21 ก.ย. 2552

Same notebook model but different wireless lan card.

หนึ่งรุ่นสองแบบ

โน้ตบุคส์ทั้งคู่ยี่ห้อ Acer รุ่น Travelmate 290 เครื่องแรกผมดาวน์โหลดไดรเวอร์ของ Wireless Lan Card ซึ่งเป็นรุ่น IntelPro wireless 2100 จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตมาติดตั้ง และสามารถใช้งานได้เป็นปกติ็ ส่วนเครื่องที่สองนั้นติดตั้งโดยใช้ไดรเวอร์ตัวเดียวกันปรากฎว่าทำอย่างไรก็ไ่ม่ได้ผล หลังจากหมดเวลาไปค่อนวันเลยแจ้งกล้ับไปยังเจ้าของว่า สงสัยฮาร์ดแวร์เสีย เขาจึงไปซื้อ USB Wireless มาใช้งานแทน


หลายเดือนต่อมาผมได้เจอเครื่่องนี้พร้อมกันอีกเลยเลยลองหงายท้องเครื่องทั้งคู่ขึ้นมาดู จึงทราบว่ามีการระบุุุรุ่นของ Wireless Lan Card เอาไว้และเครื่องทั้งสองไม่ได้ใช้รุ่นเดียวกันด้วย โน้ตบุคส์ตัวที่มีปัญหานั้นไม่ได้ใช้ Wireless Lan Card รุ่นมาตรฐานที่ปรากฎเว็บผู้ผลิตแต่ไปใช้ Intel Pro 2200 แทน หลังจากดาวน์โหลดไดรเวอร์รุ่นที่ถูกต้องมาก็สามารถใช้งานได้ปกติ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ดูโน้ตบุคส์อย่าดูแต่ตอนคว่ำเท่านั้นลองดูมันตอนหงายด้วยจะพบว่ามีข้อมูลที่สำคัญอยู่หลายประการ และอย่าเชื่อรายการไดรเวอร์ที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ผู้ผลิตนักเพราะบางทีอาจจะเจอรุ่นพิเศษๆ แบบผม

ปล.
- ต้องขออภัยเจ้าของเครื่องที่ต้องซื้อ USB Wireless มา ณ ที่นี้ด้วย แต่เขามีตังค์เยอะ คงไม่เป็นไรกระมัง :-)

18 ก.ย. 2552

การปรับแต่ง Notepad ++ กับ Python

ผมทดลองเขียน Python โดยใช้ Notepad++ แทน IDLE ที่ใช้ประจำ พบปัญหาคือเมื่อพิมพ์ชุดคำสั่งตามตัวอย่างกลับรันไม่ผ่าน เมื่อไปเอาแฟ้มตัวอย่างมารันก็ผ่านทั้งๆ ที่ดูแล้วทั้งสองแฟ้มไม่ต่างกันเลย


ผมเลยใช้ Notepad++ และ IDLE เปิดแฟ้มดูพร้อมๆ กัน ก็ถึงบางอ้อ เพราะใน Python จะมองชุัดคำสั่งเป็นบล็อกก็ต่้อเมื่อมีย่อหน้าเท่ากัน ซึ่งใน IDLE จะเติมการเคาะว่างให้โดยอัติโนมัติ ส่วนใน Notepad++ จะใช้การเพิ่ม TAB ให้แทน ปัญหาเกิดขึ้นเืมื่อบางทีเราอาจจะมีการแก้ไขการเยื้องทำให้เผลอลบ TAฺB ออก และใช้เคาะว่างมาบ้าง แม้ว่าเมื่อมองจากหน้าจอจะเห้นว่าชุึดคำสั่งเยื้องเท่ากัน แต่ตัวแปลภาษาจะมองว่าไม่เท่ากัน


ส่วนแนวทางแก้ไขคือ เข้าไปตั้งค่าให้ Notepadd++ เพิ่มย่อหน้าโดยการแทรกเฉพาะเคาะว่างเท่านั้น โดยตั้งที่เมนู Setting > Preferences ไปที่แท็บ MISC แล้วไปที่ส่วน Tab Setting ทำเครื่องหน้าหน้าตัวเลือก replace by space

16 ก.ย. 2552

เวทีเรียนรู้สู่รากเหง้าชาวสะเร็น "แซนโฏนตาบูชาบรรพบุรุษ" ตอน 3/3

บทความนี้เป็นความสุดท้าย ต่อจากตอนที่ 1 และที่ 2

ผมแยกบทความนี้ออกมาต่างหากจากตอนที่สองสำหรับนำเสนอคลิปวิดิโอเกี่ยวกับการทำขนม เพราะหากนำเสนอในบทความเดียวกันจะทำให้ยาวเกินไป สำหรับคลิปวิดิโอนี้ถ่ายทำจากการเข้าฐานเรียนรู้ซึ่งมี 5 ฐานดังนี้ แต่ฐานที่ห้านั้นผมถ่ายไว้ไม่ค่อยสมบูรณ์เหลือเพียงสี่ฐานดังนี้

1. การทำขนมฝักบัว


2. การทำขนมนางเล็ด


3. การทำขนมกันเตรือม


4. การห่อข้าวต้มใบกล้วย

15 ก.ย. 2552

เวทีเรียนรู้สู่รากเหง้าชาวสะเร็น "แซนโฏนตาบูชาบรรพบุรุษ" ตอน 2/3

บทความนี้เป็นบทความต่อเนื่องจาก "เวทีเรียนรู้สู่รากเหง้าชาวสะเร็น "แซนโฏนตาบูชาบรรพบุรุษ" ตอน 1/3 "

1.ลองทำดูให้รู้จริง
สำหรับวันที่สองเรื่มต้นหลังจากทำกิจกรรมกลุ่มพอคุ้นเคยกันดีแล้ว เราได้แบ่งผู้เข้าฐานเรียนรู้ "ลองทำดูให้รู้จริงๆ" จุดประสงค์ของกิจกรรมนี้ต้องการให้ผู้เข้าอบรมได้ลองทำขนมและเตรียมเครื่องเซ่นที่ใช้ในประเพณีแซนโฎนตาด้วยตัวเอง

