ระบบโซตัสก้ับระบบการศึกษาไทย

ผมเข้าเรียนในคณะวิศวกรรมการศาสตร์ ม.ขอนแก่น ในปีการศึกษา 2537 สิ่งที่ผมเจอคือระบบ SOTUS การเชียร์ การว๊าก ตั้งแต่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยจนถึงก่อนสอบกลางภาคของภาคเรียนแรก เกือบทุกคืนจะมีการเชียร์จนเกือบหกทุ่ม ถึงคืนวันศุกร์เป็นคืนพิเศษก็จะมีกิจกรรมให้ทำกันจึงถึงแปดโมงเช้า

สมัยนั้นผมไม่พอใจมากก็ไม่กล้าทำอะไร ได้แต่ตามเพื่อนๆ ไป อย่างไรก็ตามก็มีการควบคุมดูแลในระดับหนึ่ง คือจะไม่ถึงขนาดลงไม้ลงมือกัน (จริงๆ พวกที่จัดกิจกรรมอ้างว่าจะไม่แตะตัวกันเด็ดขาด แต่ผมคิดว่าคงไม่สามารถทำได้ถึงขนาดนั้น) ผมพยามหลบเท่าที่จะหลบได้ ท่ามกลางการบีบพวกเราด้วยสถานการณ์หลายๆ อย่าง เช่น หากเราไม่ไปเพื่อนสายรหัสเดียวกันก็จะโดยลงโทษ หรือรุ่นพี่ก็จะไม่พอใจ ไม่ให้หนังสือ ไม่พาไปเลี้ยง หรือขู่จะตัดรุ่น(หมายถึงไม่คบหาสมาคมเลย)

คืนสุดท้ายมีการบูมเพื่อเอาตราเฟืองเล็กๆ เป็นสัญลักษณ์ของรุ่น ผมก็ไม่ได้ไป เพราะเบื่อเหลือทน

คนที่ผ่านประสบการณ์นั้น มีบางคนที่ไ่ม่ชอบมากๆ แต่ส่วนใหญ่กลับรับได้และสืบทอดมันต่อไปเรื่อง ส่วนผมไม่เคยไปข้องเกี่ยวกับมันอีกเลย

หลายปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ข่าวรับน้องแบบรุนแรงก็ได้ยินกันมาทุกปี ส่วนใหญ่จะมาจากสถาบันที่เปิดสอนเกี่ยวกับวิชาช่าง ซึ่งเทียบกับสิ่งที่ผมเจอแล้วก็ต่างกันมาก การรับน้องในรั้วมหาวิทยาลัยแบบนี้จึงถูกมองว่าไม่ดุเดือดนัก และไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด

จะกระทั่ง.... มีคลิปข้างล่างนี้เผยแพร่ในอินเทอร์เนต


ผมเห็นด้วยกับผู้ประท้วงที่ว่าการทำงานเช่นนี้เป็นการสนับสนุนแนวคิดอำนาจนิยมและละเมิดสิทธิมนุษยชน สิ่งที่เสนอคือไม่ได้ต้องการให้มหาวิทยาห้ามการกระทำเช่นนี้ เพียงแต่ขอให้เคารพสิทธิของนักศึกษาเหล่านั้น ที่จะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมกิจกรรมทำนองนี้ก็ได้
(ปล่อยให้ระบบเหล่านี้ได้พิสูจน์ว่า ยังมีใครอยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับมันหรือไ่ม่)

สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหล่านี้้ล้วนเป็นเยาวชน อาจจะไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่พวกเขากำลัง ความรัก ความสามัคคี ที่ได้มากจากการใช้ความรุนแรงบังคับกัน มันไม่ได้อยู่ถาวรตลอดไป แต่สิ่งที่ทำให้ผมงงมากๆ กลับเป็นคำให้สัมภาษณ์ของอธิบการบดีของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ท่านพูดราวกับว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่ปกติเหลือเกิน

"กิจกรรมนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ดูอยู่ห่างๆ ไม่ได้มีความรุนแรง แต่ที่เห็นในภาพมีเด็กเป็นลม ก็เป็นธรรมดาของกิจกรรมที่มีคนเยอะ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นเรื่องของเด็ก 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเขาทำกิจกรรม แต่บังเอิญพวกรุ่นพี่สต๊าฟเขาใส่กางเกงเหมือนกางเกงทหารหรือกางเกง ร.ด. เลย ภาพเลยออกจะดูเหมือนเผด็จการไปหน่อย แต่จริงๆ ไม่มีอะไร”
(ที่มา http://www.prachatai3.info/journal/2011/06/35368 )

เฮ้อ อนาถใจ .... แค่นี้ก็พอจะรู้ถึงคุณภาพการศึกษาประเทศนี้แล้ว ว่าทำไมปฏิรูปไม่เสร็จไม่สิ้นซะที

ปล. ผมไม่ยักจะรู้ว่า พวกสตาฟฟ์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "เจ้าหน้าที่สวัสดิภาพ"

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

การทำตัวอักษรเส้นประ

แนะนำการเรียนภาษาอังกฤษแบบ Phonics