28 พ.ย. 2552

Dale 's Cone of Experience

Dale ได้ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการเรียนและสอน เขาพบว่าประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับ สามารถสรุึปเป็นรูปปิระมิด เรียกว่า 'the Cone of Experience' รูปปิระมิดนี้ไม่ได้เป็นปิรามิดที่ตายตัว แต่เป็นภาพคร่าวๆ ที่แสดงให้ผู้อ่้านได้เห็นภาพของความสัมพันธ์ของระหว่างสื่อ Audio-visual หลายๆ แบบ

หมายเหตุ
- ที่มาของภาพ
http://teacherworld.com/potdale.html
-
http://rapidbi.com/created/Coneofexperience-dale.html

27 พ.ย. 2552

คิดเป็น : ปรัชญา กศน. ในมุมมองของผม

ย้อนไปเมื่อต้นปี 2552 กศน.สุรินทร์ได้จัดการอบรมครู ศรช. หนึ่งในหัวข้อของการอบรมคือ "วิชาปรัชญา กศน." เนื้อหาก็กล่าวถึงรายละเอียดของปรัชญา กศน. คือการ "คิดเป็น"

มีวิทยากรท่านหนึ่งมาตั้งคำถามทำนองว่า "มีชายคนหนึ่ง เป็นโรคร้าย รักษายังไงคงไม่หาย อยู่ต่อไปคงทำให้ญาติพี่น้องลำบาก เขาเลยตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการฆ่าตัวตาย" แล้วท่านถามว่า ชายคนนี้คิดเป็นหรือไม่ โดยไม่ได้เฉลยคำตอบ แต่ก็ให้แง่คิดว่า ชายคนนี้ก็ได้คิดชั่งใจจากปัจจัยต่างๆ ก่อนจบชีวิตนะ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรเลย

ความสงสัยถูกเก็บไว้จนเกือบจะลืมไปแล้ว จนกระทั่งเห็นหนังสือ "หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551" เอกสารวิชาการ หมายเลข 14/2552 ของ สำนักงาน กศน. ส่วนนิยามศัพท์ หน้า 16ให้คำอธิบายเรื่องคำว่า "คิดเป็น" ดังนี้ (ในเครื่องหมาย ****)

****
คิดเป็น (Kit-Pen) หมายถึงกระบวนการที่คนเรานำมาใช้ในการตัดสินใจ โดยต้องแสวงหาข้อมูลของตนเองข้อมูลของสภาพแวดล้อมในชุมชนและสังคม มีความพอดีระหว่างตนเองและสังคม และข้อมูลทางวิชาการแล้วนำมาวิเคราะห์หาทางเลือกในการตัดสินใจที่เหมาะสม มีความพอดีระหว่างตนเองและสังคม

หรือคิดเป็น หมายถึงการแสดงศักยภาพของมนุษย์ในการชี้นำชะตาชีวิตของตนเองโดยการพยามปรับตัวเองและสิ่งแวดล้อมให้ผสมกลมกลืนกัน ด้วยกระบวนการแก้ปัญหาซึ่งประกอบด้วยการพิจารณาข้อมูล 3 ด้าน ได้แก่ข้อมูลด้านตนเอง ข้อมูลด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและด้านวิชาการเพื่อเป้าหมายสำคัญคือ การมีความสุข
****

หลังจากนิยามศัพท์นี้ผมเริ่มสังเกตคำสำคัญที่เคยมองข้ามไป นั่นคือ คิดเป็นเป็นกระบวนการในการตัดสินใจแก้ปัญหา ซึ่งประกอบด้วยการแสวงหาข้อมูล นำมาวิเคราะห์ทางเลือก ตัดสินใจ เพื่อเป้าหมายคือการมีความสุข

ขอตั้งข้อสังเกตและความคิดเห็นส่วนตัวสำหรับเรื่องการคิดเป็นดังนี้

1. คิดเป็นคือกระบวนการตัดสินใจ
การคิดเป็นคือกระบวนการตัดสินใจในการแก้ปัญหา จะไม่นำผลลัพท์ได้มาพิจารณา

