หลักของพาเรโทและสิ่งที่ควรระวังในการใช้บัญญัติไตรยางค์


หลังจากได้ชมวิดิโอเรื่อง "80/20 The Pareto Principle" ซึ่งบรรยายโดย ณรงค์ จันทร์สร้อย ก็เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น จริงๆ แล้วหลักการนี้ก็ได้ยินมานานแล้ว เวลาอ่านหนึ่งสือเกี่ยวกับการตลาด แต่ในวิดิโอนี้ได้บรรยายถึงการนำไปใ้ช้ในเรื่องต่างๆ มากยิ่งขึ้น ที่มาของหลักการนี้เกิดจากการสำรวจความมั่งคั่งของประชากรซึ่งพบว่ามีการกระจายตัวไม่เท่ากัน โดยพาเรโท พบว่า ในอิตาลี คน 20% ครอบครองทรัพย์สิน 80 %

กฎนี้นำไปใ้ช้ในหลากหลายรูปแบบเช่น หางานที่สำคัญจากงานทั้งหมด หากพื้นที่ยุทธศาสตร์จากพื้นที่ทั้งหมด ประยุักต์กับการจัดการความเสี่ยงฯลฯ ทั้งหมดนี้เกิดจากแนวคิดว่าที่ทุกๆ สิ่งไม่ได้สมดุึลกันไปหมด และในในโลกแห่งความจริงไม่ใช่่ทุกอย่างอาจจะเป็น 80/20 เสมอ แต่สามารถเป็น 70/30 , 60/40 หรืออะไรก็ได้ แต่สิ่งที่ควรระวังคืออย่าไปทึุกทักเอาว่าเป็น 50/50

เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงเรื่องบัญญัติไตรยางค์ ที่เรียนกันมาเพื่อตอนเด็ก ๆ โดยบัญญัติไตรยางค์มีการนำมาใช้โดยมีการสมมติว่าการกระจายตัวเป็น 50/50 คือถือว่าทุกๆ หน่วยย่อยทำงาน(หรือผลิต) ได้เท่าๆ กัน เช่น คนงาน 5 คนผลิตสินค้าได้ 200 ชิ้นต่อวัน ถ้ามีคนมาทำเพียง 3 คน ก็จะผลิตสินค้าได้ 3/5*200 คือ 120 ชิ้นต่อวัน นี่ผลที่ได้จากบัญญัติไตรยางค์ แต่ในชีวิตประจำวันนั้น คนงานทั้ง 5 คน ไม่จำเป็นต้องทำงานได้เท่ากัน อาจจะทำได้คนละ 50,50,40,40,30 ชิ้น ตามลำดับ ถ้ามีคนมาทำงานสามคนก็ต้องดูด้วยว่าใครที่มาทำงานบ้าง จึงจะสามารถสรุปได้ว่าจะผลิตสินค้าได้เท่าใด

ปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่บัญญัติไตรยางค์ไม่ถูกต้องแต่เป็นเรื่องของข้อสมมติเบื้องต้นว่าทุกคนผลิตสินค้าได้เท่ากัน ซึ่งจะอาจจะถูกหรือไม่ถูกก็ได้ และจะต้องมีการระบุข้อสมมตินี้ลงไปในโจทย์เสมอด้วย เพราะไม่ทำเช่นนั้น การเรียนคณิตศาสตร์ในห้องเรียนก็จะไม่สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถอธิบายว่า ผักบุ้งกำละ 5 บาท แต่ทำไมเราสามารถซื้อได้ 5 กำในราคา 20 บาท ( ก็เพราะผักบุ้งแต่ละกำนั้นมีราคาไม่เท่ากันนั่นเอง )

เพิ่มเติม
- แนะนำให้อ่านบทความนี้เิ่พิ่มเติม Why 80% of the Things You Do Might Be a Waste of Time

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก... จริงหรือ ?