28 ส.ค. 2553

การเพิ่มแรงกระตุ้นในการเรียนภาษาอังกฤษ

แปลจากบทความเรื่อง Improving your motivation for learning English

ในบทความนี้ เราจะแบ่งปันเทคนิคในการพัฒนาแรงกระตุ้นในการเรียนภาษาอังกฤษ และเรายังใช้เทคนิคเหล่านี้อยู่เมื่อเราต้องการเพิ่มแรงกระตุ้นในเรื่องอื่นๆ นอกจากภาษาอังกฤษ

จินตนาการถึงตัวคุณในอนาคต
จินตนาการว่าคุณสามารถสื่อสารกับเจ้าของภาษารู้เรื่องได้เช่นเดียวกับที่คุณใช้ภาษาของตน จินตนาการว่ามีหลายคนอยากพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนคุณ จินตนาการว่าคุณสามารถส่งอีเมล์ไปหาใครที่อยู่ส่วนไหนของโลกก็ได้

จำไว้ว่าตอนนี้ภาษาอังกฤษของคุณก็ดีพอสมควรแล้ว
ขณะนี้คุณก็มีทักษะภาษาอังกฤษอยู่พอสมควร(ถ้าหากว่าคุึณได้อ่านต้นฉบับของเอกสารแปลฉบับนี้อยู่)นั้นเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างความสำเร็จให้มากกว่าเดิม เวลาที่จะเริ่มใช้วิธีเรียนรู้อย่างมีพลัง เวลาที่จะเพิ่มความรู้ภาษาอังกฤษที่น่าประทับใจ

จำไว้ว่ายังมีอีกหลายอย่างที่คุณยังไม่รู้
ภาษาอังกฤษของคุณใช้ได้ดีแต่บางทีอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ คุณอาจจะไม่เข้าใจภาษาที่ใช้ในโฆษณาทางโทรทัศน์ ไม่เข้าใจภาษาในตำรา คุยกับเจ้าของภาษายังไม่ได้ หรือยังมีความผิดพลาดในการเขียนจดหมาย

คุณไม่ควรคิดว่าภาษาอังกฤษของตัวเองสมบูรณ์แบบแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่เรียนได้ดีที่สุดในชั้นเรียน ให้พยามอย่างสม่ำเสมอในการหาจุดอ่อนและพัฒนาให้ดีขึ้น เมื่อคุณผ่านการเรียนภาษาอังกฤษด้วยผลการเรียนที่ดีจะพบปัญหานี้ค่้อนข้างน้อย เช่น การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ,ไวยากรณ์ที่ไม่ค่อยได้เจอ ,คำศัพท์ที่ไม่พบบ่อย ,ภาษาตลาด แต่ในขณะนี้ ปัญหาของคุณก็อาจจะเป็นเรื่องพื้นฐานมากกว่า เช่น การออกเสียงผิด , รู้จักคำศัพท์ไม่มากนัก ,ปัญหาไวยากรณ์เช่น โครงสร้างประโยค Present Perfect Tense และประโยคเงื่อนไข

ใช้ภาษาอังกฤษทุกโอกาสที่สามารถทำได้
บางทีวิธีที่ได้ผลที่สุดในการพัฒนาแรงกระตุ้นคือ การใช้ภาษาอังกฤษ

การใช้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุกที่เห็นได้อย่างชัดแจ้ง ที่จะได้ใช้ทักษะนี้ในการอ่านหนังสือดีๆ ทำความเข้าใจเนื้อเพลง ดูหนังที่น่าสนุก หาคำตอบเกี่ยวกับข้ิอสงสัยเรื่องคอมพิวเตอร์ ได้โต้ตอบอีเมล์กับเจ้าของภาษา ยิ่งคุณใช้ภาษาอังกฤษมากเท่าไหร่ คุณมีความจำเป็นมากขึ้นที่จะใช้มัน

