ในที่ทำงานผมก็ไปเอาโน้ตบุคส์เก่าๆ Toshoba A65 P4 3.0 GHz มาใช้แทน เครื่องนี้มันแสนอืดเพราะมีแรมแค่ 256 MB ทำเอาหงุดหงิดมากในช่วงแรกๆ แม้พยามแก้ปัญหาโดยฟอร์แมตเครื่องใหม่ลงอะไรใหม่หมดมันก็ยังช้าอยู่ดี แต่ที่ทนใช้เพราะผมคิดว่ายังไงจอมันเป็น LCD น่าจะถนอมสายตากว่าจอ CTR ของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

พอเวลาผ่านไปสักอาทิตย์ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงข้ามกับที่เราคาดไว้ ผมสามารถทำงานได้เร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
เหตุเพราะนิสัยในการทำงานผมเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะ เดิมนั้นผมทำงานไป เปิดเว็บไปด้วย โหลดงานไปด้วย ฟังเพลงไปด้วย ออนไลน์ MSN และ Google Talk สุดท้ายกลายเป็นว่า ผมทำงานอย่างไม่มีสมาธิ สลับไปมางานนั่นบ้างนี่บ้าง ไม่ได้อะไรสักอย่าง
พอมาเจอเครื่องช้าๆ สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือ ต้องหยุดฟังเพลงๆ หยุดดาวน์โหลดงาน และปิดเว็บที่ไม่เกี่ยวออข้องออกไปให้หมด ไม่งั้นช้าจนทำอะไรไม่ได้ นี่ทำให้ผมหงุดหงิดในตอนต้นๆ แต่พอเริ่มชิน สมาธิที่ได้มาก็ทำให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ทำงานทีละชิ้นแม้จะช้านิดหน่อยแต่ก็เสร็จเป็นเรื่องๆ ไป
และช่วงสองสามวันนี้ผมต้องรันสคริปต์ภาษาไพธอนบนโน้ตบุคส์เพื่อแปลงฐานข้อมูลของโปรแกรมห้องสมุด ผลคือ ต้องไม่ออนไลน์ MSN และ Google Talk เพื่อให้เหลือทรัพยากรสำหรับงานดังกล่าว และผมยังพบด้วยว่า หากไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เนตเครื่องจะลื่นไหลมากขึ้น และผมก็คุ้นที่จะไม่เชื่อมอินเทอร์เนตตลอดเวลาบ้างแล้ว นี่ก็ทำให้ผมทำงานได้เร็วมากขึ้นอีก
เรื่องนี้ให้ข้ัอคิดหลายอย่าง เครื่องเร็วๆ ไม่ได้ทำงานเสร็จเร็วเสมอไป หากไ่ม่มีการจัดการที่ดีจะกลายเป็นว่าเครื่องยิ่งเร็วกลับทำให้งานช้าลงซะอีก เรื่องอื่นๆ ก็เหมือนกัน การมีอะไรเยอะกว่า มากกว่า สูงกว่า อาจจะไม่ได้ได้ทำให้ชีวิตเราดีกว่าก็ได้ นี่เป็นเรื่องที่น่าคิดทีเดียว
1 ความเห็น:
ชอบ ตรง สองบรรทัดสุดท้ายหนะ มันเป็นจริงมากที่สุดเลย อะไรที่ว่าเพียบพร้อมแต่ในความเป็นจริงแล้วก็ไม่ได้ดีเสมอไป
แสดงความคิดเห็น