30 ก.ค. 2552
Learn Anything : เรียนแหลก
Tim Ferriss ผู้แต่งหนังสือ 4hour Work Week มาบรรยายใน TED.com เรื่องประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยพูดถึงหลักการสามข้อพร้อมนำประสบการณ์เกี่ยวกับหลักการนั้นๆ มาอธิบายใหัฟังเพื่อความเข้าใจ ขอสรุปให้ฟังดังนี้
1. First Priciple
หลักการพื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ปรากฏว่าความล้มเหลวในชีวิตส่วนใหญ่มาจากการรับหลักการนี้มาผิดๆ หรือไม่เคยพิสูจน์หลักการนี้เลย ตัวอย่างที่ยกมาคือ การที่เขาหัดเรียนว่ายนั้น เขาได้พบกับ Terry Laughlin ผู้ก่อตั้ง Total Immersion Smimming สิ่งที่เขาได้รับมาคือหลักการพื้นฐานที่ต่างจากการสอนเรื่องว่ายน้ำทั่วๆ ไป และบางเรื่องก็แย้งกันมากเช่น การเตะขาเพื่อให้ไว้น้ำได้เร็วขึ้นนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย แนวทางนี้ให้พยามวางลำตัวให้ขนานไปกับพื้นมากสุดซึ่งการจะทำเช่นนั้นต้องว่ายให้ลำตัวจมอยู่ในน้ำทั้งหมด การจัดท่าจัดทางตามแบบนี้ทำให้ว่ายได้เร็วขึ้นอย่างมาก
น่าแปลกใจที่ผู้ฝึกสอนทั่วๆ ไป ไม่ได้บอกแนวทางเช่นนี้กับนักว่ายน้ำ
2. Material versus Method : สื่อ กับ วิธีการ
เรามักจะสนใจวิธีการเรียน คือ "เรียนอย่างไร" มากกว่า "เรียนกับอะไร" จากประสบการณ์ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นระหว่างขณะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ความคิดแบบนี้กลับใช้ไม่ได้
ทีแรกนั้นเขาซื้อหนังสือหลายเล่มมาอ่านปรากฎว่าไม่ได้ผล แต่สิ่งที่ทำให้เขาอ่านภาษาญี่ปุ่นหรือตัวคันจิได้นั้นคือ ตารางตัวอักษรคันจิของกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นแค่แผ่นเดียว ในตารางนั้นบรรจุตัวอักษรที่ใช้บ่อยๆ 1,945 ตัวอักษร หลังจากทุ่มเทศึกษาตารางนี้(ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าทำอย่างไร) เขาสามารถอ่านหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นได้ สามารถทำงานเแปลภาษาญี่ปุ่นได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี และเทคนิคอีกอย่างหนึ่งในการเรียนภาษาคือ "ทำบ่อยๆ" สำคัญกว่า "ทำอย่างไร"
3. Implicit versus Explicit : สิ่งที่แฝงอยู่ กับ สิ่งที่ชัดแจ้ง
เมื่อ Ferris ตัดสินใจเข้าการแข่งขันเต้นรำระดับโลก เขาพบว่าคู่แข่งของเขานั้นคือผู้ที่ฝึกฝนการเต้นรำมาเป็นเวลานับสิบปี ทำอย่างไรจึงจะชนะพวกเขาเหล่านี้ได้โดยใช้เวลาไม่กี่เดือนที่มีอยู่ ?
เขาเริ่มสำรวจวิธีการของคู่แข่งเหล่านี้ พบกว่าพวกเขาเลือกใช้ท่าที่ซับซ้อน ต้องใช้ความชำนาญ และวิธีฝึกฝนที่เฉพาะเจาะจง แต่มีบางแนวทางที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ฝึกเลย เขาเลือกท่าเต้นที่ค่อนข้างธรรมดา อาศัยการปรับปรุงการหมุนตัว ปรับจังหวะก้าว ปรับจังหวะการเต้น การเลือกทำในสิ่งที่คนอื่นๆ ไม่ทำเป็นวิธีเดียวที่เขาจะสามารถเอาชนะคู่แข่งได้
เรื่องที่ยกมานี้เป็นการเล่าเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการแข่งขันเต้นรำของเขา แต่ผมก็ตีความเอาเองว่า เขาพยามแนะนำให้เราลองศึกษาเรื่องต่างๆ ในแง่มุมที่คนอื่นมองไม่เห็น อาจจะมีแง่มุมที่ไม่ได้มีการสอนหรือบรรจุอยู่ในหลักสูตรทั่วๆ ไป แง่มุมแฝงเช่นนี้อาจจะช่วยให้เราสามารถพัฒนาตนเองได้เช่นกัน
ตอนท้ายการบรรยาย มีการทิ้งท้ายไว้ว่า ความกลัวเป็นเพื่อน ความกลัวเป็นเครื่องบ่งชี้ ส่วนมากแล้วความกลัวจะบอกไม่ให้ทำมากกว่าบอกทำ แต่ความสำเร็จที่เขาได้รับมาทั้งหมดในชีวิตเกิดจากการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า "มันสามารถแย่(หรือเสียหาย)มากที่สุดได้ขนาดไหน?" ให้คิดเชิงวิเคราะห์พิจารณาศักยภาพของคุณแล้วใช้มันขจัดความกลัวเดิมๆ ใช้มันเพื่อสร้างฝันที่ยิ่งใหญ่
24 ก.ค. 2552
ทำอย่างไรให้เขา "หยุด"และฟัง
ไม่ว่าคุณจะขายอะไรสักชิ้นให้คนอื่น ชวนเขาทำงานอะไรสักอย่าง มีขั้นตอนง่ายๆ 2 ขั้นเท่านั้น คือการทำให้เขา"หยุด" และ"ฟัง" สิ่งที่คุณบอก
แต่สิ่งที่ยากคือ ทำอย่างไรให้เขาหยุดจากสิ่งอื่นๆเพื่อฟังเรา ? และเราจะมีวิธีบอกเขาอย่างให้เขาเชื่อ ?
ถ้าคุณไม่รู้ ผมจะพาไปดูตัวอย่างของพวกเขาเหล่านี้
1. K-group เปิดตัว E-girl

