Inception

ภาพยนต์แนววิทยาศาสตร์อันโด่งดังในปี 2553 เนื้อหาเป็นเรื่องของการเข้าไปสู่ความฝัน ดังนั้นตัวแสดงทั้งหมดจึงนอนหลับทั้งเรื่อง ฮา ฮา ที่เห็นเิดินไปเดินมา คุยกัน ไล่ยิงกัน ฯลฯ ล้วนเป็นเรื่องในฝันทั้งสิ้น


แนวคิดของนวนิยายเรื่องนี้คือ เชื่อว่าในความฝันเราจะเข้าถึงข้อมูลบางอย่างที่คนๆ นั้นเก็บงำไว้ไม่เปิดเผยในภาวะที่ตื่น ข้อมูลเหล่านั้นจะไม่ปรากฎให้เห็นโดยตรงแต่จะอยู่เชื่อมโยงกับสัญลักษณ์บางอย่าง เช่น หากผมมีประสบการณ์ในอดีตบางอย่างที่ไม่ยอมเปิดเผยให้ใครได้รู้ หากใครเข้าไปในฝันผมได้ ผมอาจจะเขียนประสบการณ์นั้นไว้เป็นบันทึกในไดอารีหรือเขียนไว้ในบล็อก หากเขาหามันเจอย่อมจะรู้ถึงสิ่งที่ผมปิดบังไว้ได้ อะไรทำนองนั้น

ดังนั้นจึงมีโจรขโมยข้อมูลจากสมองของคนอื่นๆ โดยการเข้าไปในความฝัน วิธีการคือแอบทำให้เหยื่อหลับในระหว่างกิจกรรมต่างๆ เช่น ระหว่างการเดินทาง ระหว่างไปถอนฟัน จากนั้นก็ใช้เครื่องมือที่ทำให้เกิดการแบ่งปันความฝัน โดยในความฝันแต่ละครั้ง จะมีคนหนึ่งเป็นเ้จ้าของความฝัน คนหนึ่งทำหน้าที่สถาปนิกที่กำหนดรายละเอียดของความฝัน ส่วนคนอื่นๆ รวมทั้งเหยื่อก็ร่วมเข้ามาอยู่ในความฝันนั้นๆ จากนั้นก็จะทำการล้วงความลับ พยามพูดอะไรที่จะนำไปสู่สัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับความลับนั้น บางทีทำให้ฝันยังหาความลับไม่ได้ ก็ต้องทำให้ฝันต่อไปอีกทอดหนึ่ง(คือฝันซ้อนฝันไปหลายๆ ชั้น)

พระเอกและทีมงานก็รับงานประเภทนี้ นอกจากล้วงความลับของเหยื่อแล้ว พวกเขาเชื่อว่าการเข้าไปในความฝันยังจะสามารถเปลี่ยนความคิดนิสัยใจคอของคนได้ โดยการเข้าไปในฝันระดับลึกหลายๆ ชั้น แล้วชักจูง สร้างสถานการณ์ให้เปลี่ยนความเชื่อได้ สมมติว่าในชีวิตจริงๆ ผมกับหุ้นส่วน ร่วมงานกันด้วยดี หากต้องการให้หวาดระแวงกัน ก็เข้าไปในความฝัน สร้างสถานการณ์ว่าผมโดนโกง เพื่อผมกลับมาในชีวิตจริงๆ ก็จะเริ่มระแวงหุ้นส่วน

ขอไม่เล่าเนื้อเรื่องอีก แต่จะกล่าวถึงแนวคิดในการปลูกความคิดทำนองนี้ในหัวคน ซึ่งอาจจะเริ่มจากการปลูกฝังผ่านสัญลักณ์ต่างๆ เช่น ตอนเราเป็นเด็กๆ เราจะต้องร้องเพลงชาติ สวดมนต์ หมอบ คลาน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์เพื่อซึมซาบค่านิยมต่างๆ ที่สังคมได้ปลูกฝังไว้จนเรากลายเป็นผู้ใหญ่ เราก็เป็นพลเืืมืองที่มีค่านิยมแบบนั้น

ค่านิยมมันส่งกันตรงๆ ไม่ได้ เช่น บอกให้เคารพผู้ใหญ่ บอกให้รักกัน ไม่ไ้ด้ผล สิ่งเหล่านี้ต้องทำผ่านเครื่องมือได้แก่พิธีกรรมหรือสัญลักษณ์ เช่น พิธีกรรมรับน้องใหม่ การว๊าก การเชียร์ ถ้าดูเผินมันคือกิจกรรมที่นักศึกษาจัดทำในช่วงสั้นๆ ไม่กี่อาทิตย์ แต่จริงๆ แล้วสิ่งทีีแฝงมาคือ การสืบทอดค่านิยมที่เน้นเคารพอาวุโส เน้นการอำนาจนิยม เน้นการเคารพอำนาจ ไม่สนใจความเท่าเทียมกันของมนุษย์ แต่เพื่อให้ดูดีก็ฉาบไว้ด้วยสิ่งที่สวยงาม เช่น ความรักสามัคคีในหมู่คณะ การรักเคารพในสถาบัน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เมื่อได้ปลูกลงไปในหัวสมองของคนที่เข้ามาใหม่ เขาก็จะมีค่านิยมแบบนั้นตลอดชีวิต

การจะดูว่ามีการปลูกฝังค่านิยมให้กับประชาชน(หรือ นักเรียน , บุคลากรใหม่ ฯ) จึงต้องสังเกตและตีความพิธีกรรมและสัญลักษณ์ต่างๆ ให้ลึกซึ้งครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

การทำตัวอักษรเส้นประ

แนะนำการเรียนภาษาอังกฤษแบบ Phonics