ในบางกรณี เราได้รับคำอธิบายมากกว่าหนึ่งอย่างในเรื่องเดียวกัน ไม่จำเป็นที่อันใดอันหนึ่งจะผิด ถูกทั้งคู่อาจจะถูกแต่ระดับความลึกไม่เท่ากัน
สมมติว่าดอกไมัชนิดหนึ่งบานเมื่อเข้าสู่หน้าหนาวเสมอ คำอธิบายจากผู้ที่สังเกตแบบธรรมดาก็คงจะสรุปได้ว่า "ดอกไม้นี้บานในฤดูหนาว" แต่นักวิจัยได้เอาดอกไม้นี้ไปวิจัยพบว่า "ดอกไม้นี้จะบานก็ต่อเมื่อช่วงเวลากลางวันสั้น และในฤดูหนาวมีช่วงเวลากลางวันสั้น ทำให้ดอกไม้นี่บานในฤดูหนาว"
นี่คือคำอธิบายที่ถูกต้องทั้้งคู่แต่ความลึำกไม่เท่ากัน หากเราต้องการทำให้ดอกไม้ชนิดนี้บานทุกฤดู คำอธิบายแรกจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้เพราะต้องรอถึงฤดูหนาว ในขณะที่คำอธิบายที่สองทำให้เราเห็นแนวทางที่จะทำได้โดยกำหนดระยะเวลาการให้แสงในห้องควบคุมแสง เป็นต้น
คำอธิบายที่ถูกต้องแต่ไม่ลึกพอก็ไม่นำไปสู่่การแก้ปัญหาได้
22 พ.ค. 2554
ป้ายโฆษณาป้ายแรกของ WTC
12 พ.ค. 2554
3D CSS box Model
ภาพนี้เป็นการแสดง CSS Box model เป็นชั้นๆ เพื่อช่วยให้ทำความเข้าใจมากขึ้น

(คลิ๊กเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)
ที่มา http://www.hicksdesign.co.uk/boxmodel/

(คลิ๊กเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)
ที่มา http://www.hicksdesign.co.uk/boxmodel/
8 พ.ค. 2554
จดหมายลาออกที่น่าประทับใจของ Joe Hewitt
จดหมายฉบับนี้เป็นของ Joe Hewitt นักพัฒนาโปรแกรมคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ที่ Facebook แปลโดยคุณ anu เพื่อนำเสนอในเว็บ Blognone.com
อ้อ ประโยคที่ว่า "แต่มีเงินเดือนแทนที่จะเป็นราเม็ง" หมายถึง "ได้ร้ับค่าตอบแทนดี แทนที่จะต้องจนกรอบขนาดกินบะหมี่ประทังชีวิต"
*****************************************************
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของผมที่เฟซบุ๊ค ปกติเมื่อผมออกจากงานผมจะไปสาบแช่งพวกผู้บริหารและหวังว่าผมจะออกจากงานเร็ว กว่านั้น แต่ในเคสของเฟซบุ๊คผมส่งอีเมลจากใจไปถึงผู้จัดการของผมทุกคนขอบคุณที่ให้ สิทธิ์กับผมให้ได้ทำงานที่นี่และผมก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เฟซบุ๊คเป็นบริษัทที่ผมเคยทำงานด้วยนานที่สุดและเป็นนายจ้างที่ดีที่สุดเท่า ที่ผมเคยมี
การทำงานที่เฟซบุ๊คก็เหมือนกับการเริ่มตั้งบริษัทเอง แต่มีเงินเดือนแทนที่จะเป็นราเม็ง ผู้บริหารให้อิสระในการทำงานกับไอเดียของผมเอง และก็เหมือนกับบริษัทเริ่มตั้งใหม่จริงๆ เพราะบางโครงการของผมไม่เคยได้ออกจากแล๊ปและบางอย่างก็ได้ออกและประสบความ สำเร็จอย่างมาก ความยอดเยี่ยมของผู้บริหารของเฟซบุ๊คคือการให้กำลังใจสนับสนุนทุกคนให้มีการ ริเริ่ม กล้าเสี่ยง และได้สวมหมวก(บทบาท)หลายใบเท่าที่คุณสามารถ ผมหวังว่าบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ควรบริหารเช่นนี้
เป็นเวลากว่าห้าปีที่ผมสร้าง Firebug และแม้ว่าผมไม่ได้มีส่วนกับมันมานานแล้วก็ตาม แต่ผมยังคงคิดถึงมันอยู่ทุกวัน มันอาจจะเป็นงานที่ผมเคยทำที่ทำให้ผมปลื้มมากที่สุดเลยก็ว่าได้ การที่รู้ว่าผมช่วยให้นักพัฒนาแก้ปัญหายากๆ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสิ่งที่น่าทึ่ง ทำให้ผมมีพลังและความสุขอย่างเปรียบไม่ได้