เราได้แบ่งผู้เข้าร่วมเป็นห้ากลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มเดิมจากเมื่อวาน ให้แต่ละกลุ่มเข้าฐานที่มีกิจกรรมต่างๆ พร้อมวิทยากรประจำคอยให้ความรู้พร้อมให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกปฎิบัติ แต่ละฐานจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม. สำหรับฐานต่างๆ มีดังต่อไปนี้

ฐานที่ 1 ขนมข้าวต้มใบกล้วย



ฐานที่ 2 ขนมกันเตรือม



ฐานที่ 3 ขนมฝักบัว



ฐานที่ 4 ขนมนางเล็ด



ฐานที่ 5 การเตรียมเครื่องเซ่นไหว้

ฐานสุดท้ายจะช้ากว่าเพื่อนนิดหน่อยเพราะต้องรอของเซ่นมาจากฐานอื่นๆ

จากนั้นทุกกลุ่มก็มาร่วมกันและช่วยอภิปรายภายในกลุ่มถึงสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้จากแต่ละฐาน และออกมานำเสนอสิ่งที่ตนเองได้รู้ให้กลุ่มอื่นๆ ได้ฟัง โดยพูดถึงกรรมวิธีทำขนมหรือเครื่องเซ่น ผลพลอยได้จากกิจกรรมอื่นเช่น การทำขนมกันเตรือมค่อนข้างยุ่งยาก เมื่อทำขนมชนิดนี้มักจะช่วยเหลือกันไปมาในหมู่เพื่อนบ้านเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนด้วย ส่วนขนมอื่นๆ ก็ลักษณะเดียวกัน

2. สัมผัสความหมาย...สายใยกตัญญู
เป็นการชวนคิดชวนคุยกับภูมิปัญญาชาวบ้านสองท่าน คือคุณยายหลง ศรีเศษ จากบ้านหนองเหล็ก ต.ลุ่มระวี อ.จอมพระ ท่านเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมลาวกับคุณตาเทียม ทะเลรัมย์ ซึ่งเป็นเขมร มาพูดถึงความสำคัญของประเพณีนี้โดยเน้นที่ประเพณีโดนตาที่เกี่ยวข้องกับความกตัญญูและความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นหลัก


คุณยายหลงเปรียบเทียบประเพณีเข้าสารทของลาวว่ามีอะไรคล้ายกับของเขมร คุณตาเทียม เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างประเพณีในยุคปัจจุบันว่า เดี่ยวนี้จัดเฉพาะในครอบครัวหรือญาติที่ใกล้ชิดกัน ไม่เชิญคนอื่นๆ ในวงกว้างมาแลกเปลี่ยนกันเซ่นเหมือนในสมัยก่อน

ภูมิปัญญาทั้งคู่เล่าเรื่องถึงความสัมพันธ์ของการแซนโฎนตาที่มีความสำคัญกับผู้สูงอายุมาก เมื่อถึงเวลาก็คอยมองหาลูกหลานว่าจะมาเมื่อไหร่ สุขทุกข์อย่างไรบ้าง ญาติพี่น้องที่ห่างไกลก็ได้มาพบกันในวาระพิเศษเยี่ยงนี้

หลังจากนั้นเป็นพิธีแซนโดนตาด้วยคุณตาหลง ศรีเศษพาพวกเราทำพิธีพร้อมอธิบายให้ฟังโดยละเอียด ก่อนจะเป็นพิธีปิดโดย ผอ.สนง.กศน.จังหวัดสุรินทร์เป็นประธาน

14 ก.ย. 2552

เวทีเรียนรู้สู่รากเหง้าชาวสะเร็น "แซนโฏนตาบูชาบรรพบุรุษ" ตอน 1/3

ทาง กศน.อำเภอเมืองสุรินทร์ได้จัด โครงการเวทีเรียนรู้สู่รากเหง้าชาวสะเร็น "แซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษ"(โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมจริยธรรมและความเป็นไทยภายใต้นโยบาย 3D ของกระทรวงศึกษาธิการ) ในวันที่ 14 ก.ย. 52

แนวคิดของโครงการนี้ต้องการการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย โดยทางคณะผู้จ้ดกระบวนการเรียนรู้โดยอาศัยประเพณีแซนโฎนตาเป็นสื่อสำหรับการส่งสารดังกล่าวไปยังผู้เข้าร่วม ซึ่งได้แก่นักศึกษา กศน.อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 50 คน โดยจัดรูปแบบเป็นเวทีเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมแทนที่จะเน้นการบรรยายตามแบบเดิมๆ

สำหรับกิจกรรมในโครงการนี้ขอสรุปโดยย่อๆ ดังนี้
1.ปฎิทินฤดูกาล สืบสานวัฒนธรรมประเพณี
ช่วงนี้ต้องการให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจภาพรวมๆ ของวัฒนธรรมประเพณี ว่ามีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตอย่างไร โดยการแบ่งกลุ่มเสวนาย่อย มีครูจาก กศน.เมือง ทำหน้าที่เป็นผู้อภิปราย โจทย์ทีกำหนดให้คือ ให้ช่วยกันแสดงความเป็นว่าในแต่ละช่วงของปี เราประกอบการงานอาชีพอะไรบ้าง มีผลผลิตอะไรในช่วงนั้นและตรงกับประเพณีอะไรในท้องถิ่นบ้าง ก่อนจะให้ออกมาอภิปราย



ตอนอภิปรายนั้นได้เห็นอะไรพิเศษคือ หลายๆ กลุ่มแบ่งฤดูกาลไม่เท่ากัน ที่คล้ายกันคือสำหรับกลุ่มเกษตรกรจะกำหนดฤดูฝนยาวประมาณ 5-6 เดือน

2.วงเล่าเร้าพลัง...แซนโฎตา
ทางผู้จัดก็อยากให้ผู้เข้าร่วมโครงการมองว่าประเพณีนี้มีความสำคัญต่อตนอย่างไร จึงให้ร่วมกันอภิปรายในหัวข้อ ตนเองรู้อะไรเกี่ยวกับประเพณีนี้บ้าง ในวันนั้นตนได้ทำอะไรบ้าง และประเพณีนี้สำคัญต่อตนเองอย่างไร