2.การประกวด Toyota Pretty ปี 2009

3. วิดิโอเรื่องการติดตั้ง Grub ซ้ำ
ตัวอย่างข้างบนแสดงถึงอะไร ?
ง่ายๆ ครับ ถ้าสิ่งที่เขาสนใจไปกับสิ่งที่คุณจะบอกเป็นเรื่องเดียวกันแล้ว เขาจะยินดีฟัง
- ผมไม่ได้สนใจรถโตโยต้าแต่ยินดีจะรับฟังถ้า Toyota Pretty มานำเสนอ
- ผมไม่สนบริการ K-group แต่ยินดีรับฟังถ้า E-girl มาเล่าอะไรให้ฟังบ้าง
- และผมไม่เคยดูวิดิโอสอน Linux จบสักบท แต่คุณ Nexie ทำให้ผมอดทนดูได้
แล้วคุณหล่ะครับ "หยุด" เขาด้วยวิธีไหน?
แต่สิ่งที่ยากคือ ทำอย่างไรให้เขาหยุดจากสิ่งอื่นๆเพื่อฟังเรา ? และเราจะมีวิธีบอกเขาอย่างให้เขาเชื่อ ?
ถ้าคุณไม่รู้ ผมจะพาไปดูตัวอย่างของพวกเขาเหล่านี้
1. K-group เปิดตัว E-girl

2.การประกวด Toyota Pretty ปี 2009

3. วิดิโอเรื่องการติดตั้ง Grub ซ้ำ
ตัวอย่างข้างบนแสดงถึงอะไร ?
ง่ายๆ ครับ ถ้าสิ่งที่เขาสนใจไปกับสิ่งที่คุณจะบอกเป็นเรื่องเดียวกันแล้ว เขาจะยินดีฟัง
- ผมไม่ได้สนใจรถโตโยต้าแต่ยินดีจะรับฟังถ้า Toyota Pretty มานำเสนอ
- ผมไม่สนบริการ K-group แต่ยินดีรับฟังถ้า E-girl มาเล่าอะไรให้ฟังบ้าง
- และผมไม่เคยดูวิดิโอสอน Linux จบสักบท แต่คุณ Nexie ทำให้ผมอดทนดูได้
แล้วคุณหล่ะครับ "หยุด" เขาด้วยวิธีไหน?
23 ก.ค. 2552
ฟุตบอลลีกดิวิชัน 2 : สุรินทร์ 0 - นครราชสีมา 1
เมื่อวันที่ 19 ก.ค.52 ผมเข้าไปชมฟุตบอลลีกดิวิชัน 2 ระหว่างทีมสโมสรฟุตบอลจังหวัดสุรินทร์ที่ลงเตะในบ้านกับทีมนครราชสีมา ท่ามกลางผู้ชมเต็มสนาม
ผมเห็นป้ายประชาสัมพันธ์การแข่งขันรายการนี้ตั้งแต่ต้นฤดูกาลแล้วมัวแต่ติดธุระเลยไม่ได้เข้าไปให้กำลังใจเสียที ช่วงนี้ว่างๆ และได้ยินรถแห่โฆษณาหลายรอบเหมือนกันเลยเข้าไปชมซะหน่อย

