21 ก.ย. 2553

คุณกำลังจัดห้องหรือย้ายของ ?

เมื่อวานนี้จัดห้องทำงานของตัวเอง จัดแล้วก็ไม่ได้เรียบร้อยอะไรมันก็ยังรกๆ นิดหน่อย แต่ก็ดูดีขึ้นบ้างแหล่ะ แต่ความคิดที่ได้ระหว่างจัดห้องทำงานคือ มันมีความแตกต่างกันอยู่ระหว่าง "การจัดห้อง" กับ "การย้ายของ" ซึ่งงานทั้งสองดูคล้ายกันมาก

การย้ายของ เป็นการโดยย้ายเปลี่ยนตำแหน่งของบางชิ้น แต่คุณไม่ได้แก้ปัญหาอะไรนัก เช่น ของที่อยู่บนพื้นก็เอามาวางบนชั้น ทำให้พื้นเรียบร้อยแต่ชั้นอาจจะระเกะระกะแทน หรือย้ายไปไว้ในห้องเก็บของทำให้ห้องทำงานเราเรียบร้อยแต่ห้องเก็บของรกแทน แก้ปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด

การจัดห้อง คือการทำให้ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปแก้ปัญหาอะไรต่อไปอีก การย้ายของเป็นส่วนหนึ่งของการจัดห้องแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เราอาจจะคิดไปถึงการเอาของบางส่วนไปทิ้ง การเลี่ยงเอาวัสดุใหม่เข้ามาในห้อง ฯ

ผมมีข้อสังเกตดังนี้
- ผมพบว่างานส่วนใหญ่ที่ผมทำคือ ย้ายของ (ฮา) เพราะการจัดห้องจริงๆ มันต้องใช้สมอง ต้องตัดสินใจ ต้องฝึกคิดเรื่อยๆ ว่าอะไรเอาไว้ อะไรทิ้ง จำเป็นหรือไม่จำเป็น
- ความคิดแบบนี้ บางคนเขาเปรียบเทียบกับการเล่นหมากกระดานว่า "ให้คิดทั้งกระดาน" ไม่ใช่แก้ปัญหาหนึ่ง ไปสร้างปัญหาหนึ่ง
- เวลาทำงานอะไรก็หมั่นคิดซะหน่อยว่าเรากำลังทำอะไรแน่ระหว่าง "ย้ายปัญหา" หรือ "แก้ปัญหา" กันแน่
- ลองคิดถึงวิธีแก้ปัญหาเรื่อง หนี้สินครู(หรือเกษตกร),ประกันราคาผลผลิตทางการเกษตร ,ปฏิรูปการศึกษา ,ปรองดอง ,น้ำท่วม ,ย้ายข้าราชการที่มีปัญหา ฯลฯ ดูว่า มันเข้ากับความคิดที่ผมเสนอมาไหม ?

18 ก.ย. 2553

19 Sep : Coup Free Day

ตัวอย่างเกมส์ Onimusha3 : Demon Siege


ผมไปเจอตัวอย่างนี้เมื่อไปกรุงเทพฯ ที่ห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ที่เอามาฝากก็ไม่มีอะไมาก เขาทำได้มันส์จริงๆ โดยเฉพาะฉากต่อสู้ แถมยังเห็นทาเคชิโร่ ไปปรากฏในเกมส์ด้วย

12 ก.ย. 2553

การข้ามแดน เที่ยวแขวงสะหวันเขต และธาตุอิงฮัุง

วันสุดท้ายของการมาเยือนมุกดาหาร ผมและคณะข้ามไปเที่ยงฝั่งแขวงสะหวันเขต ก่อนไปผมเองก็ไม่ทราบล่วงหน้าว่ามีกำหนดการจะไปไหนบ้าง (จริงๆ เรียกว่าไม่สนใจก็ได้) งานนี้ก็เลยเดินตามเขาไปเรื่อยๆ