ผู้ดำเนินรายการเชิญผู้ร่วมโครงการมาอภิปรายสองสามคน ตั้งแต่น้องผู้หญิงอายุ 18 ปี มาเล่าให้ฟังว่าตนเองไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเพณีนี้ ตนก็ทำตามพ่อแม่ ที่บ้านจัดทุกปีและก็ได้ช่วยห่อข้าวต้มมัดด้วย

คุณตา วัยอายุ 65 ปี มาเล่าถึงตำนานที่บรรพบุรุษที่เป็นเปรตจะได้รับการปลดปล่อยจากนรกให้มาเยี่ยมลูกหลาน และรอการทำบุญไปให้ ถ้าลูกหลานไม่ดูแลก็จะโกรธและสาปแช่ง สำหรับท่านแล้วประเพณีเป็นสิ่งที่สำคัญและกระทำมาทุกปีไม่มีขาด ส่วนนี้ก็แสดงให้เห็นถึงการให้คุณค่าต่างกันระหว่างสองวัย

อีกท่านหนึ่งเป็นสตรีเชียงใหม่มาเป็นสะใภ้สุรินทร์ เล่าว่าปีแรกก็ไม่รู้ว่าประเพณีสำคัญอย่างไรได้แต่ช่วยแม่สามีห่อข้าวต้มมัด และจริงๆแล้วก็ไม่ได้ต่างจากประเพณีที่บ้านเกิดของเธอนักมีการทำบุญให้บรรพบุรุษแบบนี้ อาจจะแตกต่างในรายละเอียดแต่หลักการก็เหมือนกัน

3. เข้าถึงแก่นแซนโฎนตา
ช่วงนี้เป็นการเชิญภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ คุณตาสุรศักดิ์ ดีมาก และคุณตาวีระวุฒิ บุญมี ทั้งสองท่านได้มาเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประเพณีนี้ให้ฟัง โดยมีสองพิธีกรจาก กศน. ชวนคุยและช่วยซักถาม

ทั้งสองท่านได้เล่าตั้งแต่ตำนานความเชื่อ ขั้นตอนและพิธีการต่างๆ และสิ่งที่แฝงอยู่ในประเพณีนี้ได้แก่ การสร้างความสามัคคีในหมู่ญาติพี่น้อง การแสดงความกตัญญูรู้คุณ ผมขอเล่าเฉพาะเรื่องที่สะกิดใจผมดังนี้


คุณตาวีระวุฒิ ท่านเทียบให้ฟังถึงประเพณีนี้ระหว่างลาวกับเขมร ว่ามีความเชื่อเรื่องการปล่อยผีบรรพบุรุษมาคล้ายๆ กัน แต่ทางลาวนั้นจะเน้นในการเลี้ยงรับแต่เขมรจะเน้นในการเลี้ยงส่ง ในการเลี้ยงรับนั้นทางลาวเรียกว่าการเข้าสารทส่วนทางเขมรก็เรียกว่าเบ็ญตู๊จ ส่วนช่วงเลี้ยงส่งนั้นก็ตรงกับประเพณีเบ็ญธมของทางเขมรนั่นเอง นอกจากนี้ทางลาวก็จะมีประเพณีบุญข้าวประดับดินล่วงหน้าก่อนเข้าสารทประมาณครึ่งเดือนด้วย

คุณตาสุรศักดิ์ เล่าประสบการณ์เมื่อเดินทางไปเขมรต่ำที่เห็นชาวบ้านเอามดชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมมาอบกับเสื้อผ้ามแทนน้ำหอมที่ยังไม่มีในสมัยนั้น และพูดถึงเจรียงซันตูจ ซึ่งเป็นบทร้องเกี่ยวพาราสีกันระหว่างหนุ่มสาวในช่วงการเตรียมงานบุญนี้ และพิธีจ๊ะกระเชอหรือคล้ายกับประเพณีเทกระจาดในภาคใต้แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะลูกหลานมัวแต่กินเหล้าเลยไม่ยอมไปวัดตอนค่ำ

13 ก.ย. 2552

วันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดและถนนเด็กเดิน 13 ก.ย. 52

ทางสภาเด็กและเยาวชนสังขะได้ขอความร่วมมือทาง กศน. ให้ช่วยส่งวิทยากรคือตัวผมเอง ไปร่วมจัดกิจกรรมในงานเยาวชนแห่งชาติจังหวัดสุรินทร์ และถนนเด็กเดินในวันที่ 13 ก.ย. 52 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์


กิจกรรมที่ผมรับผิดชอบคือแนะนำให้เยาวชนรู้จักการสร้างบล็อกง่ายๆ ส่วนเครื่องคอมพ์ที่ใช้นั้นผมนำเครื่องโน้ตบุคส์ไปสามเครื่องและต่ออินเทอร์เนตผ่าน Air card และกระจายสัญญาณโดยใช้สวิทช์ เมื่อถึงเวลาจริงๆ ไม่ค่อยมีคนเข้ามาใช้งานเยอะเหมือนที่เราคาดไว้ มีแค่ 3-4 คน เป็นเยาวชนดีเด่นจาก อ.สังขะ ที่มารับรางวัล ครูที่ควบคุมเลยพาแวะมาเรียนกับผม หลังจากชุดนั้นแ้ล้วรุ่นต่อๆ มาก็ชอบแว้บไป Hi5 ไปที่อื่นบ้าง การเรียนเลยไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไหร แต่ผมไม่คิดอะไรมากนะครับ คิดซะว่าเรื่องที่เรามานำเสนอไม่ตรงกับใจเด็กส่วนใหญ่



วันเยาวชนแห่งชาติมีกิจกรรมหลายๆ อย่างแต่ผมไ่ม่มีเวลาเดินไปดูมากนัก กิจกรรมนี้มีประธานในพิธีเปิดคือปลัดจังหวัด มีหน่วยงานต่างๆ ที่่เกี่ยวข้องกับเยาวชนรวมทั้งมาจัดกิจกรรมรวมถึงองค์กรของเยาวชนด้วยซึ่งได้แก่สภาเยาวชนในอำเิภอต่างๆ ด้วย ตอนเที่ยงมีขนมจีนอร่อยๆ มาเลี้ยงผู้มาร่วมงานด้วยครับ

