31 ม.ค. 2553

พิธีปิดกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย ครั้งที 31 29 ม.ค. 53

การแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประไทย ครั้งที่ 31 เปิดฉากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพิธีปิดที่เรียบง่ายท่ามกลางประชาชนสุรินทร์ที่เข้ามาร่วมชมอย่างคับคั่ง ณ สนามกีฬาศรีณรงค์ 29 ม.ค. 53


การแข่งขันรายการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-29 มกราคม 2553 มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกว่า 6,000 คน จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกมาในฐานะตัวแทนเขตการศึกษาทั้งสิบเขตเพื่อแข่งขันชิงใน 28 ประเภทกีฬา

สำหรับพิธีปิดครั้งมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์มาเป็นประธาน พิธีเริ่มจริงๆ เมื่อประมาณ 18.15 น. เมือขบวนนักกีฬาเคลื่อน
เข้าสู่สนาม จากนั้นประธานได้มอบของที่ระลึกสำหรับหน่วยงานต่างๆ ทีมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ และกล่าวปิดงาน ตามด้วยการเชิญธงกีฬาลงจากเสา จากนั้นเป็นการมอบธงการแข่งขันกีฬาให้กับเจ้าภาพครั้งถัดไปคือจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจัดการแสดงระบำพัดใบตาลมาแสดงต้อนรับ



สำหรับการแสดงในพิธีปิดของเจ้าภาพสุรินทร์ เป็นการแสดงเรือมอันเรและกะโน้บติงตอง ปิดท้ายด้วยพิธีดับไฟในกระถางคบเพลิง โดยชุดผู้แสดงเป็นนางอัปรา ถือคนโทน้ำมาดับไฟท่ามกลางเสียงสีเสียงและฉากแสนตระการตา ก่อนจะจุดพลุไฟ และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

สำหรับบรรยากาศในวันนี้มีประชาชนเข้ามาชมในสนามอย่างคับคั่งนอกจากบนอัฒจันทร์แล้วบางคนก็ยืนอยู่นอกสนามข้างลู่วิ่ง แรกๆ นั้นก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดี พอถึงการแสดงในพิธีปิดมีการดีบไฟมืด เริ่มมีคนเข้าไปในสนาม ผมถือโอกาสนี่(มั่ว)เข้าไปในสนามกับเขาด้วย :-) เลยได้โอกาสเห็นสภาพสนามที่มีการปรับปรุงอย่างเร่งรีบในช่วงก่อนหน้าการแข่งขัน

ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นลู่วิ่งยางสังเคราะห์เป็นครั่งแรกก็ปรากฎว่านุ่มดีทีเดียว ส่วนสนามฟุตบอลมีการปูหญ้าใหม่ซะนุ่มแต่รอยหญ้ายังเป็นตารางให้เห็นอยู่เลย ่บางจุดข้างสนามก็ยังปูหญ้าไม่เรียบร้อยเพราะเห็นเป็นดินโล้นๆ ซะงั้น

พิธีปิดสิ้นสุดเมือ 19.30 น. ก่อนที่ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะทยอยเดินทางกลับ

เิพิ่มเติม
- ดูภาพทั้งหมดได้ที่นี่
- ชมภาพสวยๆ จากบอร์ด surin108.com ได้จากที่นี่

29 ม.ค. 2553

เทศกาลการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ (Surin International Folklore Festival 5 : SIFF)

เทศกาลการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติเป็นกิจกรรมที่จัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ทุกๆ ปี สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 24 มกราคม 2553 ณ สนามกีฬา มรภ.สุรินทร์

ผมเห็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมนี้ตั้งแต่ปีแรกๆ แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสแวะเข้าไปชมสักที บังเอิญว่าเมื่อปีกลาย ได้ไปร่วมการประชุมสัมนาวิชาการ ดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน : ยุทธศาสตร์มุ่งสู่มาตรฐานสากล เห็นว่า ทาง มรภ.เอง ภูมิใจนำเสนอกิจกรรม SIFF ด้วยวิสัยทัศน์ก้าวสู่ความเป็นนานาชาติอย่างมาก ตั้งใจว่าหากมีโอกาสจะต้องมาชื่นชมสักหน่อย