ตัวอย่างที่ 1 สมปองเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยเลือกคณะมนุษย์ศาสตร์ตามเพื่อน แต่มาต่อมาก็พบว่าตัวเองมีทักษะด้าน
ภาษามาก สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าเพื่อน เมื่อจบมาทำงานก็มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ผมถือว่าสมปองคิดไม่เป็น แม้ว่าในภายหลังสมปองจะไปได้ดีกับคณะที่เขาเข้าเรียนนั้น

ตัวอย่างที่ 2 สมศักดิ์เลือกไปเรียนวิศวฯ ต่อต่างประเทศ เพราะชอบสาขาวิชานี้และอยากได้ภาษาด้วย ขณะที่เขาตัดสินใจ
ครอบครัวเขาก็มีความพร้อมทุกอย่าง หลังจากไปได้ 2 ปี เกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เขาต้องเดินทางกลับประเทศ
เพื่อกลับมาทำงานช่วยครอบครัว หากเขาเรียนต่อในประเทศตั้งแต่แรกคงจะมีเงินเหลือพอที่จะศึกษาต่อจนจบได้

ผมถือว่าสมศักดิ์คิดเป็น ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดเขาจะไม่สามารถเรียนจนจบได้อย่างที่หวังก็ตาม

2. "คิดเป็น" กับ "คิดถูกหรือคิดผิด"
การคิดถูกหรือผิด เป็นการพิจารณาผลจากกระบวนการตัดสินใจ ว่าในท้ายที่สุดท่านได้สิ่งรับสิ่งที่คาดหวังหรือไม่
เมื่อย้อนไปดูตัวอย่างที่ 1 สมปองคิดถูก ส่วนตัวอย่างที่ 2 สมศักดิ์คิดผิด

ส่วนความสัมพันธ์กับ "คิดเป็น" กับ "คิดถูกหรือคิดผิด" นั้น จากประสบการณ์ตรงอาจจะกล่าวได้ว่า หากเราคิดเป็นแล้ว โอกาสที่จะคิดถูกก็เป็นไปได้สูง หากคิดไม่เป็นโอกาสที่จะคิดถูกก็อยู่กับโชคเท่านั้น และแม้ว่าเราจะคิดเป็นได้ดีขนาดไหนก็อาจจะมีตัวแปรที่เราไม่คาดคิดมาทำให้เราคิดผิดได้เช่นกัน

หากท่านยังงงๆ กับสามคำนี้ ลองเปลี่ยนมาพิจารณากับเรื่องโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์แทนก็ได้ โดยลองพิจารณาสามคำนี้แทน
"แก้โจทย์เป็น" กับ "แก้โจทย์ถูกหรือแก้โจทย์ผิด"

3. การประเมินเรื่อง "คิดเป็น" กับ "คิดถูกหรือผิด" เป็นเรื่องอัตวิสัย
ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนที่ระบุได้ว่า กระบวนการตัดสินแบบไหนถึงเรียกว่าคิดเป็น คิดถูกหรือผิด สำหรับเรื่องเดียวกันถามคนหลายคนจะได้คำตอบต่างกันไป

ตัวอย่างของชายคนแรกนั้น ผมจะตอบว่าเขาคิดเป็น เพราะดูแล้วก็ใคร่ครวญอะไรพอสมควร ส่วนคิดถูกหรือผิดนั้นผมก็ตอบไม่ได้ สำหรับตัวเขาเองก็คงจะคิดถูกคือได้ตายสมปรารถนา สำหรับญาติพี่น้องก็คงตำหนิว่าเขาคิดผิดเพราะบรรดาญาติไม่ปรารถนาจะให้เขาตายก่อนเวลา

เพิ่มเติม
ระหว่างวิเคราะ์ห์เรื่องนี้ ผมคิดต่อไปอีกสองเรื่อง
- เริ่มเข้าใจว่า "การประกันคุณภาพ" คือการมุ่งไปที่การปรับปรุงกระบวนการผลิตซึ่งจะทำให้(มีโอกาสสูงที่จะ)ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ แทนที่จะไปวัดคุณภาพของผลผลิตโดยตรง ซึ่งการทำอย่างหลังนั้นสามารถบอกได้แค่ประสิทธิภาพในการผลิต แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตแต่อย่างไร
- ทีมอาร์เซนอล เป็นตัวอย่างที่ดีของทีมประเภทที่ "เล่นเป็น" แต่เล่น"ไม่ค่อยชนะ" (เกี่ยวกันไหมเนี่ย?)