นี่คือสิ่งที่ยอดเยี่ยมเพราะการใช้ภาษาอังกฤษคือการเรียนภาษาอังกฤษ เมื่อคุณกำล้ังอ่านบทความหรือดูภาพยนต์ที่น่าสนใจ คุณก็กำลังใช้ภาษาอังกฤษ พร้อมเรียนรู้คำศํพท์และวลีใหม่ๆ ในขณะที่กำลังเขียนข้อความในกระดานสนทนาที่ใช้ภาษาอังกฤษ คุณกำล้งใช้ภาษาอังกฤษและฝึกเขียนไปพร้อมๆ กันได้ด้วย

นอกจากการใช้ภาษาอังกฤษเป็นการช่วยพัฒนาทัศนคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษและเพิ่มแรงกระตุ้นในการเรียนภาษาอังกฤษในรูปแบบต่างๆ ตัุวอย่างเช่น ถ้าคุณพบว่าทักษะในการออกเสียงทำให้คุณเข้าใจภาพยนต์อักฤษดียิ่งขึ้น คุณจะมีแรงกระตุ้นในการฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษมากขึ้น ถ้าคุณพบว่าการเรียนภาษาอังกฤษโดยใช้ครื่องมือค้นหาบนเว็บเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการเขียน ช่วยให้คุณเขียนอีเมล์ที่ไม่มีข้อผิดพลาดได้ คุณจะต้องการคงสิ่งเหล่านั้นไว้ ถ้าคุณสามารถจำคำศัพท์ต่างๆ โดยใช้โปรแกรม SuperMemo​ และภายหลังเมื่อพบมันอีกในบทความหหรือภาพยนต์ คุณก็จะต้องการเพิ่มคำศัพท์ต่างๆ เข้าไปใน SuperMemo

คุยกับคนอื่นๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
นี่คือวิธีที่เรียบง่ายแต่ได้ผลมาก วิธีการทำงานของมันคือ

เรามักจะพูดถึงสิ่งที่เราชอบเป็นประจำแต่ในเรื่องตรงข้ามก็ยังเป็นความจริง ถ้าคุณเริ่มต้นพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อที่น่าเบื่อ คุณก็กำลังเริ่มสนใจในเรื่องนั้น ให้จินตนาการว่าคุณกำลังเรียนในเรื่องที่คุณเกลียด คุณอาจจะรู้ัสึกเบื่อและเหนื่อย แต่คุณก็ต้องสอบวิชานี้ในวันรุ่งขึ้น ถ้าแถวๆ นั้นมีคนอื่นอยู่ คุณก็มีทางเลือกสองทาง คือ คุึณสามารถบอกทุกคนถึงปัญหาที่คุณพบ หรือ คุณจะบอกเรื่องที่คุณได้เรียนรู้มา ถ้าคุณใช้ทางเลือกแรกคุณก็จะมีแค่ความรู้สึกแย่ๆ เท่านั้น

หากคุณเลือกทางที่สอง เริ่มสนทนาเกี่ยวกับเรื่องที่น่าเบื่อ คุณก็จะเริ่มมองมันในแง่มุนที่แตกต่างออกไป ทันใดนั้นมันก็จะกลายเป็นหัวข้อที่มีคุณค่าในการพูดถึงหรือน่าสนใจนั่นเอง

คุณจะเริ่มต้นการสนทนาแบบนั้นได้อย่างไร ? คุณสามารถสร้างความประหลาดใจให้คนอื่นโดยพูดกับเขาหรือเธอเป็นภาษาอังกฤษ
"Hi, I'm learning English and I hate it."หรือคุณสามารถพูด(เป็นภาษาของคุณ)ว่า "สวัสดี วันนี้ผมได้เรียนภาษาอังกฤษ 50 คำ คุณรู้ไหม คำ ...... นี้ ในภาษาอังกฤษใ้ช้คำว่าอะไร" ถ้าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ คุณ คุณก็สามารถใช้โทรศัพท์หรือส่งอีเมล์ไปหาเพื่อนคุณได้

แล้วเพื่อนคุณจะตอบกลับมาอย่างไร? บางทีพวกเขาอาจจะไม่สนใจ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่สำคัญคือ หลังจากได้พูดคุยเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ คุณจะเรียนภาษานี้ด้วยความหลงใหลมากขึ้น ลองดูสิ