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2
สะพานแห่งนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชื่อมระหว่างจังหวัดมุกดาหารของไทยและแขวงสะหวันเขตของลาว ในบริเวณนี้ไม่ได้มีแค่ตัวสะพานอย่างเดียวแต่ประกอบด้วยด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และอาคารสำนักงานของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศจำนวนมาก





การข้ามแดนของผมครั้งนี้ทำได้โดยการขอบัตรผ่านแดนชั่วคราว ซึ่งทางคณะผู้จัดได้ประสานงานจัดทำไว้ล่วงหน้าแล้ว ภาพรวมของการข้ามแดนครั้งนี้ก็เรียบร้อยดี แม้ว่าจะเสียเวลานิดหน่อยที่เจ้าหน้าที่ของลาวตรวจกระเป๋าทุกใบแบบละเอียด ก่อนจะยึดมีดปอกผลไม้ไว้หนึ่งด้าม เข้าใจว่าใครสักคนคงจะซื้อมาจากตลาดอินโดจีนเมื่อวาน



ขาออกจากด่าน คณะเราก็แวะอุดหนุนร้านค้าปลอดภาษีชื่อร้าน"ดาวเฮือง" (เคยเห็นร้านชื่อเดียวกันนี้อยู่ที่ ชายแดน อ.ช่องเม็ก เช่นกัน)อยู่ครู่ใหญ่ สินค้าส่วนมากเป็น เหล้า บุหรี่ ขนม และเครื่องสำอางค์

ธาตุอิงฮัง



ธาตุอิงฮัง ตั้งอยู่ที่บ้านธาตุอิงฮัง เมืองไกสอนพมวิหาร แขวงสะหวันเขต ลักษณะเป็นเป็นธาตุแบบลาวคล้ายๆ กันกับธาตุพนม แต่มีขนาดย่อมกว่ากัน ตั้งอยู่ในพื้นทื่ที่มีขนาดประมาณ 200x200 ตร.ม.ล้อมรอบด้วยกำแพงทึบสามด้าน ในกำแพงเป็นวิหารคต ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนมากตลอดแนวทางเดิน ส่วนอีกด้านเป็นรั้วโปร่งทำด้วยเหล็กดัดสิ่งก่อสร้างที่อยู่้ข้างใน ภายในบริเวณนี้จากองค์ธาตุแล้วยังมีวิหารเล็กๆ (เข้าใจว่าสร้างในภายหลัง) ประดิษฐานอยู่ใกล้ๆ



ก่อนเข้าชมธาตุเราต้องซื้อปี้(ตั๋ว) ราคา 5000 กีบ(20 บาท) สำหรับผู้หญิงซึ่งมีกฏว่าต้องนุ่งซิ่นเข้าชม ก็สามารถหาเช่าซิ่นได้ในบริเวณเดียวกัน(ไม่ได้ถามว่าค่าเช่าเท่าไหร่)

เราสามารถสักการะโดยใช้ดอกไม้ธูปเทียนที่มีการเตรียมไว้ให้ใกล้กับธาตุโดยบริจาคเงินบำรุงตามศรัทธา หรืออาจจะซื้อหมากสีหมากเบ็งซึ่งคล้ายกับบายสีุชุดเล็กได้จากนอกรั้วของธาตุ



ใกล้ธาตุ จะมีกำแพงเล็กๆ สูงขนาดเอวล้อมรอบอีกชั้น เรียกว่า กำแพงธาตุ ในบริเวณนี้ห้ามผู้หญิงเข้าไป หากต้องการวางเครื่องสักการะหรือธูปเทียนข้างในก็ให้ฝากผู้ัชายหรือผู้ดูแลที่อยู่บริเวณนั้น สำหรับส่วนนี้สำหรับธาตุพนมจะปิดไม่ได้เข้าเด็ดขาดเลย



