ปีแรกของผมในกีฬาสเกต - ทบทวนและบทเรียนที่ได้รับ

แปลจากบทความเรื่อง My First Year of Inline Speedskating - Review & Lessons Learned

การแข่งขันสเกต Chicago Land 2008 เป็นเครื่องหมายของการครบรอบหนึ่งปีของผมในกีฬาสเกตประเภทความเร็ว ดูเหมือนว่าผมจะสามารถเขียนหนังสือเล่มเล็กๆ ได้เล่มหนึ่งเกี่ยวกับประสบการณ์และสิ่งที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ที่ทำให้ผมมีความสุขอย่างมาก แต่ผมจะเล่าอย่างสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้

ความตั้งใจในการเล่นกีฬาชนิดนี้ของผมประการแรกคือ อยากให้รูปร่างตัวเองดี และประการที่สองคือต้องการเป็นนักสเกตที่มีฝีมือพอสมควรเมื่อเทียบกับคนรุ่นอายุเดียวกัน สำหรับอายุ 42 ปี มันคงจะช้าไปที่ผมคิดจะเป็นมืออาชีพและผมก็ไม่แน่ใจว่าหากผมอายุน้อยกว่านี้ผมจะมีทักษะตามธรรมชาติมากพอที่จะทำให้สิ่งนี้เป็นจริงได้ แต่ผมคิดว่าการเลือกที่จะพัฒนาฝืมือให้อยู่ในระดับพอแข่งได้กับคนรุ่นเดียวกันนี้พอเป็นไปได้ งั้นมาดูกันว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาผมได้เรียนรู้อะไรบ้าง ?

1. กลุ่มนักสเกตเป็นพวกที่่ยอดเยี่ยมที่สุด
ผมไม่สามารถอธิบายได้ว่ามีคนดีและเจ๋งเยอะขนาดไหนในกีฬาชนิดนี้ที่ผมได้พบในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ผมไม่ได้หมายเฉพาะกลุ่มของผมเท่านั้น ผมหมายถึงทุกๆ คน ผมคิดว่ากลุ่มนักสเกตความเร็วเป็นกลุ่มนักกีฬาที่เป็นมิตรที่สุดที่ผมเคยเข้าร่วม แม้ว่าผมจะเคยเล่ากีฬามาแล้วหลายประเภท กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาประเภทบุึคคล แต่ทุกคนในกลุ่มก็จะมีความคิดเหมือนกันว่า "พวกเราอยู่ในสิ่งนี้ด้วยกัน"

ในระหว่างการแข่งขันจะมีช่วงท้ายๆ ที่พวกเราต่างเร่งความเร็วเพื่อเอาชนะกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ดูเหมือนว่าพวกเราทั้งหมดต่างเกาะอยู่บนเชือกเส้นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกระตุ้นด้วยคำพูดเืพื่อให้บางคนไปพร้อมๆ กับกลุ่มหรือการพูดคุยฉันท์มิตรหลังการแข่งขัน ่สังคมของนักสเกตเป็นแง่มุมที่ผมชอบที่สุดในกีฬาชนิดนี้

2. ผมชอบทีมของผม
ผมสเกตร่วมกับทีม Rainbo ทีมสเกตที่ใหญ่และเก่าที่สุดของประเทศ ทีมนี้ไม่ไ้ด้มีแค่คนน่าีัรักจำนวนมากที่ต่อมากลายเป็นเพื่อนของผมแต่ประกอบด้วยคนเก่งกาจจำนวนมากด้วย ความสำเร็จในช่วงปีแรกของผมล้วนเื่นื่องมาจากคำแนะนำ การให้กำลังใจ และการฝึกสอนที่ผมได้รับจากเพื่อนร่วมทีม ผมคงประสบความสำเร็จได้ไม่ถึงครึ่งหากปราศจากพวกเขา ผมตระหนักเสมอในความโชคดีที่ได้รับการฝึกจากทีมที่ยอดเยี่ยม

