ร้านข้าวแกงบ้านสวน จ.สระบุรี ,กศน. กับ การสร้าง Platform

เมื่อ 17-19 ม.ค. 53 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปราชการที่ จ.กาญจนบุรี ตอนขากลับคณะได้แวะรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้าน "ข้าวแกงบ้านสวน" ก่อนถีงตัวจังหวัดสระบุรีเล็กน้อย ที่ร้านอาหารแห่งนี้ไม่ได้ขายแค่ข้าวแกงเพียงอย่างเดียวยังมีอาหารหลายอย่างให้เราเลือกรับประทานได้เช่น ก๋วยเตี๋ยว ไอศครีมและของหวาน ฯ รวมทั้งของฝากที่นิยมอีกอย่างหนึ่งคือขนมเค้ก โดยการซื้ออาหารทุกอย่างนั้นต้องแลกคูป่องก่อนเสมอ



ด้วยเหตุที่ต้องใช้คูปองนี่เองทำให้ผมเริ่มสังเกตแนวทางการทำธุรกิจของร้านแห่งนี้ เข้าใจว่าแรกนั้นร้านแห่งนี้คงขายเฉพาะข้าวแกงธรรมดา ต่อมาเมื่อมีลูกค้าพอสมควรก็เริ่มต่อเติมขยายร้านออกไปและหาพันธมิตร เช่น ร้านไอศกรีม ร้านก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ เข้ามาร่วมขายสินค้าในบริเวณเดี๋ยวกัน เข้าใจว่าคงจะแบ่งผลประโยชน์จากยอดขายซึ่งตรวจสอบได้จากการใช้คูปอง

กลยุทธ์การสร้าง Platform
ด้วยแนวทางเช่นนี้ทำให้ทางร้านสามารถเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องลงทุนสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เช่น ทำร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านไอศกรีมด้วยตนเอง นอกจากจะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายแล้วยังขาดความชำนาญในการผลิตสินค้าเหล่านั้นด้วย


ร้านข้าวแกงบ้านสวนจึงได้เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นร้านข้าวแกงมาเป็นผู้จัดการศูนย์อาหารอีกอย่างหนึ่งด้วย และสามารถขยายร้านค้าได้หลายสาขาตลอดถนนมิตรภาพ ถ้าหากว่าผู้บริหารร้านนี้คิดเพียงแค่จะขายแค่ข้าวแกงเท่านั้นก็คงจะไม่สามารถขยายกิจการได้ใหญ่โตขนาดนี้ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการคิดใหญ่

กระบวนการนี้ขอเรียกว่าการสร้าง Platform คือสร้างพื้นที่บางอย่างให้ผู้อื่นเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยผู้สร้างยังคงมีการควบคุมภาพรวมอยู่ด้วย ซึ่งต่างจากการร่วมมือกันทำงานทั่วๆ ไป ที่ต่างฝ่ายอาจจะไม่มีอำนาจในการควบคุมอีกฝ่าย

กลยุทธ์ธุรกิจแบบนี้เห็นกันได้ทั่วๆ ไปเช่น App Store ของ Apple , บริการสารพัดชนิดของ Google ฯลฯ ผมตั้งข้อสังเกตว่าผู้จะเริ่มสร้าง Platform ได้นั้นต้องมีความเข้มแข็งในธุรกิจดั้งเดิมของตนเป็นอย่างดี เช่น Apple มี iphone , Google มีบริการ Web Application และร้านอาหารแห่งนี้ก็มีข้าวแกงที่เป็นที่นิยมของลูกค้า

ใน กศน.เอง ผมก็เห็นแนวคิดการสร้าง Platform มาช่วงระยะหนึ่ง นั่นคือหลังจากมีการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เมื่อ 4 มี.ค. 2551 ด้วยความที่ชื่อหน่วยงานมีคำว่า "ส่งเสริม" อยู่ด้วย นั่นหมายความว่าต้องมีการลดบทบาทในการทำงานโดยตรงลงหันไปส่งเสริมหน่วยงานอื่นๆ ที่มีความพร้อมมาร่วมจัดการศึกษาด้วย โดย กศน.เอง ก็ควบคุมแนวทางการดำเนินงานโดยผ่าน "คูปองการศึกษา" แต่ก็ไม่ได้มีการขยายผลอะไรมากมายนอกจากการทดลองนำร่องมาโดยตลอด

สรุป
แ้ม้ว่าการสร้าง Platform เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการขยายตลาดของบริษัท สามารถช่วยลดต้นทุนต่างๆ ได้หากมีการบริหารจัดการที่ดี แต่ก็ไม่จำเป็นที่หน่วยงานจะต้องพยามสร้าง Platform เสมอไป บางกรณีเราอาจจะเป็นเครือข่ายที่เข้าไปร่วม (หรือ Third Party) หรือบางกรณีก็ดำเนินงานอิสระเพียงลำพังก็อาจจะเหมาดสมกว่า

แต่ไม่ว่าเราจะเลือกเป็นแบบใด เราต้องรู้ทิศทางเป้าหมายของเราให้แน่ชัด เพราะที่เห็นนั้น มีหน่วยงานบางหน่วยไม่รู้ว่าต้วเองจะเดินทางไหน หรือไม่ก็(คิดเอาว่า)ไปได้ทุกทาง ซึ่งหากคิดเช่นนั้นคงไม่พ้นจะต้องลำบากในอนาคต

ฝากให้คิด : คนเราจะสร้าง Platform ของตัวเองได้หรือไม่ ? ถ้าไ้ด้จะต้องทำอย่างไร ?

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก... จริงหรือ ?