การได้มาร่วมกิจกรรมนี้ให้ข้อคิดกับผมว่าเมื่อออกบูธ สิงที่จะนำเสนอต้องเข้าใจได้เร็ว ใช้เวลาไม่มากและไม่น่าเบื่อ ในโอกาสต่อไป(ถ้ามีโอกาส) ผมคิดว่าน่าจะปรับเป็นการให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เนตฟรีสำหรับเยาวชนเลยอีกกว่า พวกเขาใช้ Hi5, Email หรือแชร์รปภาพเป็นอยู่แล้ว เพียงแต่เราจัดระบบให้ดีเปิดโอกาสให้คนหลายๆ เวียนเ้ข้ามาใช้ได้ เช่นกำหนดให้ไม่เกินคนละ 10 นาที ก็น่าจะโดนใจผู้เข้าร่วมมากกว่านี้

เพิ่ิมเติม
- ดูภาพทั้งหมดที่นี่

12 ก.ย. 2552

Surin FC beat Buriram FC 2 - 1 in Thailand Divion 2 leaque final match.

ทีมสุรินทร์ทำผลงานสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลลีก ดิวิชัน 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างสวยงามด้วยการเอาชนะบุรีรัมย์ในบ้าน 2-1 ประตู


แมทช์นี้ผมไปช้าประมาณ 15 นาที(ผมไปช้าทั้งปี) เมื่อไปถึงผู้ชมก็เต็มสนามเหมือนเดิม ทีมบุรีรัมย์ลงสนามในชุดสีส้ม มีกองเชียร์ตามมาประมาณ 20 คนพร้อมขนอุปกรณ์มาครบครันทั้้งธงทั้งกลอง

ครึ่งแรกบุรีรัมย์เล่นได้น่ากลัว ดูเหมือนว่าทักษะความสามารถเฉพาะตัุวจะเหนือทีมสุรินทร์นิดๆ จ่ายบอลได้แม่นกว่าและขึ้นมาไล่บอลถึงในแดนสุรินทร์ด้วย ทีเด็ดของพวกเขาคือการเปิดยาวๆ ที่แม่นมากๆ จากกลางสนาม แล้วให้กองหน้าวิ่งโฉบทะลุกองหลังรับบอล มีช่วงหนึ่งที่การเปิดแบบนี้ทำให้หลุดเข้าไปเดี่ยวกับผู้รักษาประตูได้สองครั้งซ้อน ส่วนสุรินทร์นั้นอาศัยตั้งรับแน่นหนาและขยันไล่บอลมากๆ ส่วนการรุกนั้นใช้ปีกเป็นหลัก

ครึ่งหลังบุรีรัมย์เนือยลงไปหน่อยแต่สุรินทร์ยังคงขยันวิ่งเหมือนเดิม บุรีรัมย์มาได้ประตูก่อนจากการยิงสวนลูกสกัดของกองหลังสุรินทร์จากระยะไกล ทั้งผู้รักษาประตูและกองหลังเสียจังหวะกันไปหมดแล้ว จากนั้นสุรินทร์ยิ่งบุกหนักตามเสียงเชียร์และมาได้ประตูตีเสมอในนาที 80 โดยการยิงจากนอกเขตโทษบริเวณหัวกะโหลก จุดนี้คงเป็นจุดบอดของบุรีรัมย์เพราะอีก 3 นาทีต่อมาก็เสียประตูในลักษณะนี้อีก เมื่อหมดเวลาสุรินทร์เอาชนะไปได้ 2-1

พอติดตามดูหลายครั้งผมพอเดาเกมส์บุกของทีมสุรินทร์ได้เลย เมื่อตัดบอลได้แล้วจะพักบอลแถวๆ กลางสนามรอให้ปีกวิ่งขึ้นไปก่อนแล้วค่อยทำเกมส์บุก ซึ่งส่วนมากก็จะพยามจ่ายให้ปีกเปิดกลับเข้ามา ผมอยากเห็นการจ่ายบอลแบบทะลุสองสามจังหวะแล้วได้ยิงแบบที่บุรีรัมย์ทำหรือการบุกในลักษณะอื่นๆ บ้าง เช่นการได้สองประตูนี้ก็ใช่


สำหรับเรื่องอื่นๆ นั้น แมทช์นี้มีผู้ว่้าราชการมาเป็นประธานการแข่งขันและมีแขกผู้มีเกียรติหลายคนที่รู้จัุกกันดีคือ บิ๊กหอย ธวัชชัย สัจจกุล มาชมด้วย มีการเปิดตัวเสื้อทีมสำหรับการแข่งขันฤดูการหน้า และการเปิดตัวทีมฟุตบอลหญิงของสโมสรฟุตบอลสุรินทร์ด้วย(รูปข้างบน)

หลังจากเสร็จสิ้นฤดูการแข่งขันทีสุรินทร์รั้งอันดับที่ 6 ของตารางคะแนน ฤดูกาลหน้าก็คงต้องลุ้นกันต่อไปและขอเชิญผู้อ่านทุกๆ ท่านมาร่วมติดตามเชียร์ทีมสุรินทร์ด้วยกันนะครับ

เิ่พิ่มเติม
- ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี่

11 ก.ย. 2552

What I have learned from the food cupons.

