18 ก.พ. 2554

แนวคิดเบื้องต้นในการสร้างชิ้นงานสามมิติ


(แนะนำให้ชมแบบ Full Screen)

เพิ่มเติม
ติดตามเนื้อหาทั้้งหมดได้จากหน้า่ "บทเรียนการใช้งานโปรแกรม Google Sketchup 8.0"

เรื่องมือสำหรับมองชิ้นงานสามมิติ


(แนะนำให้ชมแบบ Full Screen)


เพิ่มเติม
ติดตามเนื้อหาทั้้งหมดได้จากหน้า่ "บทเรียนการใช้งานโปรแกรม Google Sketchup 8.0"

การเริ่มต้นใช้งานและส่วนประำกอบของโปรแกรม Sketchup


(แนะนำให้ชมแบบ Full Screen)

เพิ่มเติม
ติดตามเนื้อหาทั้้งหมดได้จากหน้า่ "บทเรียนการใช้งานโปรแกรม Google Sketchup 8.0" javascript:void(0)

13 ก.พ. 2554

ความเป็นมาของ www.lynda.com ตอนที่ 2/2

ต่อจากตอนที่แล้ว "ความเป็นมาของ www.lynda.com ตอนที่ 1/2"

การเริ่มต้นธุรกิจ
เมื่อหนังสือเล่มแรกออกวางจำหน่าย เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์กราฟฟิกซึ่งขณะนั้นมีไม่กี่คน ภาระงานของเธอทำให้เธอต้องเดินทางอยู่เสมอจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว สามีของเธอเลยมีความคิดว่าควรจะเปิดสอนคอมพิวเตอร์กราฟฟิกในเมืองเล็กๆ ที่ครอบครัวเธออาศัยอยู่ โดยการเช่าสถานที่ของโรงเรียนมัธยมในช่วงปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิ แล้วโฆษณาหลักสูตรในเว็บไซต์ www.lynda.com ขณะนั้นคือปี 1997

ในตอนแรกเธอก็ไม่คิดว่ามันจะได้ผลแต่หลังจากลงมือทำแล้วปรากฏว่าสามีของเธอคิดถูก มีคนจองที่นั่งจนเต็ม คนหนึ่งมาไกลจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย จากเหตุการณ์นี้ทำให้เธอตระหนักถึงศักยภาพของอินเทอร์เนตและเว็บไซต์ lynda.com ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1995 ข้อคิดประการหนึ่งที่เธอได้มาคือ หากเธอไป(สอน)ในที่ต่างๆ ไม่ได้ก็ต้องหาวิธีการอื่นมาทดแทน แล้วอะไรคือวิธีที่ว่า ? นั่นคือการเปิดโรงเรียนของตนเอง

ต่อมาเธอหันมาเปิดโรงเรียนคอมพิวเตอร์อย่างเต็มตัว โดยตั้งสำนักงานใหม่(เดิมทำอยู่ที่บ้าน) เปิดสอนคอมพิวเตอร์เดือนล่ะหนึ่งครั้งครั้งละหนึ่งอาทิตย์ เวลาที่เหลือเธอใช้ในการเขียนหนังสือ ในขณะที่สามีของเธอก็ทำงานในสตูดิโอภาพวาดของเขา

โรงเรียนของเธอประสบความสำเร็จด้วยดี เนื่องจากเว็บไซต์ที่ใช้โฆษณาก็เป็นชื่อของเธอ เธอเป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่ม ลูกค้าที่มาก็คาดหวังว่าจะได้เรียนกับเธอ เธอจึงทำการสอนเพียงคนเดียว ในช่วงเวลาหนึ่งเธอเคยสอนสองชั้นเรียนสลับกัน จำนวนผู้เรียนทั้งสองชั้นรวมกัน 60 คน ในปีแรกเธอมีทรัพย์สิน 1.7 ล้านดอลลาร์ จากเงินลงทุน 20,000 ดอลลาร์