26 พ.ย. 2552

วิสัยทัศน์ : สิ่งที่องค์กรไม่พอใจ

เมื่อต้องทำแผนยุทธศาสตร์ สิ่งหนึ่งที่เราต้องรู้จักคือ "วิสัยทัศน์" คำอธิบายที่เราได้ยินกันมาตลอดคือ วิสัยทัศน์คือภาพอนาคตหรือสิ่งที่อยากให้เป็น แต่ในทางกลับกัน วิสัยทัศน์อาจจะบอกถึงสิ่งที่แย่ๆ ไม่น่าพอใจ ของหน่วยงานนั้นๆ ได้เช่นกัน

สมมติฐานของผมคือ สิ่งที่เราอยากได้ อยากเป็น อยากเห็น ย่อมเป็นสิ่งที่เราไม่มี มีไม่พอ หรือไม่น่าพอใจ เช่น คนที่อยากได้รถยนต์ย่อมหมายความว่าขณะนั้นเขาไม่มีรถยนต์หรือไม่พอใจรถยนต์คันที่เขามีอยู่ วิสัยทัศน์ก็เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น
- "หน่วยงาน xxx จัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ...."
แบบนี้ก็แสดงว่า ขณะนี้ xxx ไม่พอใจในคุณภาพและมาตรฐานที่มีอยู่ !!??!!!

สุดท้่ายนี้ก็ฝากท่านผู้อ่านให้กลับไปอ่านวิสัยทัศน์ของหน่วยงานท่านหน่อย ดูว่าเป็นอย่างที่ผมได้เสนอไว้หรือเปล่าหนอ?

โครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” : ร้องเพลงชาติเพื่อความสามัคคี

โครงการนี้เป็นการจัดกิจกรรมร้องเพลงชาติร่วมกัน โดยให้แต่ละจังหวัดผลัดกันร้องเรียงตามลำดับตัวอักษร สำหรับจังหวัดสุรินทร์นั้นได้จัดกิจกรรมดังกล่าวในวันที่ 25 พ.ย. 2552


ผมเดินเท้าจากที่ทำงานไปที่จุดนัดหมายคือ อนุเสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ปรากฏว่ามีผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนมากชุมนุมก่อนหน้านั้นแล้ว ตอนท้ายๆ แถวที่ผมไปยืนนั้นส่วนมากเป็นประชาชนทั่วไปหรือบุคลากรในหน่วยราชการที่มาไม่ทันเพื่อน(อิอิ)

หลายๆ คนเตรียมธงชาติไปเอง แต่ผมไปมือเปล่าก่อนจะซื้อธงจากพ่อค้าในงานด้ามละ 10 บาท ที่เขาทำมาขายนี้จะมีด้ามธงที่ยาวกว่าปกติ เพื่อให้เวลาที่โบกเหนือระดับศีรษะจะทำให้ดูสวยงามดี

ระหว่างนั้นพิธีกรได้นัดแนะขั้นตอนปฏิบัติต่างๆ และซ้อมสองครั้ง สลับกับการกล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้

หลายๆ คนเตรียมธงชาติไปเอง แต่ผมไปหาซื้อจากพ่อค้าด้ามละ 10 บาท ธงที่เขาทำมาขายนี้จะมีด้ามที่ยาวกว่าปกติ เวลาที่โบกเหนือระดับศีรษะทำให้ดูสวยงามดี งานนี้ใครไม่มีธงไปด้วยแทบจะไม่มีอะไรให้ทำเพราะกิจกรรมส่วนใหญ่คือการโบกธง

ครั้งถึงเวลาที่กำหนดคือ 17.51 น. เราก็โบกธงก่อนร้องเพลงชาติประมาณ 9 นาที เมื่อร้องเพลงชาติทุกคนจะหยุดโบกและลดธงไว้ที่ระดับหน้าอก ครั้นจบเพลงแล้วก็โบกธงต่ออีกประมาณ 30 วินาที ก่อนจะร้องสดุดีมหาราชและสดุดีมหาราชินี และแยกย้ายกันกลับในที่สุด

