ทริปถ่ายภาพวิถีเกษตรสุรินทร์ 21 มี.ค. 53

โครงการนี้เริ่มมาจากคุณเต่า จากมูลนิธิเกษตรนิเวศน์ ประสงค์จะจัดกิจกรรมนิทรรศการภาพถ่ายวิถีเกษตรธรรมชาติสุรินทร์ ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ในวันที่ 3 เม.ย. 53 หนึ่งในกิจกรรมนั้นคือการแสดงภาพถ่ายวิธีชีวิตของชายสุรินทร์ จึุงชักชวนสมาชิกจากเว็บบอร์ดชมรมถ่ายภาพให้มาร่วมกิจกรรมถ่ายภาพเพื่อนำมาแสดงในนิทรรศการดังกล่าว

ทริปนี้เริ่มด้วยสมาชิกจากชมรมถ่ายภาพจำนวน 8 คน การมาพบกันที่หน้าร้านข้าวหอมและออกเดินทางเมื่อเวลา 10.00 น.โดยใช้รถตู้ จุดหมายแหล่งแรกของเราคือ บ้านโดนเลงเหนือ ต.ทมอ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ก่อนถึงหมู่บ้านสองสามกิโลเมตร เห็นชาวบ้านกลุ่มใหญ่สักร้อยคนเห็นจะได้กำล้ังช่วยกันจับปลาในคลองข้างๆ ถนน คณะของเราเลยแวะถ่ายรูปสักครึ่งชั่วโมง คุยๆ ดูทราบว่ามีการเก็บค่าบำรุงหมู่บ้าน แหละ 20 บาท


บ้านโดนเลงเหนือ
พวกเรามาถึงที่ทำงานของกลุ่มเกษตรธรรมชาติ ตำบลทมอ วันนี้กำลังมีการลงแขกเพื่อช่วยขยายอาคารประชุมของกลุ่มเกษตรกรอยู่พอดีมีชาวบ้านมา่ช่วยกันสัก 15 คนเห็นจะได้


จากนั้นพวกเราก็เดินถ่ายภาพในหมู่บ้านโดยการนำของพี่สร้อยเพชร ระหว่างทางผมก็คุยไ้ปเรื่อยได้ความว่ากลุ่มเกษตรกรกลุ่มนี้ก่อนตั้งมาได้ประมาณ 20 ปีแล้วตั้งแต่รุ่นพ่อของพี่เขา โดยมีหน่วยราชการหลายหน่วยให้การสนับสนุนหาโครงการต่างๆ มาให้ชาวบ้านทำ ทางกลุ่มเองก็มีกิจกรรมหารายได้เข้ากลุ่มเช่นการโดยการขายพันธุื์ข้าวเปลือก เป็นต้น ตัวสมาชิกทั้งหมดก็ประมาณ 50 คน ที่มาประจำมีสัก 20 คน เห็นจะได้

ในเดินถ่ายภาพในละแวกบ้านของพี่สร้อยเพชรประมาณ 5-6 หลัง และออกเดินทางเมื่อเที่ยงวัน

บ้านทัพไทย
คณะมาร้บประทานอาหารเที่ยงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้านทัพไทย ห่างจากบ้านโดนเลงไม่ไกลนัก จากนั้นพวกเราไปเยี่ยมแปลงเกษตรอินทรีย์ของ พี่กัญญา อ่อนศรี เกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรียน์จนประสบความสำเร็จ พี่กัญญาทำไร่นาสวนผสมและเลี้ยงหมูหลุม ในพื้นที่ 10 ไร่


ช่วงนี้เป็นช่วงที่แม่หมูสองตัวตกลูกติดๆ กัน สามีพี่กันยาเลยต้องอยู่เฝ้าคอกหมูตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ใ่ห้แม่หมูเผลอทับลูก ลูกหมูส่วนใหญ่จะถูกขายต่อเพราะครอบครัวนี้มีโรงเรีอนที่เลี้ยงหมูได้แ่ค่แปดตัวเท่านั้น