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากคูปองอาหาร

จากโครงการส่งเสริมการอ่านที่ผ่านมา สิ่งที่ประทับใจคือผมได้เรียนรู้หลายสิ่งๆ จากคูปองเล็กๆ ใบเดียว เลยจะเล่าสู่กันฟังว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง


การใช้คูปองอาหาร
ในกิจกรรมครั้งนี้มีบุคลากร กศน.และนักศึกษาเข้ามาร่วมงานจำนวนมาก จึงต้องมีการจัดเลี้ยงอาหารให้กับผู้ร่วมงานดังกล่าวด้วย หากผมเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้คงคิดออกได้แ่ค่สองวิธี คือ เหมาร้านอาหารสักร้านเข้ามาทำอาหารโดยตักอาหารทิ้งไว้ให้ผู้ร่วมงานมายกไปทาน วิธีีนี้ไ่ม่สามารถควบคุมปริมาณอาหารแต่ละคนได้และอาจจะมีบุคคลอื่นเข้ามาทานด้วย อีกวิธีหนึ่งคือซื้อข้าวกล่องแจกซะเลย แบบที่สองสามารถควบคุมได้ทุกอย่างจากข้อที่แล้วได้แต่อาหารจะไม่อร่อยถูกปาก

ทางผู้จัดงานเขาคิดดีกว่านั้น เริ่มจากการเหมาร้านอาหารเข้ามาประมาณ 5-6 เจ้า ทุกเจ้าจะต้องทำอาหารออกมา 300 จาน หากจ่ายอาหารไม่ครบ 300 จาน ก็ต้องส่งวัตถุดิบที่เหลือให้กับหน่วยงานด้วย


จากนั้นเราก็แจกคูปองอาหารให้กับผู้ร่วมงาน ใครอยากทานอาหารอะไรก็เอาคูปองไปแลกเอา ทางร้านก็เก็บคูปองไว้มายืนยันตอนจ่ายเงินกันอีกที

ผลจากการใช้คูปองมีข้อดีดังนี้
1. ในการจ่ายคูปองกับผู้ร่วมงานนั้น มีการจ่ายผ่านผู้รับผิดชอบจากอำเภอต่างๆ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเซ็นล้างหนี้แล้วจะจ่ายคูปองตามจำนวน แบบนี้ทำให้ไม่ต้องตามล่าลายเซ็นกันตอนหลัง
2. การใช้คูปองจะทำให้ทุกคนได้รับประทานอาหารตามปริมาณที่กำหนดไว้ ไม่มีการรั่วไหลและกระจายทั่วถึงกันทุกคน
3. เมื่อผู้ประกอบอาหารมาเรียกเก็บเงินเมื่อเสร็จงาน เขาก็จะนำคูปองมายืนยันด้วยว่าได้จ่ายอาหารครบตามที่ตกลงกันแล้ว ใครที่จ่ายอาหารไม่ครบก็ต้องเหลือวัตถุดิบมาให้

สรุป
การใช้คูปองเป็นตัวอย่างของการออกแบบกระบวนงานที่ทำงานได้ผล สามารถตรวจสอบได้และไม่ยุ่งยากในการปฎิบัติงาน

ประสบการณ์นี้ยังทำให้ผมเข้าใจถึงเหตุผลในการใช้ดูปองมากขึ้น จากเดิมผมเข้าใจว่าสาเหตุทีี่ใช้คูปองในศูนย์อาหารของห้างสรรพสินค้านั้น มีแค่สองประการคือ เพื่อให้เกิดสุขอนามัยไม่มีการหยิบเงินโดยตรง และเพื่อควบคุมราคาอาหาร แต่ความคิดใหม่นั้นทำให้ผมรู้ว่า ด้วยระบบนี้ทางผู้บริหารของห้างสรรพสินค้าสามารถตรวจสอบยอดขายของแต่ละร้านได้ ใช้่เป็นข้อมูลอ้างอิงในการเจรจาต่อรองราคาค่าเช่า การพิจาณาผลงานของร้าน ฯลฯ ได้อีกด้วย

10 ก.ย. 2552

โครงการส่งเสริมการอ่านเนื่องในวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ 10 ก.ย. 52 ณ กศน.สุรินทร์

กศน.สุรินทร์ ได้จัดโครงการส่งเสริมการอ่านในวันที่ 10 ก.ย. 52 มีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้เอาใจใส่ในการอ่านหนังสือมากขึ้น และร่วมเฉลิมฉลองในวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ (International Literacy Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 ก.ย. ของทุกๆ ปี สำหรับในปีนี้มีกิจกรรมหลายอย่างคึกคักกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา

ช่วงเช้าเป็นพิธีเปิดโดย รองผู้ว่าฯ ราชการจังหวัดเป็นประธาน จากนั้นเป็นการมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดต่างๆ และหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมกิจกรรมของ กศน. สำหรับกิจกรรมของแต่ละกลุ่มโซนขอสรุปเฉพาะกิจกรรมเด่นๆ ดังนี้

กลุ่มสุรินทร์ภักดี


ทางกลุ่มสุรินทร์ภักดีได้ทำเวทีเล็กๆ ตั้งชื่อว่า "เวทีหรรษา ภูมิปัญญาไทย" สำหรับให้นักศึกษาได้มาประกวดร้องเพลง อ่านทำนองเสนาะและกิจกรรมการแสดงอื่นๆ ตอนเที่ยงนี่เห็นคนแน่นขนัดเพราะมีแดนซ์เซอร์มาช่วยเต้นเรียกผู้ชมซะด้วย

กลุ่มจตุบูรพา


กิจกรรมเด่นๆมีสองรายการ รายการแรกคือ "สอยดาวความรู้" กิจกรรมนี้จะให้นักศึกษาสอยดาวเอาใบไม้ที่เขียนปัญหาเชาวน์ไว้ แล้วคอยมาตอบคำถามกับพิธีกรเพื่อรับรางวัลเป็นขนมขบเคี้ยว กิจกรรมนี้คนสนใจมากต่อแถวกันยาวเหยียด


อีกกิจกรรมหนึ่งคือ "ลับสมองประลองปัญญา สุภาษิต คำพังเพย สารานุกรม" กิจกรรมนี้จะแจกใบงานที่มีหัวข้อต่างๆ ให้ให้ แล้วให้ผู้สนใจตอบว่า เนื้อหาในแต่ละข้อนั้นสืบค้นได้จากสารานุกรมเล่มไหน หน้าเท่าใด ตอบเสร็จแล้วก็ส่งตรวจคำตอบ เป็นการฝึกการใช้สารานุกรม

กลุ่มลุ่มน้ำมูล


กิจกรรมเด่นๆ คือการตอบปัญหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และหนังสือทำมือ แทนที่จะเอากระดาษมาเย็บสันแบบหนังสือปกติ เขาก็มีวิธีพับหนังสือแบบต่างๆ ดูแล้วน่าสนใจดี