หาเพื่อนที่กำลังศึกษาภาษาอังกฤษ
ถ้าคุณสามารถหาเพื่อนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษและมีทักษะอยู่ในระดับเดียวกัน คุณก็จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยม

- คุณจะมีใครบางคนที่สามารถคุยเป็นภาษาอังกฤษด้วย การสนทนาเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความสนใจในภาษาอังกฤษ ของคุณ ดังที่ได้อธิบายแล้วในหัวข้อก่อนหน้า
- การเรียนภาษาอังกฤษจะง่ายขึ้นเพราะคุณจะสามารถอธิบายปัญหากับเพื่อนของคุณ
- คุณจะขยันมากขึ้นเพราะคุณต้องการให้ภาษาอังกฤษของคุณดีกว่าเพื่อนคุณ

คุณควรจะพบปะเพื่อนๆ เป็นประจำ จะเป็นการดีมากหากเขาหรือเธอ อาศัยอยุ่ใกล้ๆ หรือเรียนโรงเรียนเดียวกับคุณ

หากคุึณไม่สามารถหาคนที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษเหมือนกันไม่ได้จริงๆ คุึณอาจจะหาใครสักคนโดยใช้อีเมล์ กรณีนี้ก็จะเป็นกรณีที่แย่ที่สุด เพราะการสนทนาไม่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยและมันเป็นการยากที่จะแข่งกับใครสักคนที่คุณไม่่รู้จักเขาดีนัก

ลงทุนกับการเรียนภาษาอังกฤษบ้าง
ถ้าคุณใช้เงินทำเรื่องใด คุณจะต้องการใช้มัน ตัวอย่างคือ หากคุณซื้อไม้ัเทนนิสราคาแพง คุณอาจจะต้องการไปเล่นเทนนิสทุกวัน กฎข้อนี้ใช้ได้กับการเรียนภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน ถ้าคุณต้องการเพิ่มความปรารถนาที่จะเรียนภาษาอังกฤษ ให้ซื้อดิกชันนารีใหม่ ซื้อหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ติดตั้งเคเบิลทีวีภาษาอังกฤษ แนวคิดนี้ไม่ซับซ้อน คุณจ่ายเพื่อสิ่งใดคุณก็ต้องใช้สิ่งนั้น คุณอาจจะต้องซื้ออะไรสักอย่างทุกอาทิตย์

อย่างไรก็ตามวิธีนี้ช่้วยคุณได้เพราะมันกระตุ้นให้เริ่มเรียนรู้ เช่น คุณได้ซื้อพจนานุกรม กริยาวลี บางทีคุณอาจจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ จากมัน และเมื่อนำไปใช้ เช่นในการเขียนอีเมล์ด้วยศัพท์ฺเหล่านี้แล้ว ก็ยิ่งจะช่วยสร้างแรงกระตุ้น(ดังได้อธิบายก่อนหน้านี้) และคุณก็จะเรียนรู้ยิ่งขึ้น

อ่านหนังสือ Unlimited Power ของ Anthony Robbins
อ่านหนังสือ Unlimited Power ของ Anthony Robbins จะช่วยให้คำแนะนำที่มีประโยชน์เกี่ยวกับสร้างความสำเร็จสำหรับทุกๆ เป้าหมาย หน้งสือเล่มนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตหลายๆ คน บางทีคุณน่าจะได้ลองอ่านมัน

จำไว้ว่า การเรียนภาษาอังกฤษจำเป็นต้องลงมือทำ
เราได้กล่าวหลายครั้งว่า "การลงมือทำครั้งเดียวมีพลังมากกว่าการอ่านบทความนับร้อย" ใช่ เรารู้ว่าการทำสิ่งต่างๆ เป็ฯเรื่องยาก แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ดีกับเราก็ตราม มนุษย์ืเป็นสัตว์ที่เกียจคร้าน นั้นคือสาเหตุที่ทำให้มีคนไม่มากนักที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี

พวกเรายังคงหวังว่า คุณสามารถ "ทำ" สิ่งต่างๆ ที่เราได้พูดไปเกี่ยวกับ วิธีเรียนภาษาอังกฤษ ไม่ใช่้แค่อ่านพวกมัน คุณจะประสบความสำเร็จก็ด้วยการเปลี่ยนบางสิ่งในชีวิตคุณเท่านั้น

อย่าละทิ้งมัน เริ่มเดี๋ยวนี้เลย !