แมทช์นี้แข่งสนามกีฬาจังหวัดสุึรินทร์หรือสนามช้างเป็นสนามเหย้าของทีมสุรินทร์ ผมไปถึงเมื่อประมาณ 16.20 น.ค่าตั๋ว 20 บาท ผมซื้อตั๋วแมทช์เหย้าทั้งฤดูกาลในราคา 200 บาท แถมเสื้อสีตองอ่อนให้อีกตัวหนึ่งไว้ใส่ในแมทช์ต่อๆ ไปด้วย


มีผู้ชมเข้าไปกันเยอะกองเชียร์เจ้าบ้านนั่งเต็มอัฒจันทร์ใหญ่และแสตนด์ข้างๆ ส่วนแฟนๆ นครราชสีมาทีมเยือนที่มาในชุดสีส้มนั้นถูกจัดให้นั่งที่อัฒจันท์ฝั่งตรงข้ามมีประมาณ 40 คนเห็นจะได้ แต่เชียร์เสียงดังดี

ส่วนการแข่งขันนั้นทั้งสองทีมเปิดเกมส์เต็มที่ ครึ่งแรกสูสีกันอยู่ ครึ่งหลังมีเหตุวุ่นวายจากการทำฟาล์วลและนักเตะทำท่าจะมีเรื่อง กองเชียร์ก็ขว้างขวดน้ำลงนิดหน่อย กรรมการเลยให้ใบแดงไปทั้งสองคนเลย โคราชดูจะครองเกมส์ได้มากกว่าและได้ประตูจากลูกตั้งเตะ(น่าจะประมาณนาทีที่ 60 มั้ง) จากนั้นสุรินทร์พยามบุกขึ้นมาบ้าง ส่วนโคราชคอยตั้งรับคอยสวนกลับเร็วจนมีโอกาสได้หลุดเดี่ยวแต่ผู้รักษาประตูสุรินทร์ยังป้องกันไว้ได้ หมดเวลาโคราชบุึกมาชนะสุรินทร์ในบ้าน 1-0

บรรยากาศโดยรวมก็ครึกครื้นสนุึกสนานดี ยกเว้นกองเชียร์ที่ยังมีการตะโกนด่ากัน โห่นักฟุตบอล กรรมการ และฝั่งตรงข้ามบ้าง ผมก็อยากให้ชาวสุรินทร์เราปรับปรุงมารยาทในการชมให้ดีกว่านี้ เริ่มที่เราก่อนเพราะเราก็เป็นเจ้าบ้านด้วย เด็กๆ เล็กๆ ที่เข้าเข้ามาดูกันเยอะจะได้เห็นตัวอย่างที่ดี
รายการแข่งขันในบ้านของทีมสุรินทร์ที่เหลืออยู่มีดังนี้
1 สิงหาคม 2552 สุรินทร์ - มุกดาหาร
15 สิงหาคม 2552 สุรินทร์ - อุบล ยูไนเต็ด
30 สิงหาคม 2552 สุรินทร์ - อุดรธานี
12 กันยายน 2552 สุรินทร์ - บุรีรัมย์
แล้วพบกันที่สนามนะครับ
อื่นๆ
- เว็บไซต์และบล็อกของทีมสโมสรฟุตบอลสุรินทร์
- ภาพบรรยายกาศการแข่งขันโดยคุณ Morientesและคุณ Lovegsr29_HTและ ของผมเอง
ผมเห็นป้ายประชาสัมพันธ์การแข่งขันรายการนี้ตั้งแต่ต้นฤดูกาลแล้วมัวแต่ติดธุระเลยไม่ได้เข้าไปให้กำลังใจเสียที ช่วงนี้ว่างๆ และได้ยินรถแห่โฆษณาหลายรอบเหมือนกันเลยเข้าไปชมซะหน่อย