กลุ่มชายแดน


กิจกรรมที่เด่นของกลุ่มนี้คือ การส่งเสริมการอ่านโดยคาราโอเกะ ทั้งครูทั้งนักเรียนผลัดกันร้องตลอดงาน นอกจากนี้ก็มีนำผลผลิตของกลุ่มอาชีพ เช่น ตะกร้าพลาสติกสาน มาจำหน่ายด้วย

อื่นๆ
- ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี่

7 ก.ย. 2552

การประชุมสัมนาวิชาการ ดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน : ยุทธศาสตร์มุ่งสู่มาตรฐานสากล ณ มรภ.สุรินทร์ ตอน 2/2

บทความนี้เป็นตอนที่สองต่อจากบทความตอนที่หนี่ง

สำหรับช่วงบ่ายทั้งหมดเป็นการเสวนาจากผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการดนตรีนาฏศิลป์พื้นบ้าน ซึ่งขอสรุปรายละเอียดให้ฟ้งดังต่อไปนี้

4.เวทีเสวนาเรื่อง ภูมิปัญญาเพลงและการแสดงพื้นบ้าน
โดย รศ.สุพรรณี เหลือบุญชู คณบดีวิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ ม.มหาสารคม , ผศ.ทินกร อัตไพบูลย์ มรภ.อุบลราชธานี, นางฉวีวรรณ ดำเนิน ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2536, นายธงชัย สามสี ศิลปินพื้นบ้านอาเซียน, นางสายรุ้ง ภูมิสุข ศิลปินพื้นบ้านสุรินทร์ โดยมี ดร.จงกิจ วงษ์พินิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สุรินทร์เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย

รศ.สุพรรณี : ความสำคัญลักษณะของภูมิปัญญา, ภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาชาวบ้าน, ความสำคัญของภูมิปัญญา, อ่านเพิ่มเติมจากเอกสารประำกอบคำบรรยาย

ผศ.ทินกร : ผศ.ทินกร กล่าวถึงเรื่องลักษณะของเพลงพื้ืนบ้านอิสานเหนือ การลำประเภทต่างๆ ซึ่งท่านใช้สไลด์ต่ืางหากจากเอกสารประกอบการบรรยาย

คุณฉวีวรรณ : เล่าเรื่องหมอลำโดยละเอียด, ทำนองการลำต่างๆ, การสืบทอดวิชาที่ท่านได้รับจากบิดา, อธิบายถึงคำสอนที่มีคุณค่าต่างๆ เช่น เป็นหมอลำต้อง"ก้มต่ำ รำกว้าง" หรือ "เฮ็ดให้สุด ขุดให้ถึง"

คุณธงไชย : คุณธงชัย เป็นมือซอที่เก่งคนหนึ่ง มาเล่าถึงการที่ตนได้รับโอกาสจาก มรภ.สุรินทร์ ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาอยู่ที่นี่ ส่งเสริมสนับสนุนให้ตระเวนแสดงในนามสถาบันทำให้เห็นคุณค่าของทักษะตนตรีที่ตนได้รับ, การได้รับความรู้จากอาจารย์จากสถาบันแห่งนี้เช่นเรื่องการบันทึกโน้ตทำใ้ห้ตนสามารถบันทึกเพลงพื้นบ้านให้อยู่ในระบบโน้ตสากลได้ เป็นการช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้านทางหนึ่ง, การรวมตัวของเครือข่ายนักดนตรีพื้นบ้านในส่วนต่างๆ ของสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียง และสุดท้ายเล่าเรื่องที่ตนได้พยามฝึกหัดทำกลองซึ่งต้องใช้ทักษะอย่างมากและต้องไปเรียนวิธีถึงพนมเปญอยู่ระยะหนึ่ง และยินดีถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้กับผู้ที่สนใจจริงๆ

คุณสายรุ้ง : เล่าถึงประวัติความเป็นมาสาเหตุที่ได้มาหัดเจรียงเบริน, ตนรู้สึกน้อยใจอย่างมากที่ศิลปเจรียงเบรินของตนไม่มีผู้มาสืบทอดเหมือนกับหมอลำหรือกันตรีม อยากวอนขอให้ทุกๆ หันมาสนใจช่วยอนุรักษ์ด้วย เพราะตนเป็นคนสุดท้ายที่สืบทอดอยู่ หากหมดจากตนแล้ว ศิลปะเช่นนี้คงจะหายไป

5. ศิลปพื้นบ้านไทยก้าวไกลสู่สากล
โดย รศ.ธวัชชัย ชิณวงศ์ รองอธิบารบดี ฝ่ายวิเทศสหกิจ มรภ.สุรินทร์, อ.สุดใจ สะอาดยิ่ง ประธานสภาวัฒนธรรม จ.สุรินทร์, ผศ.ฉลอง สุขทอง รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มรภ.สุรินทร์ โดย ดร.จงกิจ วงษ์พินิจ จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เ็ป็นผู้ดำเนินการอภิปราย
เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องความสำเร็จและสิ่งดีๆ ที่ไ้ด้รับการการเดินทางไปร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมในต่างประเทศโดยอาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านนี้ของ มรภ. อ่านเอกสารประกอบการบรรยายได้ที่นี่

ความเห็นของผม
ทาง มรภ.สุรินทร์ ได้แสดงเห็นเห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไปสู่สากลอย่างยิ่งยวด ภาษาบ้านๆ เรียกว่าจะโกอินเตอร์ครับ แต่การมุ่งสู่สากลดังที่แสดงให้เห็นนี้จะช่วยทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นมากขนาดไหนคนในท้องถิ่นย่อมจะทราบกันดี แสดงความเห็นแค่นี้หล่ะ

เิ่พิ่มเติม
- ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี่

I myself burned my P4 2.4 Mhz CPU.