สมองของผมยังคงเต็มไปด้วยไอเดียสำหรับเครื่องมือสำหรับทุกอย่าง เครื่องมือสำหรับนักเขียน ดีไซน์เนอร์ โปรแกรมเมอร์ หรืออะไรก็ตาม ที่ผู้คนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการเปลี่ยนไอเดียให้เป็นความจริงที่จับต้อง ได้ ผมอยากจะช่วย ผมใช้เวลา 4 ปีของผมในการทำงานกับซอฟต์แวร์หลายชนิด ที่เฟซบุ๊คผมได้สร้างเครื่องมือสื่อสามารถที่เข้าถึงคนหลายร้อยล้านคน ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เห็นคนอื่นๆ หรือแม้แต่พ่อแม่ของผมเองใช้แอ๊ปของผมขณะเดินไปตามถนน ในร้านอาหาร บนรถไฟ บนเครื่องบินและทุกๆ ที่ที่ผมไป แต่กระนั้นผมก็ยังไม่สามารถหยุดคิดถึง Firebug ได้
เทคโนโลยีเติบโตเร็วกว่าที่นิเวศน์ของเครื่องมือจะมารองรับทัน ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เราเห็นการเติบโตของแอ๊ปมือถือ เทคโนโลยีกลุ่มเมฆและตอนนี้ก็มี HTML5 นักพัฒนาส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มใหม่ๆ เหล่านี้ใช้เครื่องมือของยุคก่อนร่วมไปกับการผสมของสคริปท์ที่สร้างขึ้นมา โดยเฉพาะ (ad-hoc scripts) และเว็บแอ๊ปในการทำงานให้สำเร็จ มันเวิร์คแต่ยังห่างไกลจากอุดมคติ ในความเป็นจริงมันทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ของ AJAX ในปี 2006 เมื่อครั้งที่ผมตัดสินใจสร้าง Firebug
ในตอนนี้เมื่อผมเป็นอิสระแล้ว ผมจะอุทิศตัวผมให้กับความเข้าใจความต้องการของนักพัฒนาและดีไซน์เนอร์ยุค ใหม่ และสร้างซอฟต์แวร์เพื่ออุดความต้องการเหล่านั้น มีโอกาสมากมายที่ผมแม้แต่จะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าผมสุดท้ายแล้วผมจะสร้าง อะไร แต่ผมก็มั่นใจว่าผมรู้ว่าผมจะเริ่มตรงไหน รอไม่ได้เลยทีเดียว...
อ้อ ประโยคที่ว่า "แต่มีเงินเดือนแทนที่จะเป็นราเม็ง" หมายถึง "ได้ร้ับค่าตอบแทนดี แทนที่จะต้องจนกรอบขนาดกินบะหมี่ประทังชีวิต"
*****************************************************
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของผมที่เฟซบุ๊ค ปกติเมื่อผมออกจากงานผมจะไปสาบแช่งพวกผู้บริหารและหวังว่าผมจะออกจากงานเร็ว กว่านั้น แต่ในเคสของเฟซบุ๊คผมส่งอีเมลจากใจไปถึงผู้จัดการของผมทุกคนขอบคุณที่ให้ สิทธิ์กับผมให้ได้ทำงานที่นี่และผมก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เฟซบุ๊คเป็นบริษัทที่ผมเคยทำงานด้วยนานที่สุดและเป็นนายจ้างที่ดีที่สุดเท่า ที่ผมเคยมี
การทำงานที่เฟซบุ๊คก็เหมือนกับการเริ่มตั้งบริษัทเอง แต่มีเงินเดือนแทนที่จะเป็นราเม็ง ผู้บริหารให้อิสระในการทำงานกับไอเดียของผมเอง และก็เหมือนกับบริษัทเริ่มตั้งใหม่จริงๆ เพราะบางโครงการของผมไม่เคยได้ออกจากแล๊ปและบางอย่างก็ได้ออกและประสบความ สำเร็จอย่างมาก ความยอดเยี่ยมของผู้บริหารของเฟซบุ๊คคือการให้กำลังใจสนับสนุนทุกคนให้มีการ ริเริ่ม กล้าเสี่ยง และได้สวมหมวก(บทบาท)หลายใบเท่าที่คุณสามารถ ผมหวังว่าบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ควรบริหารเช่นนี้