ติดกับบริเวณของธาตุ เป็นที่ตั้งวัดประจำหมู่บ้าน ในวัดมีศาลาเก่าที่สร้างด้วยไม้แบบโบราณสองหลัง ดูเคร่งขรึมน่าเกรงขามดี ใครที่สนใจก็ลองแวะออกไปดูหน่อยก็ได้

โดยรวมๆ ธาตุแห่งนี้เป็นที่สงบ สมกับเป็นศาสนาสถาน ไม่เหมือนทางฝั่งไทยที่มีผู้คนคลาคล่ำและประกอบด้วยกิจกรรมทำบุญสารพัด แม้กระทั่งการจับสัตว์มาขาย(เพื่อให้ปล่อย) หรือ ลอตเตอรี่

เพิ่มเติม
- ชมภาพของธาตุอิงฮัง ทั้งหมดได้ที่นี่
- ชมภาพสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ได้ที่นี่

11 ก.ย. 2553

100 Classics Collection for the Kindle:

นำมาจาก http://www.kindlethai.com/promotion เห็นรายชื่อหนังสือสนใจดี เลยนำมาเก็บไว้ก่อน

100 Classics Collection for the Kindle:
* 20,000 Leagues Under the Sea, Jules Vern
* A Christmas Carol, Charles Dickens
* A Modest Proposal, Jonathan Swift
* A Tale of Two Cities, Charles Dickens
* The Adventures of Sherlock Holmes, Sir Arthur Conan Doyle
* The Age of Innocence, Edith Wharton
* The Age of Reason, Thomas Paine
* Alice's Adventures in Wonderland, Lewis Caroll
* An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of Nations, Adam Smith
* Anne of Green Gables, Lucy Maud Montgomery
* The Arabian Nights -
* The Art of Public Speaking, Dale Carnegie
* The Art of War, Sun Tzu
* Autobiography of Benjamin Franklin, Benjamin Franklin
* The Awakening (and other short stories), Kate Chopin
* Beyond Good and Evil, Friedrich Wilhelm Nietzsche
* The Bhagavad Gita -
* The Bible -
* Black Beauty, Anna Sewell
* The Brothers Karamazov, Fyodor Dostoevsky
* The Call of the Wild, Jack London
* The Communist Manifesto, Karl Marx
* The Complete Works of William Shakespeare, William Shakespeare
* The Confessions of Saint Augustine, St. Augustine of Hippo
* The Count of Monte Cristo, Alexandre Dumas
* Crime and Punishment, Fyodor Dostoevsky
* Cyrano de Bergerac, Edmond Rostand
* David Copperfield, Charles Dickens
* The Divine Comedy, Dante Alighieri
* Don Quixote, Miguel de Cervantes
* Dracula, Bram Stoker
* The Education of Henry Adams, Henry Adams
* Essays, Ralph Waldo Emerson
* The Federalist Papers, Alexander Hamilton, Thomas Jefferson, John Jay
* Frankenstein, Mary Shelley
* Great Expectations, Charles Dickens
* Grimm's Fairy Tales, The Brothers Grimm
* Hans Christian Andersen's Fairy Tales, Hans Christian Andersen
* The Hound of the Baskerville, Sir Arthur Conan Doyle
* The House of Seven Gables, Nathaniel Hawthorne
* The Iliad, Homer
* The Importance of Being Earnest, Oscar Wilde
* The Invisible Man, H.G. Wells
* Ivanhoe, Sir Walter Scott
* Jane Eyre, Charlotte Bronte
* The Jungle Book, Rudyard Kipling
* The Jungle, Upton Sinclair
* The Kama Sutra of Vatsayayan, Sir Richard Burton
* The Koran -
* The Last of the Mohicans, James Fenimore Cooper
* The Legend of Sleepy Hollow, Washington Irving
* Les Miserables, Victor Hugo
* Leviathan, Thomas Hobbes
* Little Women, Louisa May Alcott
* The Man in the Iron Mask, Alexandre Dumas
* The Merry Adventures of Robin Hood, Howard Pyle
* Metamorphosis, Franz Kafka
* Moby Dick, Herman Melville
* The Odyssey, Homer
* On the Origin of Species, Charles Darwin
* Paradise Lost, John Milton
* The Phanton of the Opera, Gaston Leroux
* The Picture of Dorian Gray, Oscar Wilde
* Politics: A Treatise on Government, Aristotle
* Pollyanna, Eleanor Porter
* Pride and Prejudice, Jane Austen
* The Prince, Machiavelli
* The Red Badge of Courage, Stephen Crane
* Relativity: The Special, Albert Einstein
* The Republic, Plato
* Robinson Crusoe, Daniel Defoe
* Rough Riders, Theodore Roosevelt
* The Scarlet Letter, Nathaniel Hawthorne
* The Secret Garden, Frances Hodgson Burnett
* Sense and Sensibility, Jane Austen
* The Story of My Life, Helen Keller
* The Strange Case of Dr. Jekyll and Mr. Hyde, Robert Louis Stevenson
* Swiss Family Robinson, Johann David Wyss
* Tarzan of the Apes, Edgar Rice Burroughs
* The Adventures of Huckleberry Finn, Mark Twain
* The Adventures of Tom Sawyer, Mark Twain
* The Canterbury Tales (and other poems), Geoffrey Chaucer
* The Heart of Darkness, Joseph Conrad
* The Hunchback of Notre Dame, Victor Hugo
* The Three Musketeers, Alexandre Dumas
* Treasure Island, Robert Louis Stevenson
* Ulysses, James Joyce
* Up from Slavery, Booker T. Washington
* Walden, Henry David Thoreau
* War and Peace, Leo Tolstoy
* The War of the Worlds, H.G. Wells
* White Fang, Jack London
* The Wings of the Dove, Henry James
* The Wonderful Wizard of Oz, L. Frank Baum

หากจะอ่าน ไม่ถึงขนาดต้องซื้อ Kindle หรอกครับ หาอ่านได้จากที่นี่แทน

10 ก.ย. 2553

หากต้องการเรียนเรื่องการตลาด ... จงทำการตลาด

แปลจาก If you want to learn to do marketing... then do marketing.

คุณสามารถเรียนเรื่องการเงิน การบัญชี การใช้สื่อจากหนังสือที่ซื้อมา ่แต่วิธีที่ดีที่สุดและถูกต้องที่สุดในการเรียนเรื่องการตลาดคือลงมือทำการตลาด

คุณไม่ต้องลาออกจากงาน คุณไม่ต้องขออนุญาตเจ้านาย มีมากมายหลายวิธีที่จะเริ่มต้น

ถ้าคุณเห็นวงดนตรีที่คุณชอบมาเิปิดการแสดงในเมือง จงระบุให้ได้ว่าทำอย่างไรที่จะโฆษณาการแสดงและขายตั๋วได้ (โปสเตอร์,Google Ads? ใช้ประชาสัมพันธ์) ไม่ต้องถามแีต่ลองทำดู

ถ้าคุณเจอหนังสือที่คุณชอบมากๆ ซื้อมา 30 เล่ม และระบุให้ได้ว่าทำอย่างไรที่จะขายหนังสือเหล่านี้(ให้กับคนที่ไม่รู้จัก) ให้หมด

ถ้าคุณอายุ 12 ปี ก็ลองเอาผลไม้สดไปเดินเคาะประตูขาย และระบุให้ได้ว่า แบบไหนที่ได้ผล แบบไหนที่ไม่ได้ผล

ลองสร้างธุรกิจออนไลน์ ช่วยหาเสียงให้ฝ่ายที่คุณชอบในคณะกรรมการโรงเรียน

วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนเรื่องการตลาดคือการลงมือทำ

[และหนังสือเล่มใหม่ของ Chris Guillebeau จะเปลี่ยนความคิดง่ายๆ แบบนี้เป็นแผนของชีวิต]