มาเล่าเรื่องที่ผมทำ CPU ไหม้ไปตัวหนึ่งด้วยความเผลอเรอในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ความเสียหายไม่ได้น้อยตามไปด้วย ให้ฟังกัน


เมื่อสักสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งพัดลม CPU เสีย บังเอิญเครื่องนั้นใช้งานสำคัญอยู่ผมเลยถอดของเครื่องข้างไปใส่ก่อนแล้วจะหามาเปลี่ยนในภายหลัง หลังจากถอดพัดลมออกแล้วผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก กระทั่งวันหลังผมก็เปิดสวิทช์เครื่องที่ไม่มีพัดลม CPU เพื่อทำงาน หลังจากรอสักพักไม่เห็นจอติดผมถึงจำได้ว่าถอดพัดลมออกแล้ว หลังจากตรวจสอบแล้วปรากฎว่า CPU ไหม้ไปเสียแล้วเพราะ CPU ทำงานโดยไม่มีพัดลมไม่ไ้ด้เลย ถ้าเพียงแต่ผมถอดปลั๊กไฟออกสักนิดเรื่องแบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้น

ส่วนอะไหล่ P4 2.4 MHz นั้น อาศัยช่างแว่นหาให้ในราคา 800 บาท (รวมพัดลมระบายอากาศด้วย)

4 ก.ย. 2552

การประชุมสัมนาวิชาการ ดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน : ยุทธศาสตร์มุ่งสู่มาตรฐานสากล ณ มรภ.สุรินทร์ ตอน 1/2

การประชุมสัมนาวิชาการครั้งนี้จัดโดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เมื่อวันพุึธที่ 19 สิงหาคม 2552 ณ ห้องไพฑูรย์ (อาคาร 30 ชั้น 2) มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ผมทราบข่าวจากหน้งสือประชาสัมพันธ์ที่ส่งถึีงหน่วยงาน จึงขออนุญาตผู้บังคับบัญชา่เข้าร่วมสัมนาด้วย


หลังจากรับฟังเนื้อหาในการสัมนาทั้งหมด พอจะสรุปได้ว่าที่มาที่ไปของการสัมนาครั้งนี้เกิดจากที่ทาง มรภ.สุรินทร์ มีความสนใจในการนแสดงพื้นบ้านเป็นพิเศษ หลังจากได้มีโอกาสจัดคณะนักแสดงออกไปทำการแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในระดับนานาชาติมามาหลายปี ทาง มรภ.จึงได้ริ่เ่ริมเทศกาลการแสดงพื้นบ้านนานาชาติ ( Surin International Folklore Festival : SIFF) ตั้งแต่ปี และจัดต่อเนื่องทุกปีมาึจนถึงครั้งล่าสุดคือครั้งที่ 4 ในปี 2552

เนื่องจากนำการแสดงพื้นบ้านไปแสดงในเวทีนานาชาติจำเป็นต้องมีการปรับปรุังรูปแบบการแสดงให้มีความเหมาะสมกับผู้ชมต่างชาติ การสัมนาครั้งนี้จึงเป็นการทำความเข้าใจและค้นหาแนวทางดังกล่าว (ในทีนี่้เขาเรียกว่า ยุทธศาสตร์ แต่ผมไม่ใช้เพราะฟังแล้วรู้สึกว่างงๆ )

สำหรับกิจกรรมในการสัมนานั้น ช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยพิธีเปิดโดยผู้่ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์มาเป็นประธาน จากนั้นเป็นการมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกีียรติให้กับศิลปินพื้นบ้านสุรินทร์ที่ได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอ ต่อมาเข้าสู่ช่วงการบรรยายและการเสวนา ซึ่งจะขอสรุปย่อให้ฟังพร้อมลิงก์ไปที่เอกสารประกอบ ดังต่อไปนี้

1. การอนุรักษ์ดนตรี เพลง ศิลปะการแสดง ในฐานะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) โดยอาจารย์สาวิตรี สุวรรณสถิตย์ อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เนื้อหาเป็นการกล่าวถึงแนวคิดใหม่ๆ ในวงวิชาการเกี่ยวกับโบราณคดี "มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้" (Intangible Cultural Heritage)และการนิยามความหมาย, อนุสัญญามรดกโลก(World Heritage Convention)ที่ทำหน้าที่คุ้มครองแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติ, ตัวอย่างของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว อ่านเอกสารประกอบคำบรรยายได้ที่นี่

2. การพัฒนาดนตรีและการแสดงพื้นบ้านสู่มาตรฐานสากล โดย ศ.กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬรักษ์ ราชบัณฑิต

อ.สุรพลให้แนวทางถึงการพัฒนารูปแบบการแสดงให้เป็นสากล เนื้อในเอกสารประกอบการบรรยายอาจจะดูไม่มากนัก แต่ในการบรรยายแต่ละข้อท่านก็ยกตัวอย่างพร้อมแสดงท่าประกอบให้เห็นอย่างชัดเจน โดยเพราะท่างทางในการรำ นอกจากนี้ท่านได้พูดถึีง"ความเป็นสากล" โดยยกตัวอย่างของการจัดการสัมนาในครั้งนี้มาวิจารณ์ไล่ตั้งแต่ป้ายการสัมนา พิธีการ การจััดเวที ฯ แสบๆ คันๆ ดีเหมือนกัน อ่านเอกสารประกอบการบรรยายได้ที่นี่

3. บทบาทมหา่วิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์กับการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม โดย รศ.ดร.อัจฉรา ภาณุรัตน์ อธิการบดี มรภ.สุรินทร์
เนื้อหาในช่วงนี้เป็นการพูดถึงหลักสูตรของ มรภ.สุรินทร์ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ตั้งแต่ระดัับปริญญาตรีถึงระดับปริญญาเอก โดยเฉพาะหลักสูตรปริญญาเอก "การพัฒนาภูมิภาค" ที่ดูท่านจะเน้นและภูิมิใจมากเป็นพิเศษ อ่านเอกสารประกอบการบรรยายได้ที่นี่

บทส่งท้าย
ในการสัมนาครั้งนี้ใช้เวลาเต็มวันและมีเนื้อหามาก ผมจึงแบ่งบทความออกเป็นสองตอน โดยตอนที่สองจะเป็นเสวนาในช่วงบ่าย 3 รายการ และความเห็นของผมต่อการสัมนาในครั้งนี้ ขอเชิญติดตามได้ในเร็ววันนี้