17 ส.ค. 2553

โน้ตบุคส์มือสอง



นี่คือโน้ตบุคส์เที่ถูกใช้ัเป็นสื่อการสอนในโครงการศึกษาภาษาเขมรสุรินทร์จากคัมภีร์ใบลาน (วันที่ 2)

สอบถามพบว่าราคา 3,500 บาท ซื้อจากห้างเซียร์รังสิต เอามาให้ชมเผื่อใครสนใจ

15 ส.ค. 2553

ธงชัย วินิจจะกูล : "สนทนาท่ามกลางฝุ่นตลบ"

ช่วงนี้ดูคล้ายๆ กับว่า ข่าวคราวเรื่องการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ เงียบไปแล้ว และถูกบดบังด้่วยกระแสของการปรองดองและปฏิรูปประเทศไทย แต่ ธงชัย วินิจจะกูล ได้แสดงความเห็นในวงเสวนาเรื่อง "สนทนาท่ามกลางฝุ่นตลบ" ว่า จะให้เรื่องจบตามแบบที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการคงยาก แม้ในระยะสั้นๆ อาจจะทำได้ แต่ในระยะยาวแล้วคงไม่ง่ายนัก (โดยเปรียบเทียบกับจากกรณี 6 ตุึลา 19)

นอกจากนี้ก็ยังพูดถึงกลวิธีต่างๆ ในการ"เคลียร์" เรื่องที่เกิดขึ้นให้จบๆ โดยไวด้วย

ผุ้สนใจติดตามอ่านได้จากบทความ "ธงชัย วินิจจะกูล : "สนทนาท่ามกลางฝุ่นตลบ"

13 ส.ค. 2553

คำลงท้ายจดหมาย : ขอแสดงความไม่เคารพ

จดหมายเปิดผนึกจากอดีตนักศึกษาจากธรรมศาสตร์สองคน ตั้งข้อสงสัยต่อจุัดยืนของประชาคมธรรมศาสตร์ต่อเสรีภาพ ในช่วงที่รัฐบาลกำลัีงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ตอนนี้

เนื้อหาไม่ขอกล่าวถึง แต่ที่เขียนถึงเพราะประทับใจในคำลงท้ายของจดหมาย

"ขอแสดงความไม่เคารพ"

12 ส.ค. 2553

บทเรียนการใช้งานโปรแกรม Google Sketchup 8.0

1.การใช้งานโปรแกรม Sketchup
1.1 การเริ่มต้นใช้งานและส่วนประำกอบของโปรแกรม Sketchup (ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4)
1.2 เรื่องมือสำหรับมองชิ้นงานสามมิติ (ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4)
1.3 แนวคิดเบื้องต้นในการสร้างชิ้นงานสามมิติ (ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4)
1.4 งานชิ้นที่ 1 เก้าอี้แบบง่ายๆ (ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4)
1.5 งานชิ้นที่ 2 สร้างบ้านแบบง่ายๆ (ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4)
1.ุุ6 งานชิ้นที่ 3 การสร้างนาฬิกาปลุก (ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4)



2. การใช้เครื่องมือ
2.1 การใช้งาน Selections Tool ( ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4)
2.2 การใช้งาน Eraser Tool ( ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4)
2.3 การใช้งาน Line Tool (ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4 )
2.4 การใช้งาน Rectangular Tool
2.5 การใช้งาน Arc Tool ( ชมวิดิโอ , ดาวน์โหลดวิดิโอ MP4 )
2.6 การใช้งาน Orbit Tool
2.7 การใช้งาน Pan Tool
2.8 การใช้งาน Move Tool
2.9 การใช้งาน Measure Tool
2.10 การใช้งาน Follow me Tool
2.11 การใช้งาน Offset Tool
2.12 การใช้งาน Dimension Tool
2.13 การใช้งาน Circle-Polygon Tool
2.14 การใช้งาน Freehand Tool
2.15 การใช้งาน Component Tool
2.16 การใ้ช้งาน Navigation Tool
2.17 การใช้งาน Offset Tool
2.18 การใช้งาน Paint Bucket
2.19 การใช้งาน Position LookAround Tool
2.20 การใช้งาน Protractor Tool
2.21 การใช้งาน Rotate Tool
2.22 การใช้งาน Scale Tool
2.23 การใช้งาน Section Tool
2.24 การใช้งาน Tapemeasure Tool
2.25 การใช้งาน Text Tool
2.26 การใช้งาน Walk Tool


3. เทคนิคการใช้งานต่างๆ
3.1 การใช้คำสั่ง Undo , Redo
3.2 การสร้างและจัดการ Group
3.3 การสร้างและจัดการ Component
3.4 Accuracy
3.5 AutoFold
3.6 Copy
3.7 Inference
3.8 Intersect
3.9 Layer
3.10 Mirror
3.11 Match Photo1
3.12 Match Photo2

11 ส.ค. 2553

แค่รอใครสักคน ....

การทีคนบางคนไม่ทำอะไรบางอย่าง ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าชอบอะไรบางอย่าง หรือกระทั่งปฏิเสธสิ่งนั้น อาจจะไม่ได้หมายความว่าเขารังเกียจปฏิเสธมันจริงๆ ก็ได้

ผมไปซื้อของที่ตลาดนัดใกล้ๆ ที่ทำงาน ช่วงเวลาที่ผมไปนั้นยังมีคนมาเดินซื้อของไม่มากนัก บางร้านก็แทบจะไม่มีคนเข้าไปชม ร้านแรกเป็นร้านขายเข็มขัดมือสอง มีชายคนหนึ่งกำลังเลือกสินค้าอยู่ก่อนหน้า เมื่อผมเข้าไปได้สองสามนาที มีผู้หญิงเข้ามาในร้านอีกสามคน ผมและอีกสองสามคนซื้อเข็มขัดจากร้านนี้

ร้านต่อมาเป็นร้านรองเท้ามือสองที่คัดแต่รองเท้ากีฬาและรองเท้าหนังสำหรับผู้ชายที่สภาพดีมาขายในราคาที่สูงพอสมควร ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ร้านรองเท้าที่ขายแบบคละสภาพซึ่งคนเยอะมากทำให้ร้านนี้เลยไม่มีคนเข้ามาชมเลย ผมเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปในร้านนี้ ราคาดูจะแพงหน่อย เช่น รองเท้ากีฬาคู่ละ 350 บาท แต่ตูจากสภาพแล้วก็เหมาะกับราคา เพราะยี่ห้อนี้หากซื้อคู่ใหม่คงอยู่ประมาณ 1400 บาท ผมนั่งลองรองเท้าคู่สองคู่เมื่อเงยขึ้นมาเห็นเด็กนักเรียนเทคนิดและคนทำงานเข้ามาเลือกของในร้านหกเจ็ดคน หนึ่งในนั้นตัดหน้าซื้อรองเท้าไปคู่หนึ่งไปก่อนผมด้วย

ข้อสรุปแบบง่ายๆ ของผมจากสองเหตุการณ์คือ มีคนอยากซื้อทั้งรองเท้าและเข็มขัดอยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่อยากเขาไปซื้อในร้านที่มีแค่เขาคนเดียว เขาไม่ต้องการเป็นคนแรกที่ซื้อมัน เขาอยากให้มีคนอื่นอยู่ตรงนั้นด้วย เมื่อมีใครสักคนทำหน้าที่นี้ เขาก็จะซื้อสินค้าดังกล่าวทันที

การที่ยังไม่มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขี้นมา อาจไม่ใช่เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดหรือมันไม่ควรจะเกิด แต่อาจจะเพราะยังไม่มีคนที่ทำหน้าที่เริ่มต้นก็ได้ ฝากข้อคิดไว้สองข้อ
1. ถ้าอยากให้อะไรเกิดขึ้น คุณอาจจะต้องเป็นผู้เริ่มต้น
2. หากคุณยังไม่พร้อมจะเป็นผู้เริ่มต้น คุณก็ควรสนับสนุนคนอื่นให้ทำหน้าที่นี้

10 ส.ค. 2553

การแข่งขัน

แปลจาก Competition

สาเหตุอันดับหนึ่งที่ผู้คนบอกผมเมื่อเขาล้มเลิกทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือ "มีคนทำเรื่องนี้แล้ว" หรืออาจจะมีบ้างที่ "ความคิดผมไม่ใช่ความคิดใหม่อะไรเลย" หรือกระทั่ง "โอ ตอนนี้เรามีคู่แข่งแล้ว"

มีข่าวชิ้นใหญ่สำหรับคุณ
1. การแข่งขันสร้างให้คุณมีเหตุผล มันทำให้มีการจำแนกประเภท มันทำให้วิธีการขายต้องเป็นแบบนี้หรือแบบนั้น และการขายแบบนี้หรือแบบนั้นนี่เองทำให้เราขายได้ง่ายขึ้น คุณสามารถตั้งราคาสินค้าได้ง่ายขึ้นเพราะคุณมีบางคนให้เปรียบเทียบ

2. มีคนหกพันล้านคนในโลกนี้ ถ้าตลาดของคุณคือการขายกบไสไม้สำหรับช่างไม้ที่ถนัดซ้าย มันก็ยังมีจำนวนมหาศาลมากกว่าคุณคิดอยู่ดี

มีเหตุผลดีๆ หลายอย่างที่จะล้มเลิกโครงการ แต่การมีคู่แข่งเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่หนึ่งในจำนวนนั้น ถึงแม้ว่าคู่แข่งคุณเป็นกูเกิ้ล คุณก็ต้องสู้

8 ส.ค. 2553

สิ่งที่จำเป็นในการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ดี

ที่มา : แปลจากบทความ What is necessary to learn English well?

เปลี่ยนชีวิตคุณ
การเรียนภาษาอังกฤษต้องการการลงมือปฏิบัติ คุ็ณอาจจะรู้เคล็ดลับ แต่หากปราศจากการลงมือปฏิบัติคุณจะไม่ประสบความสำเร็จเลย ข้อเท็จจริงคือ หากคุณต้องการเรียนที่จะพูดภาษาอังกฤษให้ได้ดี คุณต้องเปลี่ยนชีวิตของคุณ นี่คือตัวอย่างบางส่วนที่คุณต้องทำ
- อ่านหนังสือภาษาอังกฤษวันละหนึ่งชั่วโมงทุกๆ วัน วิเคราะห์การใช้ไวยากรณ์ และหาคำศัพท์ในพจนานุกรม
- ฟังหนังสือเสียง(Audio Book) หรือแฟ้มเสียงภาษาอังกฤษอื่นๆ หยุดฟังและพยามทำความเข้าใจเป็นระยะๆ พร้อมกับออกเสียงเลียนแบบผู้พูด
- ใช้เวลา 30 นาที ในช่วงบ่าย เพื่อพยามฝึุกออกเสียงตัว "r"
- เขียนอีเมล์ภาษาอังกฤษด้วยความรอบคอบ ใช้พจนานุกรม หรือค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ ทุก 20 วินาที เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถสะกดคำศัพท์ได้ถูกต้อง หรือใช้เวลา 5 นาที ในการเขียนแต่ละประโยค
- คิดถึงประโยคภาษาอังกฤษที่คุณได้อ่าน ตั้งข้อสงสัยว่าเราสามารถใช้ "a" แทน "the" ได้หรือไม่ และพยามหาประโยคที่คล้ายกันนี้ในอินเทอร์เนตเพื่อหาคำตอบ
- เดินไปตามถนน และสร้างประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆ (พูดคุยกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสิ่งที่คุณเห็น)

คนประเภทไหนที่สามารถทำเรื่องข้างบนนี้ได้ ? มีคนประเภทเดียวเท่านั้นคือ คนที่ชอบทำสิ่งเหล่านี้ ถ้าคุณต้องการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ดี คุณจำเป็นต้องทำตวเองให้กลายเป็นคนประเภทนี้ คุณเคยได้ยินคนที่ประสบความสำเร็จจากการทำสิ่งที่เขาเกลียดไหม ?

ปัญหา
ปัญหาในเรียนและสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองคือ ผู้เรียนทุกคนอยากพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งหมดไม่ต้องการใช้เวลาในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง (นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่บอกได้ว่าทำไม พวกเขาถึงลงทะเบียนในชั้นเรียนภาษาอังกฤษและหวังว่าครูอังกฤษจะยัดความรู้เหล่าานี้เข้าไปในสมองของเขา)

การขาดแรงกระตุ้นเช่นนี้ หมายความว่า ผู้เรียนทั่วๆไป ไม่ทุ่มเทเวลาในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง หากพวกเขาทำ พวกเขาก็ทำไม่สม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น ผู้เรียนธรรมดาจะใช้เวลาศึกษากริยาวลีก่อนสอบ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ยอมอ่านหนังสือภาษาอังกฤษวันละ 30 นาทีทุกๆ วัน เขารู้สึกว่าภาษาอังกฤษไม่ดึุงดูดใจพอ เป็นเหตุให้เขาจะทำก็ต่อเมื่อต้องทำ ปัญหาคือการทุ่มเทเวลานานๆ แค่ครั้งเดียวเช่นนี้ไม่ให้ให้อะไรกับคุณเลย ขณะที่การทำกิจกรรมเล็กๆ ทุกวันจะให้ผลกับคุณอย่างมากมาย

ทัศนคติเชิงลบ
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนไม่ทุ่มเวลาในการเรียนภาษาอังกฤษคือ เขาผนวกการเรียนภาษาอังกฤษเข้ากับสิ่งที่น่าเบื่อ เมื่อพวกเขาคิดถึง"การเรียนภาษาอังกฤษ" พวกเขาคิดถึง ชั้นเรียนภาษาที่น่าเบื่อ, แบบฝึุกหัดที่น่าเบื่อ และ การบ้านที่น่าเบื่อ แม้กระทั่งพวกเขารู้ดีว่าภาษาอังกฤษเป็นสิ่งจำเป็นในการประกอบอาชีพ แต่การไร้แรงจูงในการเรียนเรียนอังกฤษก็อาจจจะมาจากตัวงานนั้นๆ เองที่น่าเบื่อ การเรียนภาษาอังกฤษที่สิ่งที่พวกเขา"ต้องทำ" ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขา"อยากทำ"

ผู้เรียนทั่วๆไป กับผู้เรียนที่มีแรงกระตุ้น
พอลลา เป็นผู้เรียนภาษาอังกฤษแบบทั่วๆ ไป ที่ไม่ค่อยมีแรงกระตุ้น นานๆ ทีเธอจะมีความตั้งใจสักครั้ง เช่น วันก่อนสอบ หรือในวันที่เธอต้องรับโทรศัพท์ของลูกค้าชาวต่างประเทศ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เธอคิดได้ว่า "ฉันต้องทำอะไรบางอย่างกับภาษาอังกฤษของฉัน" อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก น้อยกว่าเดือนละครั้ง แม้เธอจะลงมือศึกษาอย่างหนัก เช่น ให้เวลา 2 วันก่อนสอบ ผลก็ยังออกมาแย่เพราะเธอลืมสิ่งที่ได้เรียนมาถึง 90% นี่ไม่ใช่สิ่งประหลาดเพราะคนเราจะลืมสิ่งต่างๆ ตลอดเวลา หากไม่มีการทบทวน

คราวนี้มาดูผู้เรียนคนอื่นที่แตกต่างกันออกไป จูดี้เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือนิยายภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ (นิยายที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ ) เธออ่านหนังสือทุกวัน วันละ 30 นาที เธอซื้อและใช้พจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ เพื่อค้นหาความหมายของคำศัพท์ที่เธอสงสัย มันเป็นการยากที่จะเรียนได้อย่างสม่ำเสมอในช่วงเริ่มต้น การอ่านหนังสือและใช้พจนานุกรมไม่ใช่กิจกรรม"ปกติ" สำหรับเธอ

ถัดมาอีกสองสัปดาห์เธอสามารถอ่านได้เร็วขึ้น บ่อยครั้งที่เธอได้เจอคำศัพท์ที่เธอเรียนผ่านไปแล้ว เธอไม่ต้องหามันในพจนานุกรมอีกแล้ว และเธอรู้ว่าเธอกำลังมีความคืบหน้า จูดี้รู้ว่าเธอเรียนภาษาอังกฤษได้เยอะแล้วและกระหายที่จะเรียนต่อไปอีก ทุกๆ วันเธอหันไปอ่านหนังสือ หนังสือช่วยให้เธอใช้สิ่งที่เธอได้เรียนรู้มา เนื่องจากเธออ่านอย่างสม่ำเสมอเธออาจจะลืมมันบ้าง แต่เธอก็ยังคงเพิ่มคำศัพท์อยู่ได้เรื่อยๆ

จูดี้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่นานเธอจะอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษและสื่ออื่นๆ ที่จัดทำสำหรับผู้ที่มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ได้

สิ่งที่ต้องทำ
ถ้าคุณเป็นเหมือนพอลลา คุณไม่ชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษในเวลาว่าง ให้มุ่งความสนใจไปที่ประโยคภาษาอังกฤษที่คุณสนใจหรือฝึกอ่านออกเสียงตัว "r" คุณจะต้องมีบางสิ่งให้ทำเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ

มีเทคนิคหลายๆ อย่างที่ทำให้คุณมีแรงกระตุ้นในการเรียนภาษาอังกฤษได้ หนึ่งสิ่งที่ได้ผลดีคือ "ทำอะไรที่สนุก"

3 ส.ค. 2553

อสุรกายทุกตัวจะมีเงาที่น่ากลัว

และเงาที่น่ากลัวนี่เอง ที่ทำให้มันกลายเป็นอสุรกาย

จริงๆ แล้ว มื่อคุณมองมันอย่างละเอียดรอบคอบ คุณจะพบว่ามันไม่ได้น่ากลัวไปทุกอย่าง แค่เงาของมันเท่านั้นที่ทำให้เรากลัว

ถ้าคุึณอยู่ในภาวะสับสน อย่าสนใจเงา

ที่มา : แปลจาก Every monster has a big shadow

2 ส.ค. 2553

รายการทีวีสำหรับคนชอบคิด

เคยได้ยินบอกว่า หนังสือที่มีคุณค่าคือหนังสือที่คุณอ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนทุบหัว ผมเลยขอแนะนำรายการโทรทัศน์ทางอินเทอร์เนต ที่ทำให้รู้สึกทำนองนี้บ้าง

1. รายการแรก "The Daily Dose" จาก Voice TV
เป็นรายการวิเคราะห์การเมือง โดยคุณปลื้ม มล.ณัฐกร เทวกุล


2. รายการที่สองคือ "เจาะข่าวตื้น" จาก I here
รายการนี้จะจิกกัดข่าวการเมือง โดย จอห์น วิญญู (ผมรู้จักรายการนี้โดยคำแนะนำของคุณปลื้ม )


เมื่อได้เจอรายการสองรายการนี้ แล้วกลับมาดูรายการเล่าข่าวสารพัดรายการในฟรีทีวีแล้ว รู้สึกว่าสาระมันต่างกันเยอะระหว่างรายการที่พยามให้เราคิดกับรายการที่คิดแทนเรา

ขอจบด้วยประโยคเด็ดจากรายการเจาะข่าวตื้น : "สมองมีไว้คิด ไม่ได้มีไว้คั่นหู นะฮ๊า"