ภายใน SIFF มีกิจกรรมย่อยหลายๆ อย่างเช่น การสัมนา, การแสดงแบบเครื่องแต่งกาย แต่กิจกรรมหลักคือ การแสดงพื้นบ้านโดยคณะนักแสดงจากประเทศต่างๆ บนเวที ซึ่งเป็นกิจกรรมเดียวที่ผมได้ร่วมชมและนำมาเสนอในบทความนี้

ผมไปชมเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 53 ที่ผ่านมา ในปีนี้ผู้จัดตั้งเวทีกลางแจ้งอยู่ในสนามฟุตบอล ด้านหน้าเวทีมีการตั้งเก้าอี้หลายแถวสำหรับผู้ชมที่ซื้อบัตรในราคา 100 บาท ส่วนถัดออกไปนั้นมีการตั้งอัฒจันทร์ไม่สูงนักโดยรอบเป็นรูปตัวยูสำหรับผู้ชมที่ซื้อบัตรในราคา 40 บาท

เมื่อไปถึงบริเวณจัดงานเมื่อเวลาเกือบสองทุ่มแล้วการแสดงเริ่มไปก่อนหน้านั้นพอสมควร ผู้ชมก็มีจำนวนมากเกือบเต็มที่นั่งที่จัดเตรียมไว้ ประเมินด้วยสายตาพบว่าครึ่งหนึ่งเป็นนักศึกษาที่เหลือเป็นบุคคลภายนอก

ขอนำเสนอการแสดงแต่ละประเทศ(เท่าที่จำได้) มาเล่าให้ท่านฟังต่อไปนี้
อินเดีย

เมื่อผมไปถึงเป็นการแสดงชุดสุดท้ายของประเทศอินเดีย เห็นนักแสดงคนเดียวมาร่ายรำอะไรสักอย่าง โฆษกบอกว่าเป็นการแสดงระบำของชาวพื้นเมือง


ก่อนจะเลิกนักแสดงจากอินเดียก็ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นการเต้นของชาวพื้นเมืองที่มาเป็นกลุ่มสิบกว่าคน ผู้แสดงจะยึดแขนไว้ด้วยกัน แล้วเต้นโดยขยับไปมาพร้อมกันและลงเท้าหนักๆ เสียงดังสนั่น ไม่รู้ว่าจะเจ็บเท้ากันบ้างหรือเปล่า

ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์ส่งมาเพียงสามคนชายหนึ่งหญิงสองในเครื่องแต่งกายสไตล์สเปน การแสดงทั้งหมดเป็นการขับร้องเพลงสเปน ที่มีทั้งเพลงช้าและเพลงเร็วในจังหวะสนุกสนาน

นักร้องหญิงมีเสียงที่มีพลังมากๆ บางทีก็ร้องเดียว บางเพลงก็ร้องคู่กับนักร้องชาย โดยเฉพาะเพลง Time to say goodbye

เวียดนาม

การแสดงของเวียดนามมีสามชุด ชุดแรกเป็นระบำในชุดอ๋าวหญ่ายที่นักแสดงถอดหมวดขยับไปมา


ต่อมาเป็นสามหนุ่มบอยแบนด์ออกมาในเครืองแต่งกายและทำนองของเกาหลี เพียงแต่เสียงร้องเป็นภาษาเวียดนาม


ส่วนชุดสุดท้ายเป็นระบำชาวเขาแถบตอนกลางของประเทศ แต่ดูๆ แล้วก็เหมือนกับว่ามีการประยุกต์การเต้นรำสมัยใหม่เข้าไปมาก

อิตาลี

คณะนักร้องประสานเสียงจากเกาะซาร์ดิเนียร์ มาแสดงการร้องเพลงประสานเสียงที่เป็นมรดกตกทอดมาให้เราฟัง ฟังๆ ดูก็คล้ายกับการสวดมนต์ของบ้านเรา เริ่มจากนักร้องร้องเพลงท่อนสั้น ลูกคู่ที่เหลือก็จะประสานเสียงรับ เพียงแต่ว่าการประสานเสียงเขาจะดูซับซ้อนไพเราะไปอีกแบบ