ผมได้อ่านเรื่องนักสเกตบางคนในกระดานข่าว เขาฝึกซ้อมตามลำพังโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทีมซึ่งทำให้มันยากเย็นเหลือเกิน การฝึกซ้อมตามลำพังไม่ทำให้เขาคืบหน้ามากเท่าไหร่และการเรียนรู้ส่วนใหญ่ของพวกเขานั้นเกิดขึ้นในการแข่งขันจริงซึ่งมีไม่บ่อยนัก ถ้าคุณเป็นพวกที่ฝึกซ้อมตามลำพัง จงพยามทุกอย่างที่จะร่วมมือกับนักสเกตคนอื่นและพวกคุณทั้งหมดก็จะได้ประโยชน์ การสเกตกับคนที่เก่งกว่าคุณเป็นทางเดียวที่คุณจะเป็นนักสเกตที่เก่งขึ้นได้

3. ผมชอบความท้าทายของกีฬาชนิดนี้
สเกตความเร็วเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิและเทคนิคอย่างสูง เมื่อตอนที่ผมเริ่มเล่นกีฬานี้ผมไม่ค่อยคิดถึงเรื่องนี้มากนัก มักจะมีคนบอกผมอยู่เสมอว่า คงจะใช้เวลามุ่งมั่นสัก 3 ปี เพื่อจะกลายเป็นผู้เล่นที่มีทักษะดี และผมขอบอกว่าเขาพูดถูก หลังจากทำมันตลอดหนึงปีผมก็ตระหนักว่าผมต้องเรียนอีกมากขนาดไหนและมีอีกกี่อย่างที่ผมต้องทบทวนและปรับปรุง

ผมชอบการที่ได้นั่งลงพูดคุยหลัีงการฝึกหัดหรือแข่งขัน สนทนาเกี่ยวกับเรื่ืองการสเกต วิเคราะห์การแข่งขัน หรือการฝึกหัด กีฬาชนิดนี้ต้องการความแข็งแกร่งของร่างกาย การสเกตมาราธอนไม่โหดเท่ากับการวิ่งแต่การออกแรงสุดในเวลาชั่วโมงครึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่าย และระยะทางยิ่งยาวก็ทำให้การแข่งขันยิ่งสนุกขึ้น

คุณจะต้องไม่ืลื่นไถลหรือหลุดออกจากถนนแม้แต่นิดเดียวไม่ว่าจะเกิดจากการสะดุด ล้ม หลุมบนทางเท้า ก้าวพลาดหรือสาเหตุอะไรอีกเป็นร้อยก็ตาม หากเกิดขึ้นผมจะพยามอย่างบ้าคลั่งที่จะยังคงเกาะติดอยู่กลุ่มไม่ยอมให้ถูกทิ้งอย่างเด็ดขาด ซึงมันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่าร่างกาย หรือการต่อสู้กับอาการปวดหลังหรือความพยามในการแก้ไขข้อบกพร่องในการสเกตของผม การต่อสู้ในการแข่งขันไม่ใ่ช่เรื่องของการใช้กำล้งมหาศาลและการมีสมาธิในการแข่งขันก็เป็นเรื่องที่ยากกว่า

ผมพบว่าการฝึกซ้อมตามลำพังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างท้าทายโดยเฉพาะ เมื่อผมต้องการสเกตในระยะทางไกลเป็นพิเศษซึ่งทำโดยลำพังได้ยาก ด้วยตารางการทำงานของผมเป็นเรื่องยากที่จะได้ฝึกซ้อมร่วมกับทีม ในวันฝึกซ้อมอันยาวนาน ผมแสนจะเหนื่อยในเวลา 1 ทุ่ม และมีเหลือระยะทางอีกตั้ง 18 ไมล์ที่ผมจะต้องไปต่อ และมีบ่อยที่จะมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่เท้า บางครั้งมันก็โหดแต่ผมคงไม่ทำหากผมไม่รักและมีความสุขกับกีฬาชนิดนี้

4. รองเท้าสเกตแบบตัดเฉพาะสร้างเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับผม
หากคุณจริงจังกับกีฬาเช่นเดียวกับผม คุณก็จะรู้ว่าการใช้รองเท้าแบบตัดมาเฉพาะช่ีวยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เมื่อทักษะพัฒนาถึงระดับหนึ่งคุณจะเริ่มรู้ว่ารองเท้าสำเร็จรูปที่ใส่อยู่ทำให้คุณไม่สามารถทำอะไรได้ดังใจ ผมรู้สึกว่าเท้าของผมคับเต็มรองเท้าและผมควบคุมอะไรไ่ม่ค่อยได้