กลับมาแล้วก็ลองค้นข้อมูลโครงการนี้มาอ่านดู วัตถุประสงค์ของโครงการ "เพื่อให้ทุกคนได้แสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี ของคนในชาติ "

ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่ากิจกรรมที่ทำจะช่วยอะไรได้ น่าจะกลับไปหา่สาเหตุว่าทำไมไม่สามัคคีแล้วไปแก้ที่เหตุ ระหว่างนั้นก็นึกถึงโครงการพับนกกระดาษเมื่อปี 47 ไปพลางๆ ด้วย

12 พ.ย. 2552

การดูแลพัดลมซีพียู : อย่าลืมดูความสะอาดของครีบระบายความร้อนด้วย

ในหน่วยงานมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งจะรีสตาร์ทเองวันละ 2-3 ครั้ง ผมไม่แน่ใจว่าสาเหตุมาจากอะไร อาจมาจากไวรัสหรือฮาร์ดแวร์ จึงถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ รวมทั้งฮาร์ดดิสก์ด้วยแล้วก็เปิดเครื่องทิ้งไว้ พบว่าอาการก็ยังเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยก็ทราบว่าสาเหตุไม่เกี่ยวข้องอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราได้ถอดออกไปแล้ว ผมสรุปแบบง่ายๆ ว่าปัญหาคงเกิดจากเมนบอร์ดและเตรียมจัดหาอะไหล่มาเปลี่ยนต่อไป

พอดีพัดลมซีพียูของอีกเครื่องหนึ่งเสีย ผมเลยเอาอะไหล่จากเครื่องแรกไปใช้งาน หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วผมลองวัดความร้อนที่ซีพียู ปรากฎว่าพัดลมที่ผมถอดไปใ่ส่นั้นระบายความร้านได้ไม่ดีนัก เมื่อถอดพัดลมมาดูถึงได้เห็นสภาพของครีบระบายความร้อนว่ามีฝุ่นอุดตันเยอะพอสมควร


บรรยายภาพ - ครีบระบายความร้อน ก่อนและหลังทำความสะอาด

ผมทำความสะอาดโดยใช้น้ำล้างและเอาผ้าขัด ผึ่งไว้จนกระทั่งแห้งจึงนำมาติดตั้งใหม่ ปรากฎว่าใช้งานตามเป็นปกติปกติ ทำให้คิดย้อนไปถึงสาเหตุการเสียของเครื่องแรกว่าคงจะเกิดจากพัดลมระบายความร้อนทำงานได้ไม่สมบูรณ์ก็ได้ แต่ที่ผมไม่เอะใจเพราะเห็นว่าพัดลมทำงานปกติอยู่แล้วไม่น่าเกิดปัญหาเรื่องระบายความร้อน ซึ่งจริงๆแล้ว ต้องดูความสะอาดของครีบระบายความร้อนประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่เหมาะสมหรือไม่

ฝากไว้ให้คนที่มีปัญหาเครื่องรีสตาร์ทบ่อย ลองตรวจสอบภาพของพัดลมและแผงระบายความร้อนด้วย และสำหรับผู้ที่ใ้ช้งานเครื่องคอมพ์เตอร์ในสภาพที่ฝุ่นมากก็น่าจะถอดครีบระบายความร้อนมาทำสะอาดเป็นระยะๆ ด้วย

บรรยายภาพ - Bios ของเครื่องนี้ใช้วัดอุณหภูมิได้และอุณหภูมิทำงานของซีพียู ไม่ควรเกิน 60 องศาเซลเซียส

สำหรับการวัดความร้อนของซีพียู ทำได้หลายวิธี เมนบอร์ดบางรุ่นมี Bios ที่มีสามารถวัดอุณหภูมิซีพียูและความเร็วรอบของพัดลมได้ ส่วนท่านที่ไม่มีเมนบอร์ดประเภทนี้ขอแนะนำให้โหลดซอพท์แวร์ เช่น Speed Fan มาใช้แทน

เพิ่มเติม
- หลังจากเปลี่ยนพัดลมใหม่แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกก็ทำงานได้ตามปกติแล้วครับ เกือบซื้อเมนบอร์ดราคาพันกว่าๆ มาทิ้งซะแล้ว