เป็นเวลากว่าห้าปีที่ผมสร้าง Firebug และแม้ว่าผมไม่ได้มีส่วนกับมันมานานแล้วก็ตาม แต่ผมยังคงคิดถึงมันอยู่ทุกวัน มันอาจจะเป็นงานที่ผมเคยทำที่ทำให้ผมปลื้มมากที่สุดเลยก็ว่าได้ การที่รู้ว่าผมช่วยให้นักพัฒนาแก้ปัญหายากๆ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสิ่งที่น่าทึ่ง ทำให้ผมมีพลังและความสุขอย่างเปรียบไม่ได้
สมองของผมยังคงเต็มไปด้วยไอเดียสำหรับเครื่องมือสำหรับทุกอย่าง เครื่องมือสำหรับนักเขียน ดีไซน์เนอร์ โปรแกรมเมอร์ หรืออะไรก็ตาม ที่ผู้คนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการเปลี่ยนไอเดียให้เป็นความจริงที่จับต้อง ได้ ผมอยากจะช่วย ผมใช้เวลา 4 ปีของผมในการทำงานกับซอฟต์แวร์หลายชนิด ที่เฟซบุ๊คผมได้สร้างเครื่องมือสื่อสามารถที่เข้าถึงคนหลายร้อยล้านคน ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เห็นคนอื่นๆ หรือแม้แต่พ่อแม่ของผมเองใช้แอ๊ปของผมขณะเดินไปตามถนน ในร้านอาหาร บนรถไฟ บนเครื่องบินและทุกๆ ที่ที่ผมไป แต่กระนั้นผมก็ยังไม่สามารถหยุดคิดถึง Firebug ได้
เทคโนโลยีเติบโตเร็วกว่าที่นิเวศน์ของเครื่องมือจะมารองรับทัน ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เราเห็นการเติบโตของแอ๊ปมือถือ เทคโนโลยีกลุ่มเมฆและตอนนี้ก็มี HTML5 นักพัฒนาส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มใหม่ๆ เหล่านี้ใช้เครื่องมือของยุคก่อนร่วมไปกับการผสมของสคริปท์ที่สร้างขึ้นมา โดยเฉพาะ (ad-hoc scripts) และเว็บแอ๊ปในการทำงานให้สำเร็จ มันเวิร์คแต่ยังห่างไกลจากอุดมคติ ในความเป็นจริงมันทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ของ AJAX ในปี 2006 เมื่อครั้งที่ผมตัดสินใจสร้าง Firebug
ในตอนนี้เมื่อผมเป็นอิสระแล้ว ผมจะอุทิศตัวผมให้กับความเข้าใจความต้องการของนักพัฒนาและดีไซน์เนอร์ยุค ใหม่ และสร้างซอฟต์แวร์เพื่ออุดความต้องการเหล่านั้น มีโอกาสมากมายที่ผมแม้แต่จะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าผมสุดท้ายแล้วผมจะสร้าง อะไร แต่ผมก็มั่นใจว่าผมรู้ว่าผมจะเริ่มตรงไหน รอไม่ได้เลยทีเดียว...
All roads lead to "Ram"

บังเอิญไปเจอปฏิทินบนโต๊ะพี่ที่ทำงานที่เป็นศิษฐ์เก่าของ ม.รามคำแหง เขาเขียนไว้ว่า "All roads lead to RAM" หรือถนนทุกสายมุ่งสู่รามฯ ผมถึงกับยิ้มเพราะอดชื่นชมความช่างคิดผู้ออกแบบปฏิทินไม่ได้

สำนวนนี้ล้อมาจากสำนวนว่า "All roads lead to Rome" เพราะในสมัยโรมันได้มีการสร้างถนนเชื่อมไปสู่ดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันสำนวนนี้มีความหมายว่า เรามีหลายวิธีที่จะทำงานให้ได้ผลสำเร็จเหมือนกัน
7 พ.ค. 2554
บทเรียน CSS ฟรีจาก Sitepoint.com
ใครที่สนใจเรื่อง CSS สามารถเรียนฟรีได้จากวิชา The CSS Video Crash Course ของ www.sitepoint.com
5 พ.ค. 2554
WordPress Theme Design
สไลดน์แนะนำเสนอการออกแบบ Theme สำหรับ WordPress ส่วนผมนั้นไม่เคยใช้ WordPress เลย แต่ก็ได้รับประโยชน์อย่างมากจากการแนะนำเรื่อง CSS ที่ปรากฎอยู่ในสไลด์ชุดนี้
WordPress Theme Design 2011 (Thai)
View more presentations from Menn Chris
4 พ.ค. 2554
การ Warm Up และ Cool Down ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
สมัยที่เรียนวิชาพลศึกษา ครูก็สอนให้เรารู้จักขั้นตอน Warm Up และ Cool Down ก่อนจะเล่นกีฬาใดๆ เสมอ การ Warm Up ช่วยให้ร่างกายมีความพร้อมก่อนจะเล่นกีฬา ช่วยลดอาการบาดเจ็บของนักกีฬา ขณะที่การ Cool Down จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติก่อนจะทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป
แนวคิดแบบนี้มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ร่างกายของเราไม่พร้อมจะทำงานเต็มกำลังในทันที กระทั่งเครื่องจักรบางประเภทก็มีลักษณะนี้ เช่น เครื่องยนต์ที่ต้องการมีการอุ่นเครื่องก่อน ในขณะที่เครื่องจักรบางประเภทก็ไม่ต้องมีขั้นตอนนี้ เช่น พัดลม หลอดไฟ
แนวคิดเรื่อง Warm Up และ Cool Down นำไปใช้ในการปฏิบัติงานหลายๆ อย่าง เช่น การจัดการเรียนการสอน การดำเนินธุรกิจ การทำงานกลุ่ม ฯ เพียงแต่เราเรียกชื่อต่างๆ ออกไป เช่น ในเรื่องการจัดการเรียนเก็เรียกว่าการนำเข้าสู่บทเรียนหรือการสรุปบทเรียน
สิ่งที่พบเห็นคือ หลายๆ คนกล้บไม่เห็นประโยชน์ของขั้นตอนนี้ เพราะการ Warm Up และ Cool Down ไม่ใช่ขั้นตอนหลัก ไม่ได้ทำให้เกิดผลิตผลโดยตรง ทำให้ถูกมองว่าเสียเวลา เสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ เช่น เด็กน้อยคนหนึ่งมาถึงสนามฟุตบอลก็วิ่งไปเตะกับเพื่อนทัน เมื่อเล่นเสร็จก็วิ่งไปทานข้าวและอาบน้ำทันที การทำเช่นนี้เสี่ยงต่อการทำให้ตัวเองบาดเจ็บและป่วยไข้ได้
เมื่อเราตระหนักถึงความสำคัญของทั้งสองแล้ว เราก็ควรจะใช้ประโยชน์จากขั้นตอนทั้งสองอย่างเหมาะสม โดยมองหาสิ่งที่หลากหลาย สร้างสรรค์มาใช้ เพื่อให้เราสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แนวคิดแบบนี้มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ร่างกายของเราไม่พร้อมจะทำงานเต็มกำลังในทันที กระทั่งเครื่องจักรบางประเภทก็มีลักษณะนี้ เช่น เครื่องยนต์ที่ต้องการมีการอุ่นเครื่องก่อน ในขณะที่เครื่องจักรบางประเภทก็ไม่ต้องมีขั้นตอนนี้ เช่น พัดลม หลอดไฟ
แนวคิดเรื่อง Warm Up และ Cool Down นำไปใช้ในการปฏิบัติงานหลายๆ อย่าง เช่น การจัดการเรียนการสอน การดำเนินธุรกิจ การทำงานกลุ่ม ฯ เพียงแต่เราเรียกชื่อต่างๆ ออกไป เช่น ในเรื่องการจัดการเรียนเก็เรียกว่าการนำเข้าสู่บทเรียนหรือการสรุปบทเรียน
สิ่งที่พบเห็นคือ หลายๆ คนกล้บไม่เห็นประโยชน์ของขั้นตอนนี้ เพราะการ Warm Up และ Cool Down ไม่ใช่ขั้นตอนหลัก ไม่ได้ทำให้เกิดผลิตผลโดยตรง ทำให้ถูกมองว่าเสียเวลา เสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ เช่น เด็กน้อยคนหนึ่งมาถึงสนามฟุตบอลก็วิ่งไปเตะกับเพื่อนทัน เมื่อเล่นเสร็จก็วิ่งไปทานข้าวและอาบน้ำทันที การทำเช่นนี้เสี่ยงต่อการทำให้ตัวเองบาดเจ็บและป่วยไข้ได้
เมื่อเราตระหนักถึงความสำคัญของทั้งสองแล้ว เราก็ควรจะใช้ประโยชน์จากขั้นตอนทั้งสองอย่างเหมาะสม โดยมองหาสิ่งที่หลากหลาย สร้างสรรค์มาใช้ เพื่อให้เราสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3 พ.ค. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