เมื่อผมได้รองเท้าใหม่มันก็เหมือนกับการปลดปล่อย สุดท้ายผมสามารถทำอย่างที่ผมต้องการได้และไม่ต้องถูกถ่วงด้วยน้ำหนักแบบเดียวกับรองเท้าเดิมๆ แน่นอนมันแพงแต่ก็คุ้มจริงๆ

5. ทุกๆ การแข่งขันและการฝึกซ้อมคือประสบการณ์การเรียนรู้
คุึณไม่มีทางหยุดเรียนรู้ในกีฬาชนิดนี้และสิ่งนี้ก็นำไปสู่แง่่มุมที่ท้าทาย เคล(ชื่อคน)เล่าให้ผมฟังว่าหลังจากเล่นสเกตมาหลายปี ทุกๆ การแข่งขันคือประสบการณ์ การเรียนรู้ที่่ไม่มีซ้ำ ทุกๆ ครั้งคุณจะเรียนรู้อะไรใหม่ มีปัญหาใหม่ๆ หรือเห็นอะไรในแง่มุมที่ต่างออกไป คุณจะรู้สึกต่างจากเดิม คุณจะสเกตต่างจากเดิม มันดูเหมือนว่ามีตัวแปรนับล้านตัว กระทั่งการฝึกซ้อมก็เหมือนกัน นี่คือส่วนที่ทำให้เกิดความสนุกอย่างมากสำหรับผม

6. การล้มเป็นส่วนหนึ่งของกีฬา
เหมือนกับการขีั่จักรยานมันหลักเลี่ยงการล้มไม่ได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องสวมใส่อุปกรณ์ที่เหมาะสม อย่าสเกตโดยไม่สวมหมวกนิรภัย ผมรู้สึกกลัวเมื่อเห็นใครทำอย่างนั้น พ่อของเพื่อนผมเสียชีวิตเพราะไม่สวมหมวกนิรภัยบนทางจักรยานของเขา - ผู้ชายที่ตายต่อหน้าลูกๆ

เราต้องตระหนักว่ากีฬาของเรามีความเสี่ยงในระดับหนึ่งและต้องเตรียมตัวรับมืออย่างเหมาะสม ผมล้มสองสามครั้งและมีความหุนหันพลันแล่น ผมล้มในไมล์แรกของการแข่งขัน Squiggy Race มีบางอย่างที่เราควรระมัดระวังแต่เราไม่สามารถสเกตได้เพราะความกลัว ยิ่งคุณเตรียมความพร้อมของร่า่งกาย เทคนิคและอุปกรณ์มากเท่าใดความเสี่ยงก็จะยิ่งลดลง

7. จงพยามทำสิ่งต่างๆ ที่คุณไม่คุ้นเคยซะบ้าง
ผมได้เรียนรู้ที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างที่ผมเคยรู้สึกอึดอัดกับมัน การสเกตแบบเกาะกลุ่มเป็นสิ่งแรก การไปถึงขีัดสุดของตนเอง การใช้รองเท้าที่ตัดโดยเฉพาะ การสเกตได้เร็วกว่าที่เคย การสเกตลงเขาได้เร็วกว่าที่เคย เพื่อความก้าวหน้าคุณต้องทำสิ่งต่างๆที่คุณรู้สึกอึดอัดซะบ้างและจงพยามขอคำแนะนำจากคนที่ทำไ้ด้ก่อนหน้าคุณ

