล่าวมี 4 ประเด็น ประเด็นที่ผมคิดว่ามีความสำคัญที่สุดคือประเด็นแรก ว่าการลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
เมื่อแรกที่ได้อ่านข้อเสนอนี้ ผมไม่เข้าใจเนื้อหาเลย ต้องค่อยๆ มานั่งดูวิดิโอแถลงสองรอบจึงพอจะจับสาระสำคัญได้ ขอสรุปคร่าวๆ ให้ฟังดัีงนี้
อำนาจรัฐฐาธิปัตย์
ขอเสนอนี้พูดถึงอำนาจขององค์รัฐฐาธิปัตย์ อำนาจนี้เป็นอำนาจสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย สูงยิ่งกว่าอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เป็นอำนาจที่คณะรัฐประหารอ้างเมื่อทำการยึดอำนาจ และเนื่องจากในอดีตศาลเคยตัดสินว่าผู้ที่ยึดอำนาจนั้้นมีอำนาจขององค์รัฐฐาธิปัตย์ คณะรัฐประหารจึงใช้อำนาจนี้ลบล้างกฎหมายรัฐธรรมนูญเดิม และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะมีการนิรโทษกรรมตัวเองอยู่ด้วยเสมอ
ด้วย "สูตรอมตะ" เช่นนี้ จึงไม่มีใครสามารถเอาผิดคณะรัฐประหารได้ และนี่คงเป็นสาเหตุให้เกิดการรัฐประหารไม่รู้กี่รอบ
คณะนิติราษฎร์จึีงเสนอให้มีการย้อนเกล็ดของคณะรัฐประหาร โดยการอ้างอำนาจเีดียวกับคือ ใช้อำนาจขององค์รัฐฐาธิปัตย์ ซึ่งปัจจุึบันอำนาจสูงสุัดนี้เป็นของประชาชนไทยทุกคนนี่เอง ซึ่งแสดงเจตจำนงค์ผ่านการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ พร้อมกับมีการลบล้างรัฐธรรมนูญเดิม ในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมคณะรัฐประหาร
หากข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ได้รับการปฏิบัติจริง ก็เป็นไปได้ที่อาจจะเอาตัวผู้ก่อการรัฐประหารมาลงโทษได้
แค่ข้อเสนอแรกก็น่าสนใจมากๆ แล้วครับ ส่วนข้ออื่นๆ รายละเอียดค่อนข้างเยอะ บางข้อผมเองก็ยังไม่ค่อยกระจ่าง ขอให้ลองอ่านเองนะครับ
ข้อเสนอที่มีพลัง ทำให้มองเห็นคนที่แอบชอบรัฐประหารชัดเจนขึ้น
สำหรับข้อเสนอนี้ หากคนที่เห็นด้วยกับรัฐประหารก็สามารถออกมาค้าน คนที่ไม่เห็นด้วยก็ออกมาสนับสนุน ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ความพิเศษตรงที่ คำถามนี้บีบให้คนที่ชอบแสดงตัวว่าเป็นคนที่ไม่สนับสนุึนรัฐประหาร แต่เมื่อเกิดรัฐประหารขึ้นกลับไปเป็นมือเป็นไม้ให้กับคณะรัฐประหาร ต้องแสดงจุดยืนที่แน่ชัดเพราะหากไม่เอารัฐประหารก็ควรจะสนับสนุนแนวทางนี้ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ผมเห็นตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ออกตอบกันเลี่ยงไปเลี่่ยงมา ผมก็ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นพวกนักกฎหมายบิ๊กเนมที่แอบชอบรัฐประหารเหล่านี้ออกอาการเมาหมัด (ดูรายละเอียดได้จากเว็บ Siam Intelligetn Unit)
ความคิดที่มีพลัง จะกระจายได้ด้วยตัวเอง