บางเพลงก็จะมีผู้เต้นประกอบแต่ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากมายนัก นักแสดงยืนเรียงแถวเอาแขนไขว้กัน ก่อนขยับแต่ขาไปมาพร้อมๆ กันแบบช้าๆ ตามจังหวะเพลง

ลิธัวเนีย

นักแสดงจากลิธัวเนีย มีชุดเดียวแต่แสดงสามเพลง ทุกเพลงเป็นจังหวะเต้นรำสนุกสนาน
การเต้นแบบลิธัวเนียนั้นจะเขย่งปลายเท้ากระโดดไปมาคล้ายนักบัลเลต์ การเต้นแบบนี้ดูแล้วคงกินแรงผู้เต้นไม่น้อย การจะเต้นต่อเนื่องกันได้สามเพลงเช่นนี้แสดงว่าร่างกายคงแข็งแรงพอสมควร

พม่า
การแสดงเดียวจากพม่าเป็นการเต้นระบำจากนักแสดงกลุ่มใหญ่ แต่งกายเป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ แล้วสลับกันให้คู่ชายหญิงที่แต่งการเป็นชนกลุ่มน้อยแต่ละกลุ่ม ผลัดกันออกมาเต้นข้างหน้าด้วยท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ เสียดายที่ผมกับเก็บภาพไม่ดีนักเลยไม่ได้นำมาแสดง

ไทย

ประเทศไทยออกมาปิดรายการด้วยระบำดึงครกดึงสาก ที่เป็นการรวมมิตรวัฒนธรรมจากภาคต่างๆ เนื้อหาการอ้อนวอนพระแม่โพสพขอให้ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ นักแสดงที่เป็นพระแม่โพสพนั้น แต่งการเป็นนางอัปราแบบเขมร เพลงประกอบและท่ารำเป็นเพลงโปงลาง ส่วนการแต่งการของนักแสดงอื่นๆ เป็นแบบภาคกลาง เช่น โจงกระเบนในเสื้อแขนกระบอก

สรุป
โดยรวมๆ แล้วการแสดงในวันนั้นการแสดงที่หลากหลาย น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้สนุกสนานได้ไม่น้อย แต่กิจกรรมเหล่านี้จัดโดยสถานศึกษาจึงน่าจะมีคุณค่าทางวิชาการเพิ่มมาด้วย

เมื่อแวะชมเว็บไซต์ของ SIFF เห็นมีกิจกรรมทางวิชาการอยู่บ้าง เช่น การสัมนาทางวิชาการ แต่ก็ไม่ค่อยได้ข่าวคราวอะไรมากนัก ปีต่อไปอยากให้ มรภ.เน้นกิจกรรมเหล่านี้มากขึ้นก็จะดียิ่งขึ้น

เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่นี่

23 ม.ค. 2553

ชมโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เนตได้ที่ www.me.in.th

หากท่านพลาดโทรทัศน์รายการโปรดหรืออยากชมโทรทัศน์ในที่ที่ไม่มีโทรทัศน์แต่มีอินเทอร์เนต ไม่ต้องกังวลแล้วครับ เพราะท่านสามารถชมโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เนตได้จากเว็บไซต์ะบบการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ


สำหรับผู้ชมทั่วไปสามารถชมรายการย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 ชม. หากต้องการชมย้อนหลังมากกว่านั้นสามารถทำได้โดยต้องลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบในฐานะสมาชิกก่อน

สำหรับบริการโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เนต จำเป็นต้องใช้โปรแกรม Windows Media Player และ IE ในการรับชมเท่านั้น ผมได้ทดลองชมโดยติดตั้ง Plugin แล้วก็ยังชมไม่ได้ผล

22 ม.ค. 2553

อบรมการเขียนบล็อกด้วย Blogger.com ที่วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์


เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 53 ที่ผ่านมาผมได้เป็นวิทยากรให้กับนักศึกษา ปวช.1 และ 2 จากภาควิชาสำรวจ วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ เพื่อแนะนำน้องๆ เหล่านี้เกี่ยวกับการเขียนบล็อกโดยใช้ Blogger.com

การอบรมครั้งนี้ใช้เวลาสามชั่วโมง เนื้อหาที่ถ่ายทอดได้ในเวลาเท่านี้คือ พาสมัครบล็อก ให้ลองเขียนบทความ ลบและแก้ไขบทความ และใส่รูปลงในบล็อก


ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปีที่ผมได้ไปสอนนักเรียนในชั้นเรียน หลังจากเว้นไปประมาณเจ็ดปี ช่วงหลังๆ สอนแต่ผู้ใหญ่ (ส่วนใหญ่จะเป็นครูซะด้วย) บรรยากาศโดยรวมก็สนุกสนานดี นักเรียนที่สายช่างก็เรียบร้อยดี อาจจะมีเหม่อๆ ลอยๆ อยู่บางก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ

ผมมีข้อสังเกตดังนี้
1. อย่าคิดว่าเด็กวัยรุ่นใช้อินเทอร์เนตเป็นทุกคน ส่วนหนึ่งใช้ได้อย่างคล่องแคล่วขณะที่บางคนก็ไม่เคยเข้าใช้ห้องคอมพ์นอกเวลาเรียนเลยตั้งแต่เรียนมา
2. การสมัครใช้ Gmail เดี๋ยวนี้ต้องมีการยืนยันผ่านมือถือด้วย
3. ทั้ง Gmail และ Hotmail หากมีการสมัครพร้อมๆ กันหลายคน จะถูกมองว่าเป็น Spam ทันที
4. เราสามารถสมัครเข้าใช้งาน Blogger โดยไม่จำเป็นต้องใช้ E-mail ของ Google ก็ได้ หรือจะใช้ E-mail สมมุติที่ไม่มีอยู่จริงของผู้ให้บริการรายไหนมาสมัครเข้าใช้งานก็ได้ เช่น อีเมล์ aaa@hotmail.com ซึ่งไม่มีอยู่จริง ในการสมัครเป็นต้น

18 ม.ค. 2553

ร้านข้าวแกงบ้านสวน จ.สระบุรี ,กศน. กับ การสร้าง Platform

เมื่อ 17-19 ม.ค. 53 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปราชการที่ จ.กาญจนบุรี ตอนขากลับคณะได้แวะรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้าน "ข้าวแกงบ้านสวน" ก่อนถีงตัวจังหวัดสระบุรีเล็กน้อย ที่ร้านอาหารแห่งนี้ไม่ได้ขายแค่ข้าวแกงเพียงอย่างเดียวยังมีอาหารหลายอย่างให้เราเลือกรับประทานได้เช่น ก๋วยเตี๋ยว ไอศครีมและของหวาน ฯ รวมทั้งของฝากที่นิยมอีกอย่างหนึ่งคือขนมเค้ก โดยการซื้ออาหารทุกอย่างนั้นต้องแลกคูป่องก่อนเสมอ



ด้วยเหตุที่ต้องใช้คูปองนี่เองทำให้ผมเริ่มสังเกตแนวทางการทำธุรกิจของร้านแห่งนี้ เข้าใจว่าแรกนั้นร้านแห่งนี้คงขายเฉพาะข้าวแกงธรรมดา ต่อมาเมื่อมีลูกค้าพอสมควรก็เริ่มต่อเติมขยายร้านออกไปและหาพันธมิตร เช่น ร้านไอศกรีม ร้านก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ เข้ามาร่วมขายสินค้าในบริเวณเดี๋ยวกัน เข้าใจว่าคงจะแบ่งผลประโยชน์จากยอดขายซึ่งตรวจสอบได้จากการใช้คูปอง

กลยุทธ์การสร้าง Platform
ด้วยแนวทางเช่นนี้ทำให้ทางร้านสามารถเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องลงทุนสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เช่น ทำร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านไอศกรีมด้วยตนเอง นอกจากจะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายแล้วยังขาดความชำนาญในการผลิตสินค้าเหล่านั้นด้วย


ร้านข้าวแกงบ้านสวนจึงได้เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นร้านข้าวแกงมาเป็นผู้จัดการศูนย์อาหารอีกอย่างหนึ่งด้วย และสามารถขยายร้านค้าได้หลายสาขาตลอดถนนมิตรภาพ ถ้าหากว่าผู้บริหารร้านนี้คิดเพียงแค่จะขายแค่ข้าวแกงเท่านั้นก็คงจะไม่สามารถขยายกิจการได้ใหญ่โตขนาดนี้ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการคิดใหญ่

กระบวนการนี้ขอเรียกว่าการสร้าง Platform คือสร้างพื้นที่บางอย่างให้ผู้อื่นเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยผู้สร้างยังคงมีการควบคุมภาพรวมอยู่ด้วย ซึ่งต่างจากการร่วมมือกันทำงานทั่วๆ ไป ที่ต่างฝ่ายอาจจะไม่มีอำนาจในการควบคุมอีกฝ่าย

กลยุทธ์ธุรกิจแบบนี้เห็นกันได้ทั่วๆ ไปเช่น App Store ของ Apple , บริการสารพัดชนิดของ Google ฯลฯ ผมตั้งข้อสังเกตว่าผู้จะเริ่มสร้าง Platform ได้นั้นต้องมีความเข้มแข็งในธุรกิจดั้งเดิมของตนเป็นอย่างดี เช่น Apple มี iphone , Google มีบริการ Web Application และร้านอาหารแห่งนี้ก็มีข้าวแกงที่เป็นที่นิยมของลูกค้า

ใน กศน.เอง ผมก็เห็นแนวคิดการสร้าง Platform มาช่วงระยะหนึ่ง นั่นคือหลังจากมีการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เมื่อ 4 มี.ค. 2551 ด้วยความที่ชื่อหน่วยงานมีคำว่า "ส่งเสริม" อยู่ด้วย นั่นหมายความว่าต้องมีการลดบทบาทในการทำงานโดยตรงลงหันไปส่งเสริมหน่วยงานอื่นๆ ที่มีความพร้อมมาร่วมจัดการศึกษาด้วย โดย กศน.เอง ก็ควบคุมแนวทางการดำเนินงานโดยผ่าน "คูปองการศึกษา" แต่ก็ไม่ได้มีการขยายผลอะไรมากมายนอกจากการทดลองนำร่องมาโดยตลอด

สรุป
แ้ม้ว่าการสร้าง Platform เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการขยายตลาดของบริษัท สามารถช่วยลดต้นทุนต่างๆ ได้หากมีการบริหารจัดการที่ดี แต่ก็ไม่จำเป็นที่หน่วยงานจะต้องพยามสร้าง Platform เสมอไป บางกรณีเราอาจจะเป็นเครือข่ายที่เข้าไปร่วม (หรือ Third Party) หรือบางกรณีก็ดำเนินงานอิสระเพียงลำพังก็อาจจะเหมาดสมกว่า

แต่ไม่ว่าเราจะเลือกเป็นแบบใด เราต้องรู้ทิศทางเป้าหมายของเราให้แน่ชัด เพราะที่เห็นนั้น มีหน่วยงานบางหน่วยไม่รู้ว่าต้วเองจะเดินทางไหน หรือไม่ก็(คิดเอาว่า)ไปได้ทุกทาง ซึ่งหากคิดเช่นนั้นคงไม่พ้นจะต้องลำบากในอนาคต

ฝากให้คิด : คนเราจะสร้าง Platform ของตัวเองได้หรือไม่ ? ถ้าไ้ด้จะต้องทำอย่างไร ?

15 ม.ค. 2553

การทำลายอย่างสร้างสรร (Creative Destruction)

นวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง บางที(หรือจำเป็น ?)ต้องมีการทำลายสิ่งเก่าๆ(ซึ่งก็เคยเป็นนวัตกรรมในยุคก่อนหน้า) เสียก่อน

4 ม.ค. 2553

สวัสดีปีใหม่ 2553

กลับมาทักทายกันเป็นบทความแรกของปี 2553 วันหยุดที่ผ่านมาไม่ได้ไปไหนเลยครับ นอนอยู่บ้านมีความสุขมากๆ เพราะปกติไม่ค่อยอยู่ติดบ้านนัก

ผมบังเอิญไปเห็นคลิปวิดิโอน่ารักๆ ของนักร้องสาวเกาหลีแต่เกิดในออสเตรเลีย เลยเอามาฝากให้ดูอะไรสบายๆ ตอนต้นปีหน่อยก็แล้วกัน


หากชมยังไม่จุใจก็ไปชมต่อที่คลังวิดิโอของพวกเธอได้นะครับ