8. นี่คือกีฬาที่ต้องใช้เวลาในการเรียนเพื่อทำสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้อง
ในช่วงปีแรกผมได้รับคำวิจารณ์ว่าไม่มีความอดทนมากพอสำหรับความพยามในการไปให้เร็วเกินกว่าความสามารถ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะผมเป็นนักกีฬามาก่อน ผมได้สิ่งต่างๆ มาโดยง่ายโดยเฉพาะช่วงที่ผมยังเด็ก ทำให้ผมมองสเกตว่าคงจะมีลักษณะเดียวกัน เพราะผมเล่นสเกตเพื่อความสนุกมาตลอดชีิวิตและเล่นอินไลน์สเกตตั้งแต่มันเพิ่งเกิดขึ้น แต่ผิดถนัด! อย่ากที่ผมบอก มันเป็นกีฬาเชิงเทคนิค มีหลายเรื่องที่คุณต้องใช้ความพยามเป็นเวลาหลายปีในการสร้างความชำนาญไปที่ละไมล์ๆ ถ้าคุณไม่อดทนในกีฬาชนิดนี้ คุณก็จะเล่นมันได้ไม่ยั่งยืน และสิ่งนี้คือสิ่งแน่นอนที่ผมได้เรียนรู้

9. คุณจะมีทั้งช่วงดวงขึ้นและดวงตก
นี่เป็นประสบการณ์ที่มีค่าของผม ในช่วงเริ่มต้นผมก้าวหน้าไปด้วยดีเมื่อเวลาผ่านไปผมก็พบกับช่วงฝืดๆ อยู่เหมือนกัน ความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดไม่ได้มีบ่อยนักและถ้ามีมันก็ไม่ได้มากมายอะไร มันเป็นเรื่องของการปรับแ้ก้อะไรเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเทคนิคและการฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้เกิดความคืบหน้าทีละเล็กทีละน้อยมากกว่า

มันมีช่วงเวลาที่เหมือนกับว่า ผมไม่รู้จักวิธีเล่นสเกตอย่างสิ้นเชิง ต่อมาผมก็กลับมาแข่งได้อย่างสุดยอดที่สุดในชีวิตการเล่นสเกต เหมือนกับที่พูดกันในกีฬาเบสบอล อย่าดีใจจนลิงโลดและอย่าเสียใจจนหดหู่เกินไปนักเพราะทั้งสองสิ่งก็อยู่รอบๆ คุณนั่นแหล่ะ ผมมีวันที่ทำอะไรก็ผิดไปหมดต่อมาก็พบว่าตัวเองแข่งแกร่งขึนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งในการก้าวเดินคุณจะพบมันทั้งคู่

10. การฝึกซ้อมโดยไม่ต้องสเกตก็สร้างประโยชน์ต่อคุณ
ผมได้พบว่าการฝึกซ้อมรูปแบบอื่นๆ นอกจากการเล่นสเกตก็มีประโยชน์เช่นกันและผมต้องระวังไม่ให้ทำมันมากเกินไป การฝึกแบบ Plyometric มีประโยชน์ในการสร้างกล้ามเนื้อขาส่วนการแบบ dryland ช่วยปรับปรุงการสเกตของผม

11. ผมดีใจที่ได้รับความสุขอย่างมากในกีฬาชนิดนี้
ผมเคยคิดว่าช่วงเวลาสำหรับการเล่นกีฬาได้พ้นไปแล้ว ผมเีคยหยุดเล่นฮอกกี้และซอพท์บอลด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ทำให้รูปร่างผมเสียไป ปัจจุบันนี้ผมสนุกกับกีฬาชนิดนี้มากกว่าที่ผมเคยมีมาตลอดชีวิต ผมตระหนักว่านีคือของขวัญที่ผมได้รับตลอดเวลา

นี่คือความก้าวหน้าทั้งหมดของผมที่ได้บรรยายมาแล้ว ผมมีความสุขและแปลกใจเล็กน้อยสำหรับความก้าวหน้าในช่วงปีแรกนี้ ผมยังจำได้เมื่อผมไปฝึกซ้อมกับทีม Rainbo มันเป็นสิ่งที่ยากและน่าอายมาก ผมกลับไปที่บ้านและพูดกับภรรยาว่า "ผมไม่มีทางที่จะสเกตไปกับพวกเขาได้" ผมดีใจที่จะบอกคุณว่ามันไม่จริงเลย

มีนักสเกตหลายกลุ่มในทีม Rainbo จากเร็วถึงเร็วที่สุด เมื่อตอนเริ่มต้นผมสเกตไปกลับกลุ่มที่ผมสามารถเกาะกลุ่มไปกับ(ส่วนใหญ่)ของพวกเขาได้ พวกเขาสอนผมเรื่องพื้นฐานแก้ไขลีลาที่ผมติดมาจากการเล่นฮอกกี้ให้เปลี่ยนมาเป็นนักสเกตความเร็ว ในการฝึกซ้อมเราได้แบ่งกันออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือกลุ่ม"เร็ว"ส่วนที่เหลือจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยขึ้นอยู่กับความเร็ว