อื่นๆ
- ชมภาพถ่ายทั้งหมดได้ที่นี่
- ติดตามบทความตอนที่สอง

2 ก.ย. 2552

Natang Village ,Khwao District ,Surin Province

ผมมีโอกาสแวะไปที่บ้านนาตัง ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ เพื่อทำหน้าที่ถ่ายภาพให้กับคณะสำรวจแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับภูมิปัญญาในชุมชนเพื่อนำมาจัดทำโครงการตามนโยบายสถานศึกษา 3D ของ รมต.กระทรวงศึกษาธิการ เลยมีเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังกัน


ประมาณสิบโมงเข้า คณะเราถึงไปที่ศาลาประชาคมของหมู่บ้านเพื่อพบครูศูนย์การเรียนชุมชน ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันที่หน่วยงานต่างๆ นัดกันมาพบปะประชาชน ธกส.มาสำรวจข้อมูลหนี้ของประชาชน กลุ่มออมทรัพย์ของหมู่บ้านก็มารับเงินฝากประจำเดือน และทาง กศน.เองก็มาจัดกิจกรรมฝึกอาชีพทำโดนัทจิ๋ว มีชาวบ้านมาร่วมกิจกรรมในศาลาพอสมควร ระหว่างทางก็เห็นชาวบ้านทยอยกันมาเป็นระยะๆ

กลุ่มผลิตเครื่องทองเหลือง


จากนั้นก็ไปที่บ้านพี่มาลี พิศโสระ กลุ่มผู้ผลิตเครื่องทองเหลืองซึ่งเล่าถึงทีมาของการจัดตั้งกลุ่มผุ้ทำเครื่องทองเหลือง กลุ่มนี้รวมตัวกันมาได้ประมาณ 17 ปีแล้ว โดยกลุ่มชาวบ้านรุ่นแรกๆ ที่ไปทำงานเป็นช่างทำทองเมื่อได้วิชาความรู้ก็กลับมาทำเครื่องทองเหลืองในหมู่บ้าน กลุ่มนี้มีประมาณ 50 คน กระจายอยู่ทั่วไปในหมู่บ้าน ทางพี่มาลีเองจะทำงานด้านการตลาด หาคำสั่งซื้อและกระจายงานไปในกลุ่ม


ทุกวันนี้เศรษฐกิจไม่่ค่อยดีทำกำไรหายไปครึ่งต่อครึ่งแต่ก็ยังทำไปดีกว่าไม่ทำอะไรเลย อีกส่วนหนึ่งคือมีเยาวชนกลับจากกรุงเทพฯ มาอยู่ในหมู่บ้านหลายคนได้เข้ามารวมกลุ่มซึ่งช่วยทำให้พวกเขามีรายได้เลี้ยงตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่น

กลุ่มผู้ผลิตผ้าไหม


จากนั้นเราเดินไปบ้านพี่สุเบ็ญ ห่างออกไปประมาณ 150 เมตรเห็นจะได้ เพื่อคุยกับพี่สุเบ็ญภูมิปัญญาเกี่ยวกับการทอผ้า พี่สุเบ็ญเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับธุรกิจทอผ้าว่าทำพออยู่พอกิน ว่างจากงานอื่นๆ ก็มาทอผ้า ผ้าที่ได้ก็ไม่ได้ไปขายที่ไหน เก็บเอาไว้เผื่อมีใครต้องการก็แวะมาถามหา ส่วนใหญ่เป็นการซื้อไปเพื่อใช้ในการไหว้ในงานแต่งงาน จากนั้นก็เล่าถึงเทคนิคการย้อมผ้า พวกเราได้เห็นคราม ครั่ง(ภาพข้างบนอยู่ในชามสีขาว) และไม้อะไรจะชื่อไม่ได้ สำหรับย้อมสีเหลือง

กลุ่มผู้ผลิตเครื่องเงิน

บ้านสุดท้ายคือพ่อปัญญา บุตรชาติ ท่านเป็นช่างเงินคนเก่าคนแก่ในหมู่บ้าน ได้ให้การต้อนรับเราในบ้านที่เพิ่งต่อเติมใหม่ ท่านเล่าถึงทีมาของวิชาทำเครื่องเงินของท่านที่สืบทอดมาจากบ้านเขวาซึ่งเป็นบ้านพ่อแม่ท่าน ตามที่ท่านได้ฟังจากครูอาจารย์นั้นทักษะเหล่านี้ได้มาจากช่างเขมรผ่านมาทาง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ก่อนจะมาที่บ้านเขวาสินรินทร์อีกที


ท่านได้ก่อตั้งกลุ่มผู้ผลิตเครื่องเงินเพื่อให้ผู้สนใจในชุมชนเข้าร่วมกันผลิตเครื่องเงิน และไ้ด้ึถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้กับลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากทั้งผู้ที่ขอเข้ามาเรียนโดยตรงและเป็นวิทยากรให้กับหน่วยราชการหลายๆ หน่วย ปัจจุบ้นท่านไม่ค่อยได้ผลิตงานเท่าใดนัก เพราะอายุก็มาก แต่ก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาให้กลุ่มผู้ผลิตเครื่องเงินอยู่

อื่นๆ
ระหว่างที่เดินสำรวจพบว่า บ้านนาตังเป็นหมู่บ้านที่ถนนภายในหมู่บ้านเป็นถนนเส้นเล้กๆ คดเดี้ยวไปมาชวนให้หลง คนในหมู่บ้านแห่งนี้ยังประกอบอาชีพทำมาหากินในหมู่บ้านตามปกติ ไม่ค่อยมีใครเดินทางไปทำงานต่างถิ่น ส่วนหนี่งอาจเป็นเพราะผลงานจากกลุ่มอาชีพที่รวมตัวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพข้างต้นนี้

พวกเราเดินทางออกจากหมู่บ้านเมื่อประมาณเที่ยงตรง หลังจากหารือกับครู ศรช.ฝากให้ช่วยติดตามข้อมูลบางอย่างที่ยังไม่ครบถ้วน

เพิ่มเติม
- ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี่