26 เม.ย. 2553

ใครคือผู้ตัดสินผลงานคุณ

นี่คือความผิดพลาดหนึ่งที่เรียนทำในโรงเรียน

เราให้คนอื่น ,แค่คนอื่นๆ, มาตัดสินงานของเรา (และมากกว่านั้น ของพวกเรา)

ซู ผู้หญิงขายาวไม่ค่อยมีสมองในชั้นเรียนภาษาสเปนได้สิทธิ์ในการตัดสินบุคคลิกภาพของเรา

บิล ครูภาษาอังกฤษอดีตกวีผู้ขมขื่น ได้รับอำนาจในการตัดสินว่าเราเขียนได้ดีหรือไม่

และอื่นๆ

พวกเชียร์ลีัดเดอร์ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาลสูงที่จะคอยชี้ว่าอะไรจะเป็นที่นิยม(ในหมู่ผู้หญิง) และครูพละก็มีสิทธิตลอดกาลที่จะบอกว่า เราโตพอหรือยังที่จะทำอะไรได้บ้าง

ทั้งหมดนี้รูปแบบที่เรายอมรับเองและจะเป็นอยู่อย่างนี่ตลอดกาล (หรือจนกว่าเราจะไล่พวกเขาออกไป)

ในโรงเรียน บางคนเรียนที่จะไม่สน พวกเขาเรียนที่จะทำงานที่จะได้ผลจริงๆ และเกือบทั้งหมด พวกเขาเรียนที่จะเลิกสนใจคำวิจารณ์ที่พวกเขาไม่เคยปรารถนา จงใช้ศักยภาพในการเลือกผู้ที่จะมาตัดสินงานคุณ ผู้ที่จะทำงานให้งานคุณดีขึ้น และสิ่งนี้จะให้รา่งวัลแ่ก่คุณ และนี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณกลายเป็นศิลปินในทุกสิ่งที่คุณทำ

ที่มา : บทความเรื่อง Who judges your work ของ Seth Godin

ฟุตบอลดิวิชันสอง : สุรินทร์ 2 - ชัยภูมิ 2

การแข่งขันฟุตบอลดิวิชันสองลีกภาคตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างสุรินทร์กับชัยภูมิ จบลงด้วยการเสมอ 2-2 ประตู โดยสุรินทร์เจ้าบ้านไล่ตามเสมอแบบหืดขึ้นคอหลังจากถูกนำไปก่อนในครึ่งแรก 2-0

วันนี้มีผู้ชมบางตาไปบ้างโดยโฆษกในสนามประกาศว่ามีคนเข้าชมประมาณสามพันคน ซึ่งโดยเฉลี่ยๆ นัดก่อนหน้านั้นคนน่าจะประมาณห้าพันคนได้ ที่ตรงประตูทางเข้าก็มีตำรวจมาช่วยดูแลความเรียบร้อยในการขายบัตร และทางขึ้นอัฒจันทร์ไม่มีหลังคาก็มีการตรวจบัตรก่อนขึ้นด้วย ซึ่งเดิมไม่มีเพราะถือว่าซื้อตอนเข้าสนามอยู่แล้ว สงสัยอาจจะมีการรั่วไหลเยอะกระมัง

สำหรับการแข่งขันนั้น ทีมสุรินทร์เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานปกติ เสียสองลูกไปตั้งแต่ครึ่งแรก ลูกแรกนั้นชัยภูมิลากๆ ไปง่ายถึงเส้นหลังก่อนเปิดให้กองหน้าเข้ามายิง ส่วนลูกที่สองกองหน้าชัยภูมิลากตัดเส้นเขตโทษก่อนจะยิงเข้าไปแบบง่ายๆ ดูเหมือนการเสียประตูทั้งสองลูกนั้นเพราะกองหลังสุรินทร์ชะงักไปเอง ท้ายครึ่งแรกมีการพักการแข่งขันไปประมาณสิบนาทีเพราะไฟส่องสว่างมีปัญหา


ครึ่งหลังทีมสุรินทร์เริ่มบุกได้มากขึ้น และมาได้สองลูกจากการบุกแบบมาตรฐานคือ ลากไปให้ถึงเส้นหลังแล้วเปิดเข้าตรงกลาง มีการฟาล์วบ่อยครั้ง การกระทบกระทั่งมีบ้างแต่ไม่มาก สุดท้ายก็เสมอกันไป 2-2


วันนี้ลองไปนั่่งที่อัฒจันทร์ด้านไม่มีหลังคาที่เน้นการเชียร์มันแบบเอามันส์ มีบางคนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามมาด้วยตะโกนด่ากรรมการผู้เล่นฝั่งตรงข้ามบ้าง แต่คนธรรมดาดูแบบสุภาพก็มีเยอะ

เพิ่มเติม
- ดูภาพทั้งหมดได้ที่นี่

25 เม.ย. 2553

ความล้มเหลว ความสำเร็จ และการไม่ทั้งสอง

คณิตศาสตร์เป็นสิ่งมหรรศจรรย์ คุณสามารถสะสมความล้มเหลวไว้มากมายแต่ยังสามารถเดินหน้าต่อได้ แต่ความสำเร็จเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถเริ่มต้นอาชีพคุณได้เลย

สิ่งที่แย่ที่สุดคือ การไม่ทั้งสองอย่าง ถ้าคุณใช้เวลาของคุณเลี่ยงความล้มเหลวโดยการไม่ทำอะไรที่จะถูกคนติเตียนได้ คุณจะไม่มีช่วงเวลาแห่งความสำเร็จเลย การหลีกเลี่ยงความล้มเหลวเพื่อเอาตัวรอดแบบนี้ ทำให้คุณไม่มีโอกาสที่จะพบสิ่งดีๆที่มาหลังจากนั้น

กระทั่งตอนนี้ เราขาย ทำงาน ติดต่อ สร้างสรรค์ ราวกับว่าความล้มเหลวแค่ครั้งเดียวทำให้ชีวิตเราจบสิ้นไปเลย

ที่มา : แปลจากบทความเรื่อง Failure, success and neither ของ Seth Godin

8 เม.ย. 2553

ประเพณีสงกรานต์เทศกาลลอดโบสท์ 7-13 เม.ย. 53 อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์


เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 53 ที่ผ่านมาผมได้ผ่านไปที่วัดเทพมงคล บ้านตะโนน ต.แจนแวน อ.ศรีณรงค์ ทางวัดได้จัดงานประเพณีสงกรานต์เทศกาลลอดโบสท์ ระหว่างวันที่ 7 - 13 เมษายน 2553 เนื่องดัวยชื่อเทศกาลฟังดูแปลก ๆ ผมเลยถามคนแถวๆ นั้น ได้ความว่าสักสามสี่ปีก่อนหน้าทางวัดได้บูรณโบสท์หลังเดิมโดยการดีดให้สูํงขึ้น ทำให้ใต้โบสท์มีช่องว่างขึ้นทางวัดก็สร้างช่องทางให้สามารถลอดโบสท์ได้และเป็นที่มาของชื่อเทศกาลนี้นั่นเอง


ขณะที่ไปถึงเป็นพิธีเปิดของงาน บรรยากาศก็ไปก็คล้ายงานวัดทั่วๆ ไป คือมีประชา่ชนมาร่วมเยอะมาก มีการตั้งโรงทานสำหรับบริการอาหาร ผมเลยได้อาศัยทานมื้อกลางวันด้วยเลย ในบริเวณต่่างๆ ของวัดก็มีการซุ้ำมสำหรับญาติโยมร่วมทำบุญหลากหลายรูปแบบ

สำหรับพื้นที่ใต้โบสถ์นั้น เพดานสูงสองเมตรกว่าเห็นจะได้ แต่ไม่ใช่ใช่ห้องที่จะเดินสะดวกนะครับ เพราะระหว่างเสาเต็มไปด้วยคานสูงประมาณเอวเชื่อมต่อกันกัน หากจะเิดินไปมาก็อาศัยลอดใต้คานเหล่านี้เอา ในนั้นมีลูกนิมิตให้สักการะ (เข้าใจว่าเป็นลูกนิมิตของโบสท์เดิมที่ไม่ได้ถูกยกไปตามโบสถ์ด้วย) รอยพระพุทธบาทจำลอง และตู้กระจกเก็บเครื่องปั้นดินเผาเก่าๆ และผ้าไหมไว้ให้ชมด้วย

(ทางลง)


(ห้องใต้โบสท์)



นับว่าผู้จัดงาน(เข้าใจว่าคือหลวงพ่อเจ้าอาวาส) เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ดีนะครับ ที่อาศัยช่องว่างใต้ถุนโบสถ์มาสร้างกิจกรรมได้ ใครจะนึกหล่ะครับ นี่ถ้าเป็นผมก็คงจะกลบดินไปแล้ว (คิดได้แค่นั้นจริงๆ) ใครที่สนใจก็แวะไปเยี่ยมชมเทศกาลนี้ได้นะครับ

5 เม.ย. 2553

บันทึกการประชุมหมู่บ้านหนองกง ม.1 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ (แบบย่อ)

เริ่มประชุมเวลา 19.00 น. วันที่ 4 เม.ย. 53

1. วาระของผู้ใหญ่บ้าน
1.1 ชมรมเงินกู้เถื่อน : ขณะนี้มีชมรมเงินกู้อ้างว่าสามารถหาเงินกู้กับชาวบ้าน โดยต้องมีการลงหุ้นก่อน ที่ทำการของชมรมอยู่ที่ ต.ตาอ็อง ขอให้ชาวบ้านอย่าได้หลงเชื่อ เพราะชมรมดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องและกำลังมีการดำเนินคดีอยู่

1.2 รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยจะมาตรวจราชการเรื่องโครงการต้านภัยแล้ง ที่โรงเรียนบ้านตะตึงไถง ในวันที่ 5 เม.ย. 53 นี้ ในการนี้จะีมีการแจกสิ่งของ(ผญบ.เองก็ไม่ทราบว่าคืออะไร ?) โดยให้คัดเลือกตัวแทนแต่ละหมู่บ้านมารับของหมู่บ้านละ 4 คน ที่ประชุมจึงคัดเลือกจากผู้ทีี่มาประชุมโดยการโหวต

ในวันนั้นขอควา่มร่วมมือจาก อพปร. แต่งเครื่องแบบไปร่วมต้อนรับด้วย (งานนี้ไม่มีเบี้ยเลี้ยง)

1.3 กีฬาสีสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้าน : กีฬาสีสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้านหนองกง หมู่บ้านตาเตียวพัฒนา และหมู่บ้านสุขสนาม ปีนี้จัดในวันที่ 11 เม.ย. 53 ณ โรงเรียนบ้านหนองกง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 แ้ล้ว และไม่มีงบประมาณสนับสนุนจาก อบต. เช่นทุกปีที่ผ่านมา ผญบ.รับเป็นประธานและกำลังขอรับบริจาคทั้งในหมู่บ้านและ สส. เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่าย

1.4 ผ้าป่าสมทบทุนสร้างโบสถ์วัดสามัคคีประชาคม : จัดขึ้นในวันที่ 13 เม.ย. 53 ผญบ.ได้รับซองมา 80 ซอง และแจกคุ้มละ 20 ซอง หากในแต่ละคุ้มประสงค์จะตั้งกองผ้าป่าของตัวเองเพิ่มเติมก็ทำได้เพื่อให้ได้เงินบริจาคมากขึ้น

1.5 การกวดขันวินัยจราจร : สภ.เมืองสุรินทร์ จะกวดขันวินัยการจราจรอย่างมากเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ขอให้ชาวบ้านทุกท่านปฏิบัติตามกฎหมายจราจรด้วย

1.6 ประเพณีทำบุญก่อเจดีย์ทรายของหมู่บ้าน : ที่ประชุมหารือกันตกลงจัดในวันที่ 14-15 เม.ย. 53 แม้จะชิดกับงานอื่นๆ ได้แก่ 10-11 เม.ย. 53 เป็นงานก่อเจดีย์ทรายของโรงเรียนบ้านหนองกง 12-13 เม.ย. 53 มีงานก่อเจดีย์ทรายที่วัดสามัคคีประชาคม

1.7 การคัดเลือกทหาร : ปีนี้จ้ัดในวันที่ 7-10 เม.ย. 53 ณ โรงยิมฯ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์

2. วาระของสมาชิกสภา อบต.
2.1 วันผู้สูงอายุ : วันนี้จัดขึ้นในวันที่ 9 เม.ย. 53 ทาง อบต.ขอให้ส่งรายชื่อผู้ทีั่้จะรับของชำร่วยหมุ่้บ้านละ 20 คน ซึ่งทาง อบต.ก็หนักใจ แต่ก็ได้เดินสำรวจได้รายชื่อดังกล่าวมาแล้ว ขาดตกบกพร่องอย่างไรก็ขออภัย แต่ไม่มีเวลามาพิจารณาอะไรนัก ในวันนี้จะมีการสวดมนต์สะเดาะเคราะห์ และประกวดผู้สูงอายุสุขภาพดีด้วย

2.2 ความไม่สะดวกในการก่อสร้าง : มีการสร้างถนนสองสามสายและวางท่อระบายน้ำอีกหนึ่งโครงการ ขออภัยในความไม่สะดวกด้วย

เลิกประชุม 20.30 น.

3 เม.ย. 2553

ทริปถ่ายภาพวิถีเกษตรสุรินทร์ 21 มี.ค. 53

โครงการนี้เริ่มมาจากคุณเต่า จากมูลนิธิเกษตรนิเวศน์ ประสงค์จะจัดกิจกรรมนิทรรศการภาพถ่ายวิถีเกษตรธรรมชาติสุรินทร์ ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ในวันที่ 3 เม.ย. 53 หนึ่งในกิจกรรมนั้นคือการแสดงภาพถ่ายวิธีชีวิตของชายสุรินทร์ จึุงชักชวนสมาชิกจากเว็บบอร์ดชมรมถ่ายภาพให้มาร่วมกิจกรรมถ่ายภาพเพื่อนำมาแสดงในนิทรรศการดังกล่าว

ทริปนี้เริ่มด้วยสมาชิกจากชมรมถ่ายภาพจำนวน 8 คน การมาพบกันที่หน้าร้านข้าวหอมและออกเดินทางเมื่อเวลา 10.00 น.โดยใช้รถตู้ จุดหมายแหล่งแรกของเราคือ บ้านโดนเลงเหนือ ต.ทมอ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ก่อนถึงหมู่บ้านสองสามกิโลเมตร เห็นชาวบ้านกลุ่มใหญ่สักร้อยคนเห็นจะได้กำล้ังช่วยกันจับปลาในคลองข้างๆ ถนน คณะของเราเลยแวะถ่ายรูปสักครึ่งชั่วโมง คุยๆ ดูทราบว่ามีการเก็บค่าบำรุงหมู่บ้าน แหละ 20 บาท


บ้านโดนเลงเหนือ
พวกเรามาถึงที่ทำงานของกลุ่มเกษตรธรรมชาติ ตำบลทมอ วันนี้กำลังมีการลงแขกเพื่อช่วยขยายอาคารประชุมของกลุ่มเกษตรกรอยู่พอดีมีชาวบ้านมา่ช่วยกันสัก 15 คนเห็นจะได้


จากนั้นพวกเราก็เดินถ่ายภาพในหมู่บ้านโดยการนำของพี่สร้อยเพชร ระหว่างทางผมก็คุยไ้ปเรื่อยได้ความว่ากลุ่มเกษตรกรกลุ่มนี้ก่อนตั้งมาได้ประมาณ 20 ปีแล้วตั้งแต่รุ่นพ่อของพี่เขา โดยมีหน่วยราชการหลายหน่วยให้การสนับสนุนหาโครงการต่างๆ มาให้ชาวบ้านทำ ทางกลุ่มเองก็มีกิจกรรมหารายได้เข้ากลุ่มเช่นการโดยการขายพันธุื์ข้าวเปลือก เป็นต้น ตัวสมาชิกทั้งหมดก็ประมาณ 50 คน ที่มาประจำมีสัก 20 คน เห็นจะได้

ในเดินถ่ายภาพในละแวกบ้านของพี่สร้อยเพชรประมาณ 5-6 หลัง และออกเดินทางเมื่อเที่ยงวัน

บ้านทัพไทย
คณะมาร้บประทานอาหารเที่ยงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้านทัพไทย ห่างจากบ้านโดนเลงไม่ไกลนัก จากนั้นพวกเราไปเยี่ยมแปลงเกษตรอินทรีย์ของ พี่กัญญา อ่อนศรี เกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรียน์จนประสบความสำเร็จ พี่กัญญาทำไร่นาสวนผสมและเลี้ยงหมูหลุม ในพื้นที่ 10 ไร่


ช่วงนี้เป็นช่วงที่แม่หมูสองตัวตกลูกติดๆ กัน สามีพี่กันยาเลยต้องอยู่เฝ้าคอกหมูตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ใ่ห้แม่หมูเผลอทับลูก ลูกหมูส่วนใหญ่จะถูกขายต่อเพราะครอบครัวนี้มีโรงเรีอนที่เลี้ยงหมูได้แ่ค่แปดตัวเท่านั้น

พี่ผู้ชายเล่าใหัฟังว่า เริ่มทำเกษตรอินทรีย์มาประมาณ 10 ปี เแล้ว ช่วงแรกพี่กัญญาก็ไปดูงานหลายที่รวมทั้งที่บ้านโดนเลงเหนือด้วย การทำเกษตรอินทรีย์ให้ผลดีหลายอย่าง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและส่วนหมูหลุมนั้นก็ลดแรงงานที่ต้องทำความสะอาดคอกไปได้มากนอกจากเลี้ยงหมูก็มีการปลูกผักไว้รับประทานเองด้วย ในปีต่อๆ ไปก็จะมีโครงการที่จะถมร่องสวนที่ขุดไว้เพื่อให้มีพื้นที่ในการปลูกไม้ยืนต้นไว้เก็บกินตอนอายุมากขึ้น

พวกเราอยู่ที่บ้านทัพไทยตลอดช่วงบ่ายก่อนที่จะเิดินทางไปชุมชนศรีบัวรายต่อไป

ชุมชนศรีบัวราย
ชุมชนแห่งนี้อยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์อยู่ทางทิศตะวันตกของเทศเทศบาลมีวัดเก่าแก่คือวัดโคกบัวราย ชุมชนแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของคนที่มีรายได้น้อยสวนใหญ่ประกอบอาชีพเก็บขยะขาย สภาพแวดล้อมค่อนข้างเสื่อมโทรมแต่ไม่ถึงกับจะเรียกได้ว่าเป็นชุมชนแออัด


ชุมชนแห่งนี้มีการร่วมตัวอย่างเข้มแข็งจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนหลายอย่างเ่ช่น ร้านค้าสวัสดิการชุมชน กลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคง เป็นต้น โดยผู้ที่พาเราเดินชมวิถีชีวิตในชุมชนคือพี่ผู้หญิงประธานกลุ่มทั้งสองที่เอง (เอ่อ ผมน่าจะถามชื่อ แต่ไม่ได้ถาม แหะๆ)

จุดแรกที่พี่เขาพาเราไปชมคือแปลงผักสำหรับเด็กๆ ในชุมชน ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ทางรถไฟ แปลงผักนี้ผู้ใหญ่จะเป็นผู้ยกแปลงและลงผักไว้ให้ เด็กๆ มีหน้าที่มารดน้ำผักทุกวัน ผลผลิตที่ได้ก็จะแ่บ่งกันรับประทาน แต่มาก็พาเราไปดูบ้านมั่นคงซึ่งเป็นเงินกู้จากกลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่งคง ให้กู้หลังละ 150,000 บาท เพื่อมาปรับปรุงที่อยู่อาศัย

ระหว่างทางนั้นเราเห็นเด็กๆ ในชุมชนมีจำนวนเยอะมาก ได้รับคำบอกเล่าว่า หากเวลาค่ำกว่านี้จะมีเด็กๆ ออกมาเยอะกว่านี้อีก

พวกเราออกจากชมชนแห่งนี้เมื่อเวลาประมาณห้าโมงครึ่ง

บทส่งท้าย
นี่ไม่ใ่ช่แค่การออกไปถ่ายภาพ แต่นับเป็นโอกาสดีที่ผมได้มาเยี่ยมชาวสุรินทร์ที่ได้ร่วมแรงร่วมกันใจลงมือพัฒนาชุมชนของตนเอง ทำให้ได้แรงบันดาลใจหลายๆอย่างจากพวกเขาเหล่านี้ ขอบขอบ คุณเต่า และมูลนิธีเกษตรนิเวศน์ที่ให้โอกาสดีๆ อย่างนี้ครับ

เพิ่มเติม
- ดูภาพทั้งหมดได้ที่นี่

เครื่องแบบนักศึกษา : ภาพสะท้อนกฎเกณฑ์ที่ไร้สภาพบังคับ

ปัญหาเครื่องเครื่อบแบบนักศึกษาเป็นสิ่งที่พูดถึงกันมานาน(หมายถึงในระยะสิบกว่าปีนี้) ฝ่ายที่สนับสนุนก็อ้างความเป็นระเีบียบเรียบร้อย ลดปัญหาความเหลี่ยมล้ำในหมู่นักเรียน ในสมัยก่อนๆ ก็ดูเหมือนเครื่องแบบดังกล่าวก็จะให้ผลได้อย่างที่อ้างไว้จริงๆ

แต่ปัจจุบันนี้หลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไป กฎเกณฑ์ยังคงเดิมแต่สภาพบังคับกลับไม่ีมีอีกแล้ว ชุดนักศึกษากลายเป็นชุดที่สั้น รัดติ้ว (ซึ่งผมชอบนะ :-) สิ่งที่มหาวิทยาลัยทำได้ก็เพียงแค่กทำป้ายประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้นักศึกษาแต่งกายให้ถูกระเบียบเท่านั้น (และมันก็ไม่ค่อยได้ผล)

ปัญหานี้เป็นสิ่งที่สะท้อนแนวคิดของผู้ที่เกี่ยวข้อง การมีกฎเกณฑ์เพื่อให้ได้ืชื่อว่ามี ส่วนผลลัพท์ที่ได้นั้นจะเป็นไปตามที่่คาดหวังหรือไม่นั้นอาจจะไม่ใช่ประเด็นที่ต้องสนใจนัก

แน่นอน! ปัญหาเหล่านี้จะยังคงอยู่กับเราต่อไปนานเท่านาน ตราบที่ความคิดของคนยังไม่เปลี่ยน

2 เม.ย. 2553

ความลับเกี่ยวกับงานเขียนที่ไม่มีนักเขียน่คนไหนบอกคุณ (บทความแปล)

งานหลักของผมคือการเขียนและเมื่อการสนทนาเกี่ยวกับการเขียน จะมีใครสักคนพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้ขึ้นมาว่า "ผมไม่ใช่นักเขียนที่ดีหรอก" จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ผมไม่มี testicular fortitude ที่จะพูดได้ เท่าที่ผมรู้คนจำนวนไม่มากที่ทำ แต่ผมกำลังจะเล่าความลับต่อไปนี้ให้คุณฟัง