และไม่ว่าคนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ยิ่งพูดกันไปความคิดนี้ยิ่งกระจายไปเรื่อยๆ ผมสังเกตว่าช่วงหลังๆ สื่อหลักที่สนับสนุนการรัฐประหาร ก็ไม่ค่อยจะเล่นเรื่องนี้เลย ทั้งๆ ที่แรกก็ออกมาโจมตีคณะนิติราษฎร์ว่า รับงานบ้างทำำเืำพื่อประโยชน์ีคนเดียวบ้าง
ผมเ้ข้าใจว่ายิ่งโจมตีมาก ยิ่งทำให้คนอยากรู้ว่าข้อเสนอที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง ไปๆ มาๆ ตัวเองก็เหมือนกับทำหน้าที่กระจายความคิดนี้ออกไป
สุดท้ายโปรดติดตามอย่างใกล้ชิดนะครับ
ปล.
1. ผมตัดสินใจเขียนบทความนี้หลังจากได้เห็น ข้อความในเว็บของ นายมีชัย ฤทธิ์ชุพันธ์ นักกฎหมายที่ร่างรัฐธรรมนูญให้คณะรัฐประหารหลายฉบับ กล่าวถึงข้อเสนอนี้สั้นๆ ว่า "ไม่เข้าใจ" แหม ท่านครับ ระดับท่านมีหรือจะไม่เข้าใจ ?
เมื่อแรกที่ได้อ่านข้อเสนอนี้ ผมไม่เข้าใจเนื้อหาเลย ต้องค่อยๆ มานั่งดูวิดิโอแถลงสองรอบจึงพอจะจับสาระสำคัญได้ ขอสรุปคร่าวๆ ให้ฟังดัีงนี้
อำนาจรัฐฐาธิปัตย์
ขอเสนอนี้พูดถึงอำนาจขององค์รัฐฐาธิปัตย์ อำนาจนี้เป็นอำนาจสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย สูงยิ่งกว่าอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เป็นอำนาจที่คณะรัฐประหารอ้างเมื่อทำการยึดอำนาจ และเนื่องจากในอดีตศาลเคยตัดสินว่าผู้ที่ยึดอำนาจนั้้นมีอำนาจขององค์รัฐฐาธิปัตย์ คณะรัฐประหารจึงใช้อำนาจนี้ลบล้างกฎหมายรัฐธรรมนูญเดิม และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะมีการนิรโทษกรรมตัวเองอยู่ด้วยเสมอ
ด้วย "สูตรอมตะ" เช่นนี้ จึงไม่มีใครสามารถเอาผิดคณะรัฐประหารได้ และนี่คงเป็นสาเหตุให้เกิดการรัฐประหารไม่รู้กี่รอบ
คณะนิติราษฎร์จึีงเสนอให้มีการย้อนเกล็ดของคณะรัฐประหาร โดยการอ้างอำนาจเีดียวกับคือ ใช้อำนาจขององค์รัฐฐาธิปัตย์ ซึ่งปัจจุึบันอำนาจสูงสุัดนี้เป็นของประชาชนไทยทุกคนนี่เอง ซึ่งแสดงเจตจำนงค์ผ่านการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ พร้อมกับมีการลบล้างรัฐธรรมนูญเดิม ในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมคณะรัฐประหาร
หากข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ได้รับการปฏิบัติจริง ก็เป็นไปได้ที่อาจจะเอาตัวผู้ก่อการรัฐประหารมาลงโทษได้
แค่ข้อเสนอแรกก็น่าสนใจมากๆ แล้วครับ ส่วนข้ออื่นๆ รายละเอียดค่อนข้างเยอะ บางข้อผมเองก็ยังไม่ค่อยกระจ่าง ขอให้ลองอ่านเองนะครับ
ข้อเสนอที่มีพลัง ทำให้มองเห็นคนที่แอบชอบรัฐประหารชัดเจนขึ้น
สำหรับข้อเสนอนี้ หากคนที่เห็นด้วยกับรัฐประหารก็สามารถออกมาค้าน คนที่ไม่เห็นด้วยก็ออกมาสนับสนุน ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ความพิเศษตรงที่ คำถามนี้บีบให้คนที่ชอบแสดงตัวว่าเป็นคนที่ไม่สนับสนุึนรัฐประหาร แต่เมื่อเกิดรัฐประหารขึ้นกลับไปเป็นมือเป็นไม้ให้กับคณะรัฐประหาร ต้องแสดงจุดยืนที่แน่ชัดเพราะหากไม่เอารัฐประหารก็ควรจะสนับสนุนแนวทางนี้ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ผมเห็นตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ออกตอบกันเลี่ยงไปเลี่่ยงมา ผมก็ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นพวกนักกฎหมายบิ๊กเนมที่แอบชอบรัฐประหารเหล่านี้ออกอาการเมาหมัด (ดูรายละเอียดได้จากเว็บ Siam Intelligetn Unit)