คลิ๊ปวิดิโอเพื่อการเรียนการสอนคลิ๊ปแรก ของ กศน.สุรินทร์

นี่คือคลิ๊ปวิดิโอการแสดงวิธีทำขนมปุยฝ้ายแบบคร่าวๆ ยาวสามนาทีครึ่ง วิดิโอนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ขนมที่ว่าก็ไม่ไ้ด้มีอะไรเป็นพิเศษกว่าขนมทั่วๆ ไป

แต่ประเด็นที่ผมอยากชี้คือ นี่เป็นครั้งแรกใน กศน.สุรินทร์ ที่มีการสร้างสื่อการเรียนการสอนโดยการถ่ายทำวิดิโอ (ปกติเราจะใช้วิดิโอเพื่อการนำเสนอผลงานเป็นหลัก) และเผยแพร่ออกไปในสาธารณะ



สื่อนี้สร้างเพื่อใช้งานจริงๆ ไม่ได้ทำเอาไว้ส่งตรวจ ส่งประเมิน ตัวผมเองประทับใจมากและืเชื่อว่า ผู้สร้างคงจะพยามเพิ่มทั้งคุณภาพและปริมาณของวิดิโอเหล่านี้ในอนาคตและหากมีโอกาสก็จะพยามทำให้ได้แบบนี้บ้าง

9 ก.ย. 2553

ตลาดอินโดจีน อ.เมือง จ.มุกดาหาร



ตลาดอินโดจีนตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในตัวเมืองมุกดาหาร สินค้าในตลาดแห่งนี้เป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศลาว ร้านค้าในตลาดอาจจะแบ่งได้เป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นร้านที่ตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ริมถนน อีกส่วนหนึ่งเป็นร้านค้าเล็กๆ ที่เช่าอยู่ในบริเวณชั้นล่างของที่จอดรถริมฝั่งแม่น้ำ



ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมแวะไปเยี่ยมชมตลาดแห่งนี้ รู้สึกว่าบรรยากาศทั้งสองครั้งซึ่งเป็นวันราชการมันดูหงอยๆ เมื่อตอนมาครั้งแรกเมื่อปี 2552 ไปเดินตลาดตอนประมาณเก้าโมงกว่า แม่ค้าก็เพิ่งทยอยเปิดร้าน ไม่ค่อยมีคนเดินเท่าไหร่ มาครั้งนี้ ไปเดินตอนสี่โมงกว่า แม่ค้าก็เริ่มทยอยเก็บของเมื่อสักห้าโมงเย็น (ก็ไม่ค่อยมีคนนี่ครับ)



สินค้าที่ขายก็จำพวก ขนม เครื่องสำอางค์ เครื่องมือช่าง เสื้อผ้า ฯ ที่เราเห็นได้ในตลาดชายแดนทั่วๆ ไป ซึ่งมักจะผลิตในประเทศจีน (สำหรับคนสุึรินทร์ สินค้าพวกนี้ก็คล้ายๆ กับตลาดช่องจอม แต่บ้านเราดูจะหลากหลายกว่าซะอีก อย่างน้อยที่นี่้ก็ไม่มีจักรยาน :-)

พ่อค้าแม่ค้าที่นี่ส่วนใหญ่คุยกันด้วยภาษาญวน ผิดจากที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นคนลาวเพราะอยู่ติดกับชายแดนลาว

เพิ่มเติม
- ดูภาพทั้งหมดที่นี่

3 ก.ย. 2553

ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม



ธาตุพนม ตั้งอยู่ที่ อำเภอธาตุพนม จ.นครพนม วันที่ผมเดินทางไปเป็นวันธรรดา คนไม่ค่อยเยอะนัก พอลงจากรถมีคนยื่นดอกไม้ให้ัทันที(และคิดเงินในภายหลัง) ขอให้ไปหาซื้อในวัดจะดีกว่า



องค์ธาตุและบริเวณทั้งหมดได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพสวยงาม โดยรอบๆ ก็มีกิจกรรมสำหรับทำบุญหลายแบบหลายประเภท นอกจากจุดธูปเทียนบูชาแล้วคนส่วนมากจะสักการะโดยการเดินเวียนขวาสามรอบ

เพิ่มเติม
- ดูรูปทั้งหมดได้ที่นี่

วัดสองคอน อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

ระหว่างวันที่ 25-27 ส.ค. 53 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสได้ไปทัศนศึกษาที่จังหวัดมุกดาหารและบริเวณใกล้เคียง แหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกที่เราแวะเยี่ยมคือ วัดสองคอน วัดแห่งนี้เป็นศาสนาสถานในศาสคริสต์ สถานที่แห่งนี้นอกจากจะใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามปกติแล้ว ยังเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์สังหารคริสต์ฺศาสนิกชน จำนวน 7 คน ในปี 2483 อีกด้วย



ที่มาของเรื่องนี้คือ ในช่วงปี 2483 ได้เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับประเทศอินโดจีนของฝรั่งเศส ก่อนหน้านั้นได้มีคณะสงฆ์ในคริสตศาสนาจากฝรั่งเศสได้เข้ามาเผยแพร่ศาสนาตามแนวพรมแดนไทยกับประเทศอินโดจีน บุึคคลที่นับถือคริสตศาสนาจึงถูกมองว่าเข้ากับฝ่ายฝรั่งเศสเป็นผู้ทรยศต่อชาติ จึงเกิดการเบียดเบียนเพื่อให้ทิ้งศาสนา



ในหมู่บ้านสองคอน มีบุคคลที่เป็นคริสตศาสนิกชน จำนวน 7 คน ถูกบังคับให้ละทิ้งศาสนา และยอมถูกสังหารเพื่อยืนยันความเชื่อมั่นที่มีต่อพระเจ้า วีรชนทั้ง 7 ท่านนี้ ได้รับการประกาศจากสมเด็จพระสันตปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ประกาศ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2532 ให้เป็น บุญราศรี ( บุญราศรี (beatification) คือตำแหน่งที่แต่งตั้งจากพระสันตปาปา ให้คริสตศาสนิกชนที่ประพฤติตนเป็นแบบอย่าง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ )



ชื่ออย่างเป็นทางการของวัดสองคอนคือ "สักการสถานพระมารดาแห่งมรณะสักขี วัดสองคอน" มีสิ่งก่อสร้างสามส่วนหลักๆ คือ โบสถ์คริสต์สไตล์โมเดิร์นขนาดใหญ่ ด้านหลังเวทีมีการสร้างโลงศพจำลอง บรรจุศพจำลอง(ตุ๊กตา)ของบุญราศรีทั้ง 7 ท่าน ส่วนที่สองคือบ้านเล็กๆ และยุ้ง อาจจะเป็นบ้านจำลองหรือของจริงก็ไม่ทราบ ผมไม่ได้เดินไปชมใกล้ๆ เพราะขณะนั้นมีฝนตก ส่วนที่สามคือกำแพงทรงโค้งสองด้าน ด้านหนึ่งมีประติมากรรม 14 ภาพ เล่าถึงเหตุการณ์อันเป็นที่มาของการก่อสร้างสักการสถานแห่งนี้ อีกด้านหนึ่งเป็นประวัติของพระเยูซู



ส่วนที่สามนี้่น่าจะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเพราะมัวแต่รีบไปถ่ายรูปที่ตัวโบสถ์ เมื่อเห็นประวัติบุญราศรีที่ติดตามส่วนต่างๆ ในโบสท์หรือโลงศพจำลอง ก็งงๆ ถามกันเองว่านี่คืออะไร (แทนที่จะอ่านป้าย)

เพิ่มเติม
- ดูภาพทั้งหมดได้ที่นี่