พี่ผู้ชายเล่าใหัฟังว่า เริ่มทำเกษตรอินทรีย์มาประมาณ 10 ปี เแล้ว ช่วงแรกพี่กัญญาก็ไปดูงานหลายที่รวมทั้งที่บ้านโดนเลงเหนือด้วย การทำเกษตรอินทรีย์ให้ผลดีหลายอย่าง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและส่วนหมูหลุมนั้นก็ลดแรงงานที่ต้องทำความสะอาดคอกไปได้มากนอกจากเลี้ยงหมูก็มีการปลูกผักไว้รับประทานเองด้วย ในปีต่อๆ ไปก็จะมีโครงการที่จะถมร่องสวนที่ขุดไว้เพื่อให้มีพื้นที่ในการปลูกไม้ยืนต้นไว้เก็บกินตอนอายุมากขึ้น

พวกเราอยู่ที่บ้านทัพไทยตลอดช่วงบ่ายก่อนที่จะเิดินทางไปชุมชนศรีบัวรายต่อไป

ชุมชนศรีบัวราย
ชุมชนแห่งนี้อยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์อยู่ทางทิศตะวันตกของเทศเทศบาลมีวัดเก่าแก่คือวัดโคกบัวราย ชุมชนแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของคนที่มีรายได้น้อยสวนใหญ่ประกอบอาชีพเก็บขยะขาย สภาพแวดล้อมค่อนข้างเสื่อมโทรมแต่ไม่ถึงกับจะเรียกได้ว่าเป็นชุมชนแออัด


ชุมชนแห่งนี้มีการร่วมตัวอย่างเข้มแข็งจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนหลายอย่างเ่ช่น ร้านค้าสวัสดิการชุมชน กลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคง เป็นต้น โดยผู้ที่พาเราเดินชมวิถีชีวิตในชุมชนคือพี่ผู้หญิงประธานกลุ่มทั้งสองที่เอง (เอ่อ ผมน่าจะถามชื่อ แต่ไม่ได้ถาม แหะๆ)

จุดแรกที่พี่เขาพาเราไปชมคือแปลงผักสำหรับเด็กๆ ในชุมชน ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ทางรถไฟ แปลงผักนี้ผู้ใหญ่จะเป็นผู้ยกแปลงและลงผักไว้ให้ เด็กๆ มีหน้าที่มารดน้ำผักทุกวัน ผลผลิตที่ได้ก็จะแ่บ่งกันรับประทาน แต่มาก็พาเราไปดูบ้านมั่นคงซึ่งเป็นเงินกู้จากกลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่งคง ให้กู้หลังละ 150,000 บาท เพื่อมาปรับปรุงที่อยู่อาศัย

ระหว่างทางนั้นเราเห็นเด็กๆ ในชุมชนมีจำนวนเยอะมาก ได้รับคำบอกเล่าว่า หากเวลาค่ำกว่านี้จะมีเด็กๆ ออกมาเยอะกว่านี้อีก

พวกเราออกจากชมชนแห่งนี้เมื่อเวลาประมาณห้าโมงครึ่ง

บทส่งท้าย
นี่ไม่ใ่ช่แค่การออกไปถ่ายภาพ แต่นับเป็นโอกาสดีที่ผมได้มาเยี่ยมชาวสุรินทร์ที่ได้ร่วมแรงร่วมกันใจลงมือพัฒนาชุมชนของตนเอง ทำให้ได้แรงบันดาลใจหลายๆอย่างจากพวกเขาเหล่านี้ ขอบขอบ คุณเต่า และมูลนิธีเกษตรนิเวศน์ที่ให้โอกาสดีๆ อย่างนี้ครับ

เพิ่มเติม
- ดูภาพทั้งหมดได้ที่นี่

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

การทำตัวอักษรเส้นประ