และก็มาถึงจุดหนึ่ง Lewis เพื่อนร่วมทีมของผมบอกว่า "ได้เวลาที่คุณต้องขยับขึ้นไปแล้ว" โดยทั่วไปแล้วผมจะไม่ประลองกับผู้เล่นที่ฝึกซ้อมร่วมกัน แต่ผมจะกระตุ้นตัวเองโดยพยามสเกตกับคนที่เร็วกว่า(หรือเร็วทีี่สุด) ผมรู้ว่าคงจะสู้ไม่ได้แต่มันก็เหมือนกับเขาได้บอกผมให้ปรับปรุงตัวเอง บางทีผมก็ถูกทิ้งตั้งแต่เริ่มต้นแต่ก็มีความคืบหน้าอย่างช้าๆ ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้เองที่ผมสามารถกวดพวกเขาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ คือประมาณครึ่งชั่วโมงหรือมากกว่านั้นนิดหน่อย คิดเป็นระยะทางก็ประมาณ 10-15 ไมล์ ผมก็ยังไม่สามารถตมมพวกเขาทันตลอดช่วงของการแข่งขัน - ตอนนี้ยัง

แต่มันก็เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่จะสเกตไปพร้อมกับพวกเขา ผมมองพวกเขาแต่ละคนในแง่นักกีฬาคนหนึ่งและแง่ของแรงบันดาลใจ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้เกาะกลุ่มไปกับพวกเขาแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ บางทีอาจเพราะมันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะทำได้ มันสนุกจริงๆ

(ส่วนนี้เป็นเรื่องของสถิติการแข่งขัน ขอไม่แปล)

สำหรับปีที่สอง
ผมจะลดความสนใจเรื่องการทำเวลาในการแข่งขันลง ช่วงแรกมันเป็นสิ่งแน่นอนที่จะสนุกกับการเฝ้าดูว่าคุณทำเวลาได้ดีขึ้นมากขนาดไหน หลังจากมีความคืบหน้าเรื่องนี้แล้ว ผมก็คิดว่ามีสิ่งอื่นๆ ที่มากกว่าการแข่งขันและพยามเอาชนะคนอื่นในรุ่นเดียวกัน ผมยังต้องการทำเวลาในการแข่งมาราธอนให้น้อยกว่า 1 ชม. 30 นาที และอยากทำให้ได้ให้ถึง 1 ชม. 20 นาที แต่ทั้งหมดนี้ก็มีความสำคัญน้อยกว่าการแข่งขันทีดี

ผมคิดว่าสิ่งที่ดีหลายๆ อย่างจะตามผมมา และผมต้องการมุ่งไปที่การพัฒนาเทคนิค ผมมีข้อจำกัดเกี่ยวกับหลังซึ่งทำให้เกิดปัญหาเมื่อผมก้มต่ำเมื่อตอนสเกต และผมต้องพยามยืดเส้นยืดสายและลดน้ำหน้กในส่วนที่เหลืออยู่ ความผิดพลาดหนึ่งที่ผมได้ทำเมื่อปีที่แล้วคือในช่วงนอกฤดูกาล ผมได้ฝึกซ้อมในร่มและได้เปลี่ยนล้อเป็น 90 มม. ทำให้ผมเสียเทคนิคในหักเลี้ยวไป เมื่อผมกลับไปฝึกซ้อมกลางแจ้งและเปลี่ยนล้อกลับ 100 มม. เหมือนเดิม สำหรับการเล่นในร่มของปีนี้ ผมจะยังใช้ล้อขนาด 100 มม. เหมือนเดิม

ผมหวังว่าปีหน้านี้ผมจะสามารถกล่าวได้ว่า ผมสามารถเกาะ"กลุ่มเร็ว"ได้ และสามารถแข่งขันได้กับเพื่อนได้ และผมคงจะพูดอีกครั้งว่า "เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้"

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก... จริงหรือ ?