การเขียนคือการคิด
มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายๆ ความจำระยะสั้นภายในสมองของคนเราไม่สามารถบรรจุข้อมูลจำนวนมากได้ ถ้าคุณไม่อาศัยการเขียนเข้ามาช่วยความคิดทั้งหมดจะกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบเพียงพอที่จะบรรจุลงความจำระยะสั้นได้

การเขียนยอมให้คุณบันทึกความคิดในรูปแบบที่คุณสามารถตรวจสอบและสะท้อนออกมา และคุณสามารถเข้าใจว่าอะไรที่มันเข้าท่า
และมันเข้าท่าอย่างไร และนี่คือการขยายมาจากความคิดเริ่มต้น เมื่อคุณสามารถขยายความคิดไปในทุกทิศทางที่มันยังคงเชื่อมต่อกันได้ นี่คือการคิดที่สมบูรณ์ ไม่มีทางที่คุณจะบรรจุความคิดขนาดนั้นในสมองโดยไม่อาศัยการเขียนเข้ามาช่วยเพราะสมองคุณไม่มีพลังขนาดนั้น

หากคณไม่เคยเขียนอะไรที่มีความคิด คุณไม่มีทางที่จะคิดอย่างซับซ้อน สำคัญ หรือน่าสนใจได้เลย นี่คือความลับ คนที่ไม่เขียนคือคนที่ไม่คิด


แล้วคนอ่านหล่ะ ?
คุณอยู่ในโลกที่ประกอบด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นไม่ต่อกันและการสะท้อนของความคิดเก่าๆ ของคนอื่น

บางทีคุณอาจจะไม่โง่ บางทีคนอาจจะเคยอ่านความคิดที่ยิ่งใหญ่ และคุณก็รู้ว่าผมกำลังพูดเกี่ยวกับอะไรแม้ว่าคุณจะไม่ชอบเขียน นั่นยังไม่ดีพอ เพราะคุณไม่เคย"สร้าง"ความคิดที่ยิ่งใหญ่เลย คุณอยู่ในโลกที่ประกอบด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นไม่ต่อกันและการสะท้อนของความคิดเก่าๆ ของคนอื่น สิ่งที่คุณเองมีก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ของคุณเองเท่านั้น มันไม่เหมือนกับการมีความคิด ให้คุณนั่งลงและใช้เวลาสองสามชั่วโมงเขียนเกี่ยวกับความคิดนี้จนกระทั่งคุณสามารถระบุได้อย่างชัดเจนแลยว่าความคิดอันได้เป็นพื้นฐานของทั้งหมด

การเขียนเป็นทักษะ
ข่าวร้ายคือการเขียนเป็นงานยาก ข่าวดีคือการเขียนไม่ใช่พรสวรรค์แต่เป็นทักษะ แน่นอน คนที่ไม่ยอมเขียนก็จะไม่มีทักษะนี้ งานเขียนต้องมีการฝึกฝนเช่นเดียวกับทักษะอื่นๆ

นี่คือแบบฝึกหัดการเขียนสำหรับคนที่ต้องการฝึกคิด ให้ลองพิจารณาความเชื่อของคุณที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการเมืองและศาสนา เขียนสิ่งที่คุณเชื่อด้วยความยาวประมาณ 1,000 คำ อธิบายมันโดยคิดที่ว่าคนที่อ่านมันนั้นไม่เคยรู้จักมากก่อน อธิบายว่าทำไมคุณเชื่อแบบนั้น มีคุณค่าอะไรที่ซ่อนอยู่ และทางเลือกอื่นๆ เมื่อเขียนเสร็จ บอกผมว่าคุณได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ บ้าง เกียวกับความคิดที่ชัดเจนขึ้นนั้น

ที่มา : แปลจากบทความ The secret about writing that no one has the balls to tell you