ความคิดที่มีพลัง จะกระจายได้ด้วยตัวเอง
และไม่ว่าคนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ยิ่งพูดกันไปความคิดนี้ยิ่งกระจายไปเรื่อยๆ ผมสังเกตว่าช่วงหลังๆ สื่อหลักที่สนับสนุนการรัฐประหาร ก็ไม่ค่อยจะเล่นเรื่องนี้เลย ทั้งๆ ที่แรกก็ออกมาโจมตีคณะนิติราษฎร์ว่า รับงานบ้างทำำเืำพื่อประโยชน์ีคนเดียวบ้าง
ผมเ้ข้าใจว่ายิ่งโจมตีมาก ยิ่งทำให้คนอยากรู้ว่าข้อเสนอที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง ไปๆ มาๆ ตัวเองก็เหมือนกับทำหน้าที่กระจายความคิดนี้ออกไป
สุดท้ายโปรดติดตามอย่างใกล้ชิดนะครับ
ปล.
1. ผมตัดสินใจเขียนบทความนี้หลังจากได้เห็น ข้อความในเว็บของ นายมีชัย ฤทธิ์ชุพันธ์ นักกฎหมายที่ร่างรัฐธรรมนูญให้คณะรัฐประหารหลายฉบับ กล่าวถึงข้อเสนอนี้สั้นๆ ว่า "ไม่เข้าใจ" แหม ท่านครับ ระดับท่านมีหรือจะไม่เข้าใจ ?
4 ต.ค. 2554
วิธีการสอนเรื่อง "การบวก"
วิดิโอคลิปนี้เป็นตัวอย่างแนวคิดของผมที่นำเสนอให้ พิจารณา คือเรามีโครงการพัฒนาสื่อการเีรียนการสอนร่วมกัน แนวคิดหลักๆ คือจะมีการรวมรวมสื่อดิจิตัลที่ใช้งานได้จริง ๆ และมีการจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบ เพื่http://www.blogger.com/img/blank.gifอสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน
คลิปข้างล่างคือตัวอย่างของสื่อที่เราจะรวบรวมกัน
วิดิโอคลิปนี้สอนเรื่องการบวกสำหรับเด็กเล็กๆ ระดับประถมได้ดีทีเดียว ผมจึงแปลและใส่คำบรรยายภาษาไทยไว้ คลิปนี้เป็นคลิปแรก อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ต่อไปคงจะดีขึ้น
คลิปข้างล่างคือตัวอย่างของสื่อที่เราจะรวบรวมกัน
วิดิโอคลิปนี้สอนเรื่องการบวกสำหรับเด็กเล็กๆ ระดับประถมได้ดีทีเดียว ผมจึงแปลและใส่คำบรรยายภาษาไทยไว้ คลิปนี้เป็นคลิปแรก อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ต่อไปคงจะดีขึ้น
2 ต.ค. 2554
วิธีดึงรถออกจากหล่ม
รถบรรทุกข้างบนนี้ติดหล่มครับ ถอยไปถอยมาก็ช่วยอะไรไม่ได้
่ส่วนการเอารถใหญ่ๆ ขนาดนี้ออกจากหล่มเขาทำกันอย่างไร คลิ๊กเพื่อชมได้เลย
1 ต.ค. 2554
การตรวจกระดาษคำตอบภาคเรียนที่ 1/2554
ระหว่างวันที่ 21-25 กันยายน 2554 ผมและคณะได้เดินทางมาประชุมปฎิบัติการตรวจกระดาษคำตอบ การสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2554 ที่สถาบันพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี

การสอบปลายภาคเรียนครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหลายอย่าง หนึ่งในนั้นได้แก่ การเปลี่ยนมาใช้วิธีตรวจกระดาษคำตอบแบบแสกนซึ่งต้องฝนด้วยปากกาสีน้ำเงินหรือดำ จากเดิมทางหน่วยงานของเราจะใช้เครื่อง OMR ในการตรวจกระดาษคำตอบที่ฝนด้วยดินสอ 2B
ผมจะมาเ่ล่าถึงรายละเอียดในการตรวจกระดาษคำตอบครับ

1.ขั้นตอนแรกคือการสแกนกระดาษคำตอบ
กระดาษคำตอบถูกรวบรวมและขนส่งจากสำนักงาน กศน.จังหวัด มาถึง สถาบัน กศน.ภาคฯ จากนั้น กระดาษคำตอบเหล่านี้จะถูกจัดเรียงตามรายสถานศึกษาและรายวิชาที่มีการสอบ สำหรับอำเภอที่มีสนามสอบมากกว่าหนึ่งสนามสอบ จะมีการรวมกระดาษคำตอบวิชาเดียวกันทุกสนามสอบเ้ข้าด้วยกัน


จากกระดาษจะถูกแสกนอย่างรวดเร็วด้วยเครื่องแสกน ข้อมูลที่ได้คือภาพแสกนของกระดาษคำตอบ ซึ่งจะถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูล พร้อมกับจะมีการอ่านรหัสของนักศึกษา และเชื่อมโยงเข้ากับฐานข้อมูลนักศึกษา(ที่ส่งจากโปรแกรม ITwin) โดยอัติโนมัติ
เครื่องสแกนที่ใช้เป็นเครื่องสแำกนความเร็วสูง ตัวอย่างได้แก่รุ่น Canon DR 6010C ความเร็วในการสแกนน่าจะหลายร้อยแผ่น(กระดาษคำตอบนะครับ ไม่ใช่กระดาษ A4) ต่อนาที
(รูปข้างล่างนี้เป็นรุ่นอื่นนะครับ จำไม่ได้ว่ารุ่นนี้รุ่นอะไร)

2.ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลนักศึกษาที่มีปัญหา
กระดาษคำตอบที่ผ่านขั้นตอนที่ 1 มา จะมีบางส่วนที่มีปัญหา เช่น
- ข้อมูลของนักศึกษาไม่ครบถ้วน ข้อมูลเหล่านี้ได้แก่ รหัสประจำตัว ,รหัสวิชาที่สอบ อาจจะจากไม่ฝนรหัส ,ฝนรหัสไ่ม่ครบ ,ฝนผิด
- ปัญหาจากการสแกนเอง เช่น มีการแสกนกลับหน้ากลับหลัง ,มีการพับที่มุมหรือขอบทำhttp://www.blogger.com/img/blank.gifให้เครื่องไม่สามารถอ่านข้อมูลได้
ซึ่งกรรมการตรวจกระดาษคำตอบจะทำการ"ระบุ"ข้อมูลที่ไม่สามารถอ่านได้เหล่านี้ให้ ผมไม่ใช้คำว่า "แก้ไข" เพราะเราไม่สามารถเ้ข้าไปแก้ไขอะไรในกระดาษคำตอบได้

