Transformers: Dark of the Moon


มากันอีกแล้ว รถยนต์แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเดี๋ยวรถเดี๋ยวหุ่น ไม่รู้อะไรนักหนา แต่ก็เป็นที่ชื่นชมกันทั้งผู้ใหญ่และเด็ก วันที่ไปดูคนเกือบเต็มโรงในจำนวนนั้นเกินครึ่งเป็นเด็กน้อย

เนื้อหาไม่มีอะไรมาก เป็นสงครามไม่จบสิ้นระหว่างพวก Autobot และ Decepticon แต่แทนที่จะมาลุยกันดื้อๆ ก็ต้องมีใช้เล่ห์ยืมมือศัตรูมาทำประโยชน์ให้กับตัวเองซะหน่อย

สิ่งที่ได้จากภาพยนต์เรื่องนี้คือตรรกะที่ย้อนแย้งของผู้ที่พยามทำตัวเป็นกลาง เช่น การที่พวก Autobot โดยการผดุงสันติภาพ แต่สิ่งที่พวกเขาทำคือไปร่วมงานกับชาติสหรัฐ ชาติที่ขยันก่อสงครามซะเอง มีฉากหนึ่งที่ไปช่วยสหรัฐถล่มโรงงานนิวเคลียร์ของประเทศในตะวันออกกลาง มีข้อความว่า Illigal Newclear Site โรงงานนิวเคลียร์ผิดกฎหมาย (ถ้าจำไม่ผิด) ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองของอเมริกันที่เที่ยวตั้งกฎว่าใครควรมีหรือไม่ควรมีอาวุธแบบไหน ทั้งๆ ที่ตัวเองที่แหล่ะที่ครอบครองอาวุธเหล่านั้นไว้มากที่สุด นี่ถ้ามีพวก Autobot จริงๆ ก็คงจะถูกส่งไปทำสงครามที่อิรักหรืออัฟกานิสสถาน

สิ่งที่ควรระวังให้มากคือ ผู้ที่พยามทำตัวเป็นกลางหรือแสดงตัวว่าเป็นกลาง แต่ไม่ได้เข้าใจบทบาทจริงๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งซะเอง ซึ่งในกรณีนี้ พวก Autobot ประกาศตัวว่าจะช่วยรักษาสันติภาพให้กับโลก แต่ในที่สุดพวกเขาที่แหล่ะที่ชักศึกเข้ามาให้ชาวโลก

ผมคิดว่าภาพยนต์เรื่องนี้ไม่ใช่หนังสงคราม ทั้งๆ ที่ไล่ฆ่าไล่ยิงกันทั้งเรื่อง เพราะในเรื่องไม่เสนออุดมการณ์ของทั้งสองฝ่ายให้เห็นเลย อุดมการณ์ที่ทำให้ทั้ง Autobot และ Decepticon ตั้งหน้าตั้งตามทำสงครามกันไม่จบไม่สิ้น ซึ่งถ้าเราดูหนังสงคราม เราจะเห็นความพยามของทั้งสองฝ่ายที่จะปลุกเร้าทหารของฝ่ายตนว่า เหตุใดควรทำสงคราม เหตุใดสงครามนี้จึงมีค่าควรแก่การเสียสละ จะว่าไปไม่ต้องพูดถึงอุดมการอะไร แค่ที่มาที่ไปว่าแต่เดิมนั้นทั้งสองฝ่ายมีความขัอแย้งอะไร ก็ยังไม่มีใครรู้ เจอกันก็ไล่ยิงกันอยู่นั่นแหล่ะ

สรุปแล้ว มันอย่างเดียว อย่าไปคิดมาก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

การทำตัวอักษรเส้นประ

แนะนำการเรียนภาษาอังกฤษแบบ Phonics