ยุคเฟื่องฟูของ www.lynda.com
ต่อมาเธอเริ่มขยายงานอย่างเต็มที่ มีการจ้างพนักงานเข้ามาเพิ่ม หนังสือที่เธอเขียนต่อมาหลายเล่มก็ยังคงขายดี เธอจึงเริ่มจัดการสัมนาบ้าง ในการสัมนาครั้งแรกมีชื่อว่า "Flash Forward" เป็นการสัมนาที่เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม Flash มีผู้เข้าร่วมเกินคาดถึง 3,500 คน

จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นจนเป็น 35 คน กิจกรรมส่วนใหญ่มุ่งไปที่การจัดการเรียนการสอน ในขณะเดียวกันก็ผลิตหนังสือและจัดการสัมนาไปพร้อมๆ กัน ด้วยความที่ขาดพื้นฐานการจัดการธุรกิจทำให้เธอพยามทำทุกๆ อย่างไปพร้อมกัน

ต่อมาเกิดเหตุการณ์ฟองสบู่ดอทคอมแตก เศรษกิจถดถอย(ปี 2000) และเหตุการณ์ 9/11(2001) ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งความยุ่งยาก เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของเธอมาจากบริษัทดอทคอม เมื่อบริษัทประสบปัญหา งบประมาณที่ใช้ในการฝึกอบรมคือสิ่งที่จะหายไปในทันที โรงเรียนคอมพิวเตอร์ต้องปิดตัวลง มีการปลดพนักงานและไม่มีงบประมาณในการเดินทาง(ไปสอน)ตามที่ต่างๆ อีกแล้ว ท่ามกลางความหวาดกลัว เธอจึงหันมาผลิตวิดิโอสอนคอมพิวเตอร์แทนและเอาวิดิโอเหล่านั้นเผยแพร่แบบออนไลน์ในปี 2002 โดยที่ไม่มีงบประมาณจ้างคนมาช่วยงานเธอด้วยซ้ำ

ยุคใหม่ของ lynda.com
ในช่วงเวลานั้นเป็นยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เนต มีคนน้อยมากที่ใช้บรอดแบนด์ส่วนใหญ่เชื่อมต่ออินเทอร์เนตแบบ Dial-Up เว็บไซต์ youtube.com ยังไม่เกิด ไม่มีใครเชื่อว่าจะสามารถส่งวิดิโอทางอินเทอร์เนตได้ เธอเป็นกลุ่มคนแรกๆ ที่ทำเรื่องการเผยแพร่วิดิโอบนเว็บ

อีกสองสามปีต่อมาจึงเริ่มเห็นผล บรอดแบนด์อินเทอร์เนตถูกใช้มากขึ้น เว็บ youtube.com เกิดขึ้นแล้ว วิดิโอของเธอได้รับความนิยมอย่างมาก กระทั่งทุกวันนี้ lynda.com มีบุคลากร 100 คน มีออฟฟิศสองแห่งและกำลังเปิดแห่งที่สาม

12 ก.พ. 2554

ความเป็นมาของ www.lynda.com ตอนที่ 1/2

เว็บไซต์ www.lynda.com เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการวิดิโอสอนการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์และการพัฒนาเว็บไซต์ ผมเองก็ใช้บริการวิดิโอจากเว็บไซต์แห่งนี้ด้วย วิดิโอที่ให้บริการมีคุณภาพสูงมากเีรียนรู้ได้ง่าย จึงสนใจอยากรู้ที่มาที่ไป

เมื่อได้ฟังสิ่งที่ก่อตั้งเว็บไซต์แห่งนี้คือ คุณ Lynda Weinman ได้เล่าความเป็นมาของเว็บไซต์แห่งนี้เอาไว้ในส่วน The Lynda.com Story แล้ว ก็ทราบว่ากว่าจะเป็น www.lynda.com นั้นผ่านช่วงขึ้นลงมาไม่น้อยจึงสรุปมาให้ท่านได้อ่าน โดยแบ่งเป็นตอนๆ 2 ตอน

www.lynda.com ในปัจจุบัน
ปัจจุบัน Lynda.com เป็นเว็บที่ให้บริการสื่อการสอนในรูปวิดิโอออนไลน์ มีรายได้จากการเรียกเก็บค่าสมาชิกโดยไม่ต้องอาศัยผู้สนับสนุนหรือหารายได้จาการโฆษณาบนเว็บไซต์

ผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกจะต้องเสียค่าบริการ 25 เหรียญ/เดือน แต่มีเนื้อหาบางส่วนที่ให้บริการฟรี (ส่วนมากเป็นเนื้อตอนต้นๆ ของแต่ละวิชา -ผู้เรียบเรียง) มีจำนวนผู้เข้าชมประมาณ 20 ล้านคน/ปี มีวิดิโอ 40,000 ตอน ความยาวรวมกันทั้งสิ้น 3,400 คน มีผู้สอน 125 คน เนื้อหา 95% ถูกผลิตขึ้นภายในสำนักงานของ Lynda.com ที่เมือง Ventura รัฐ Califonia ผู้สอนเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มาจากทั่วโลกโดยได้รับรายได้จากส่วนแบ่งค่าสมาชิกมากน้อยตามจำนวนผู้ที่เข้าชมเนื้อหา

เนื้อหาวิชาอาจจะแบ่งได้สามประเภทคือ วิดิโอสำหรับการสอน(Instruction) มีเนื้อสอนการใช้งานโปรแกรมต่างๆ วิดิโอสำหรับให้ข้อมูล(Information) ส่วนนี้จะเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการต่างๆ เช่นหลักการออกแบบเว็บไซต์ สุดท้ายคือวิดิโอสร้างแรงบันดาลใจ(Inspiration) ส่วนนี้จะมีดีไซน์เนอร์หรือครีเอทีฟมาแนะนำแนวคิดในการสร้างสรรผลงาน

ช่วงก่อนเริ่มต้นการทำธุรกิจ
Lynda จบการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ ของ Evergreen Collage เมือง Olympia รัฐ Washington หลังจากจบการศึกษาเธอเริ่มทำงานในแผนกจัดซื้อ ต่อมาก็เปิดร้านขายเครื่องประดับและเสื้อผ้าเป็นของตนเอง

ต่อมาเธอได้ช่วยงานเพื่อนชายของเธอ ซึ่งเขาเคยทำงานแอนิเมชันในโรงถ่ายภาพยนต์จะกระทั่งได้ทำงานในตำแหน่งช่างกล้อง เธอได้เรียนรู้สเปเชียล เอฟเฟคท์สำหรับแอนิเมชัน และภาพนิ่ง ด้วยตัวเอง

เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของเธอคือ Apple IIC ที่เพื่อนชายซื้อให้ ต่อมาเธอซื้อ Macintosh และใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้เรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์กราฟฟิก

ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงปฏิวัติวงการสื่อสิ่งพิมพ์ เริ่มมีการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ออกแบบสิ่งพิมพ์ เธอมีทักษะที่สอดคล้องกับช่วงเวลาดังกล่าวพอดี เริ่มมีคนมาขอให้เธอสอนหรือเป็นที่ปรึกษา เพราะสมัยไม่มีทั้งหนังสือเกี่ยวกับกราฟฟิกคอมพิวเตอร์ ไม่มีผู้สอนคอมพิวเตอร์กราฟฟิก กระทั่งในสถานศึกษาก็ยังไม่มีการสอนวิชาคอมพิวเตอร์กราฟฟิก

จากนั้นเธอได้ลาออกจากงานทำสเปเชียลเอฟเฟคท์แล้วมารับตำแหน่งอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์กราฟฟิกที่ Art Center of Design ที่ UCLA และทำงานเต็มเวลาที่ American Film Institute ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากที่คนที่เรียนรู้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกด้วยตัวเองกลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญอยู่ในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง

สำหรับโดเมนเนม Lynda.com เธอได้มาเมื่อปี 1995 ซึ่งในขณะนั้นแม้ต่อ Art Center Collage of Desin สถาบันการศึกษาที่อยู่ทำงานอยู่ยังไม่มีเว็บไซต์เลย เธอใช้เว็บไซต์นี้สำหรับเผยแพร่ผลงานของนักเรียนแบบออนไลน์

เริ่มมีนิตยสารมาขอให้เธอเขียนบทความลงหนังสือ หลังจากพยามหาตำราเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟฟีกมาใช้สอนลูกศิษย์แล้วพบว่าไม่มีวางขายในตลาดเลย เธอจึงคิดจะเขียนตำราของเธอเอง

ในตอนแรกยังไม่มีสำนักพิมพ์ไหนสนใจจัดพิมพ์ เธอจึงทดลองเอาเนื้อหาแบ่งเป็นตอนๆ ส่งไปลงนิตยสารที่เธอเคยเขียนบทความให้ หลังจากลงบทความชุดนี้แล้วมีสำนักพิมพ์สองแห่งเสนอตัวเป็นผู้จัดพิมพ์ให้ นี่เป็นลักษณะพิเศษที่เธอเห็นตลอดการชีวิตการทำงาน เมื่อมีเส้นทางหนึ่งตันเธอก็จะหาอีกทางหนึ่งได้เสมอ

ในขณะนั้นสำนักพิมพ์ Macmillan ที่จัดพิมพ์งานของเธอก็ยังไม่มีเว็บไซต์ เธอจึงใช้เว็บไซต์ของเธอสำหรับหนังสือที่เธอเขียน (เข้าใจว่าเอาไว้ใช้ปรับปรุงข้อมูลประกอบหนังสือ -ผู้แปล) ในตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าการทำเช่นนั้นเป็นการดึงคนเข้าเว็บเป็นจำนวนมากในเวลาต่อมา

หลังจากเขียนหนังสือเล่มแรกเสร็จ เธอก็แต่งงานกับสามี Bruce Heavin ซึ่งต่อมาทั้งสองได้ร่วมกันเขียนหนังสืออีกหลายเล่ม หลังจากนั้นเธอก็ลาออกจากงานประจำเพื่อทำงานเขียนหนังสืออย่างเต็มตัว ช่วงเวลาขณะเป็นช่วงเริ่มต้นของยุคอินเทอร์เนต ซึ่งเชื่อมต่อแบบ Dial-Up

ส่งท้าย
ติดตามอ่านตอนต่อไป "ความเป็นมาของ www.lynda.com ตอนที่ 2/2"

7 ก.พ. 2554

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยสำหรับการซื้อถ่ายชาร์จหลายๆ ชุด



หลายๆ ท่านคงใช้ถ่านชาร์จในการถ่ายภาพซึ่งเราก็มักจะมีหลายชุดไว้สำรอง ในการใช้งานก็ควรแยกชุดๆให้แน่ชัด หากหมดไฟก็จะได้ชาร์จที่ละชุด เมื่อมันเสื่อมก็ทิ้งไปยกชุด ปัญหาหนึ่งที่พบคือเมื่อเราซื้อถ่านชาร์จรุ่นและยี่ห้อเดียวกันแล้วมาแบ่งเป็นชุดๆ พอใช้งานจริงๆ ก็มักจะปนกัน การแก้ปัญหาก็อาจจะต้องทำเครื่องหมายไว้ให้ชัดว่าชุัดไหนเป็นชุดไหน หรืออีกวิธีหนึ่งคือซื้อคนละรุ่น คนละยี่ห้อ ก็ดีเหมือนกัน

5 ก.พ. 2554

เทศกาลงานแสดงศิลปวัฒนธรรมนานาชาติครั้งที่ 6 (SIFF 6)

เทศกาลงานแสดงศิลปวัฒนธรรมนานาชาติครั้งที่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-27 สิงหาคม 2554 ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ในปีนี้มีนักแสดงมาจาก 13 ประเทศ เจ้าภาพหลักคือ มรภ.สุรินทร์และได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ดูจากโลโก้บนเวที) ผมแวะไปชมเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา

สำหรับการแสดงแต่ละรายการขอสรุปโดยย่อดังนี้
1. ประเทศอิสราเอล
-การเต้นรำในพิธีแต่งงาน



2. ประเทศลาว
- รำวง "เชิญเที่ยวสงกรานต์เมืองหลวงพระบาง"


3. ประเทศศรีลังกา
- ระบำของชาวทมิฬ


- ระบำที่เลียนแบบท่าทางของช้าง


4. ประเทศฟิลิปปินส์
- โชว์การขับร้องคู่ 3-4 เพลง ในภาษากาตาล็อก สเปน และอังกฤษ


5. ประเทศพม่า
- ระบำที่แสดงในเทศกาลวันสงกรานต์


6. ประเทศเวียดนาม
- ระบำชื่อ Traditional Beauty


7. ประเทศอิตาลี
- ระบำจากเกาะซาดิเนียร์


8. ประเทศตุรกี
- ประเทศที่ส่งนักแสดงเข้าร่วมมากที่สุด ถึง 38 คน เล่นดนตรีสดได้แน่นมาก ประกอบด้วยการแสดงย่อย 6 ชุด


ชุดที่ประทับใจคือชุดเต้นคู่ โดยมีการวาดหน้าคนบนแผ่นออกและท้อง


9. ประเทศกัมพูชา
- การรำอวยพร


10. ประเทศไทย
- น้องๅ จากโรงเรียนสิรินธร นำเสนอระบำอัปรา


11. ประเทศอินโดนีเซีย
- ระบำจากเกาะสุมาตราตะวันตก


เมื่อมาถึงรายการสุดท้ายเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว ยังมีการแสดงเหลืออีกสองสามรายการ แต่ผมไม่ได้อยู่ดูต่อเพราะดึกมากแล้ว

ความเห็น
ปีนี้ดูเหมือนจัดได้ราบรื่นกว่าปีที่แล้ว เวทีและการจัดแสงสีเสียงดูเรียบร้อย จำนวนผู้ชมวันนี้ก็พอๆ กัน คือมีคนเกือบเต็มช่วง 3-4 ทุ่ม แต่ปีนี้ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม

สิ่งที่อยากเสนอแนะให้มีคือเอกสารประกอบการชม ที่ทำให้เราได้ทราบว่าการแสดงแต่ละรายการมีรายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง ข้อมูลที่ผมนำมาเสนอนี้ก็จดมาจากสิ่งที่พิธีกรมาบรรยายและพยามหารายละเอีดยเพิ่มเติมจากอินเทอร์เนต ได้บ้างไม่ได้บ้าง

อื่นๆ
- ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี่

3 ก.พ. 2554

All abstract strategy discussions are useless

การอภิปรายเรื่องยุทธศาตร์ที่เป็นนามธรรมล้วนไม่มีประโยชน์

การวางแผนยุทธศาสตร์จะมีประโยชน์ถ้ามันทำให้คุณต้องทำอะไรยากๆ หรือมีการตัดสินใจที่ฝืนความเคยชิน และทำให้คุณต้องพิสูจน์แนวทางของคุึณ

"นี่คุณบอกว่า เราต้องยกเลิกสายการผลิตนี้เหรอ?" เป็นตัวอย่างของยุทธศาสตร์ที่ควรจะทำให้เกิด

ถ้าคุณไม่สามารถเอาตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมาแสดง นั่นคุณแค่ได้แต่บ่นไป คุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับยุืทธศาสตร์เลย

ที่มา All abstract strategy discussions are useless