หน้าที่เราคือตอบคำถามว่า "กระดาษคำตอบแผ่นนี้ (ซึ่งที่ไม่สามารถอ่านรหัสนักศึกษา ออกมาได้) ควรจะเป็นของนักศึกษาคนไหน ?"
ซึ่งอาจจะต้องกลับไปค้นในข้อมูลทะเบียนนักศึกษา (โปรแกรม ITW) หรือแม้กระทั่งสอบถามกลับไปยังสถานศึกษา
ซอพท์แวร์ที่เราใช้งานในขั้นตอนนี้คือ โปรแกรม Binary MCTA : ตรวจข้อสอบอัจฉริยะ
3.การประมวลผล
เมื่อผ่านขั้นตอนที่ 2 มาแล้วกระดาษคำตอบเกือบทุกแผ่นสามารถระบุได้ว่าเป็นของนักศึกษาคนใดแล้ว เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็จะรันโปรแกรมที่ทำหน้าที่ประมวลผล คือการอ่านส่วนที่เป็นคำตอบโจทย์เหล่านั้นและตรวจให้คะแนน จากนั้น ส่งผลออกมาเป็นแฟ้มผลสอบ ที่่สามารถไปนำเข้าโปรแกรมทะเบียนนักศึกษาเพื่อประกาศผล และนำไปประมวลผลสารสนเทศออกมาได้

จากนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกเป็นแฟ้มดิจิตัล(ข้อมูลดังกล่าวรวมถึงภาพกระดาษคำตอบที่สแกน) เพื่อส่งกลับไปให้สถานศึกษาต่อไป
อย่างไรก็ตามอาจจะมีกระดาษคำตอบบางแผ่น ที่ไม่่สามารถระบุได้ว่าเป็นของใครจริงๆ กระดาษคำตอบเหล่านี้จะถูกแยกไปในส่วน"กระดาษคำตอบที่มีปัญหา" เพื่อส่งกลับไปให้สถานศึกษาดำเนินการตรวจสอบต่อไป
สรุป
ขั้นตอนที่ 2 การตรวจสอบข้ิอมูลนักศึกษาที่มีปัญหา เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด ปัญหาเหล่าจะลดลงไปได้มาก หากกรรมการกำกับห้องสอบช่วยตรวจสอบเรื่องการฝนรหัสประจำตัวนักศึกษา รหัสวิชา ให้สมบูรณ์ที่สุด

การสอบปลายภาคเรียนครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหลายอย่าง หนึ่งในนั้นได้แก่ การเปลี่ยนมาใช้วิธีตรวจกระดาษคำตอบแบบแสกนซึ่งต้องฝนด้วยปากกาสีน้ำเงินหรือดำ จากเดิมทางหน่วยงานของเราจะใช้เครื่อง OMR ในการตรวจกระดาษคำตอบที่ฝนด้วยดินสอ 2B
ผมจะมาเ่ล่าถึงรายละเอียดในการตรวจกระดาษคำตอบครับ

1.ขั้นตอนแรกคือการสแกนกระดาษคำตอบ
กระดาษคำตอบถูกรวบรวมและขนส่งจากสำนักงาน กศน.จังหวัด มาถึง สถาบัน กศน.ภาคฯ จากนั้น กระดาษคำตอบเหล่านี้จะถูกจัดเรียงตามรายสถานศึกษาและรายวิชาที่มีการสอบ สำหรับอำเภอที่มีสนามสอบมากกว่าหนึ่งสนามสอบ จะมีการรวมกระดาษคำตอบวิชาเดียวกันทุกสนามสอบเ้ข้าด้วยกัน


จากกระดาษจะถูกแสกนอย่างรวดเร็วด้วยเครื่องแสกน ข้อมูลที่ได้คือภาพแสกนของกระดาษคำตอบ ซึ่งจะถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูล พร้อมกับจะมีการอ่านรหัสของนักศึกษา และเชื่อมโยงเข้ากับฐานข้อมูลนักศึกษา(ที่ส่งจากโปรแกรม ITwin) โดยอัติโนมัติ
เครื่องสแกนที่ใช้เป็นเครื่องสแำกนความเร็วสูง ตัวอย่างได้แก่รุ่น Canon DR 6010C ความเร็วในการสแกนน่าจะหลายร้อยแผ่น(กระดาษคำตอบนะครับ ไม่ใช่กระดาษ A4) ต่อนาที
(รูปข้างล่างนี้เป็นรุ่นอื่นนะครับ จำไม่ได้ว่ารุ่นนี้รุ่นอะไร)

2.ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลนักศึกษาที่มีปัญหา
กระดาษคำตอบที่ผ่านขั้นตอนที่ 1 มา จะมีบางส่วนที่มีปัญหา เช่น
- ข้อมูลของนักศึกษาไม่ครบถ้วน ข้อมูลเหล่านี้ได้แก่ รหัสประจำตัว ,รหัสวิชาที่สอบ อาจจะจากไม่ฝนรหัส ,ฝนรหัสไ่ม่ครบ ,ฝนผิด
- ปัญหาจากการสแกนเอง เช่น มีการแสกนกลับหน้ากลับหลัง ,มีการพับที่มุมหรือขอบทำhttp://www.blogger.com/img/blank.gifให้เครื่องไม่สามารถอ่านข้อมูลได้
ซึ่งกรรมการตรวจกระดาษคำตอบจะทำการ"ระบุ"ข้อมูลที่ไม่สามารถอ่านได้เหล่านี้ให้ ผมไม่ใช้คำว่า "แก้ไข" เพราะเราไม่สามารถเ้ข้าไปแก้ไขอะไรในกระดาษคำตอบได้

หน้าที่เราคือตอบคำถามว่า "กระดาษคำตอบแผ่นนี้ (ซึ่งที่ไม่สามารถอ่านรหัสนักศึกษา ออกมาได้) ควรจะเป็นของนักศึกษาคนไหน ?"
ซึ่งอาจจะต้องกลับไปค้นในข้อมูลทะเบียนนักศึกษา (โปรแกรม ITW) หรือแม้กระทั่งสอบถามกลับไปยังสถานศึกษา
ซอพท์แวร์ที่เราใช้งานในขั้นตอนนี้คือ โปรแกรม Binary MCTA : ตรวจข้อสอบอัจฉริยะ
3.การประมวลผล
เมื่อผ่านขั้นตอนที่ 2 มาแล้วกระดาษคำตอบเกือบทุกแผ่นสามารถระบุได้ว่าเป็นของนักศึกษาคนใดแล้ว เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็จะรันโปรแกรมที่ทำหน้าที่ประมวลผล คือการอ่านส่วนที่เป็นคำตอบโจทย์เหล่านั้นและตรวจให้คะแนน จากนั้น ส่งผลออกมาเป็นแฟ้มผลสอบ ที่่สามารถไปนำเข้าโปรแกรมทะเบียนนักศึกษาเพื่อประกาศผล และนำไปประมวลผลสารสนเทศออกมาได้

จากนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกเป็นแฟ้มดิจิตัล(ข้อมูลดังกล่าวรวมถึงภาพกระดาษคำตอบที่สแกน) เพื่อส่งกลับไปให้สถานศึกษาต่อไป
อย่างไรก็ตามอาจจะมีกระดาษคำตอบบางแผ่น ที่ไม่่สามารถระบุได้ว่าเป็นของใครจริงๆ กระดาษคำตอบเหล่านี้จะถูกแยกไปในส่วน"กระดาษคำตอบที่มีปัญหา" เพื่อส่งกลับไปให้สถานศึกษาดำเนินการตรวจสอบต่อไป
สรุป
ขั้นตอนที่ 2 การตรวจสอบข้ิอมูลนักศึกษาที่มีปัญหา เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด ปัญหาเหล่าจะลดลงไปได้มาก หากกรรมการกำกับห้องสอบช่วยตรวจสอบเรื่องการฝนรหัสประจำตัวนักศึกษา รหัสวิชา ให้สมบูรณ์ที่สุด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)