แมทช์นี้แข่งสนามกีฬาจังหวัดสุึรินทร์หรือสนามช้างเป็นสนามเหย้าของทีมสุรินทร์ ผมไปถึงเมื่อประมาณ 16.20 น.ค่าตั๋ว 20 บาท ผมซื้อตั๋วแมทช์เหย้าทั้งฤดูกาลในราคา 200 บาท แถมเสื้อสีตองอ่อนให้อีกตัวหนึ่งไว้ใส่ในแมทช์ต่อๆ ไปด้วย


มีผู้ชมเข้าไปกันเยอะกองเชียร์เจ้าบ้านนั่งเต็มอัฒจันทร์ใหญ่และแสตนด์ข้างๆ ส่วนแฟนๆ นครราชสีมาทีมเยือนที่มาในชุดสีส้มนั้นถูกจัดให้นั่งที่อัฒจันท์ฝั่งตรงข้ามมีประมาณ 40 คนเห็นจะได้ แต่เชียร์เสียงดังดี

ส่วนการแข่งขันนั้นทั้งสองทีมเปิดเกมส์เต็มที่ ครึ่งแรกสูสีกันอยู่ ครึ่งหลังมีเหตุวุ่นวายจากการทำฟาล์วลและนักเตะทำท่าจะมีเรื่อง กองเชียร์ก็ขว้างขวดน้ำลงนิดหน่อย กรรมการเลยให้ใบแดงไปทั้งสองคนเลย โคราชดูจะครองเกมส์ได้มากกว่าและได้ประตูจากลูกตั้งเตะ(น่าจะประมาณนาทีที่ 60 มั้ง) จากนั้นสุรินทร์พยามบุกขึ้นมาบ้าง ส่วนโคราชคอยตั้งรับคอยสวนกลับเร็วจนมีโอกาสได้หลุดเดี่ยวแต่ผู้รักษาประตูสุรินทร์ยังป้องกันไว้ได้ หมดเวลาโคราชบุึกมาชนะสุรินทร์ในบ้าน 1-0

บรรยากาศโดยรวมก็ครึกครื้นสนุึกสนานดี ยกเว้นกองเชียร์ที่ยังมีการตะโกนด่ากัน โห่นักฟุตบอล กรรมการ และฝั่งตรงข้ามบ้าง ผมก็อยากให้ชาวสุรินทร์เราปรับปรุงมารยาทในการชมให้ดีกว่านี้ เริ่มที่เราก่อนเพราะเราก็เป็นเจ้าบ้านด้วย เด็กๆ เล็กๆ ที่เข้าเข้ามาดูกันเยอะจะได้เห็นตัวอย่างที่ดี
รายการแข่งขันในบ้านของทีมสุรินทร์ที่เหลืออยู่มีดังนี้
1 สิงหาคม 2552 สุรินทร์ - มุกดาหาร
15 สิงหาคม 2552 สุรินทร์ - อุบล ยูไนเต็ด
30 สิงหาคม 2552 สุรินทร์ - อุดรธานี
12 กันยายน 2552 สุรินทร์ - บุรีรัมย์
แล้วพบกันที่สนามนะครับ
อื่นๆ
- เว็บไซต์และบล็อกของทีมสโมสรฟุตบอลสุรินทร์
- ภาพบรรยายกาศการแข่งขันโดยคุณ Morientesและคุณ Lovegsr29_HTและ ของผมเอง
22 ก.ค. 2552
ปุ่มเปิด-ปิด เครื่องของ HP Pavilion
มีเครื่องจากหน่วยงานต่างอำเภอส่งมาให้ลงโปรแกรมห้องสมุดให้ แต่ก่อนจะลงโปรแกรมเราต้องเปิดสวิทช์เครื่องก่อน ปรากฎว่าผมหาปุ่มเปิดไม่เจอครับ หลังจากด้อมมองๆ ได้สักห้านาที ทนไม่ไหวเลยเปิดฝาเครื่องแล้วไล่สายไฟดูเลยว่ามันอยู่ตรงไหน ปรากฎว่าเครื่องรุ่นนี้เอาไปซ่อนไว้ตรงขอบหน้ากากถ้ามองจากด้านหน้าจะไ่ม่เห็นปุ่มเปิดเลย


ผมคิดว่านี่เป็นการออกแบบที่ไม่เหมาะครับ ถึงแม้เึครื่องจะสวยงามอย่างไรแต่การใช้เวลาห้านาทีแล้วยังหาปุ่มเปิดไม่ได้นี่แย่จริงๆ ครับ


ผมคิดว่านี่เป็นการออกแบบที่ไม่เหมาะครับ ถึงแม้เึครื่องจะสวยงามอย่างไรแต่การใช้เวลาห้านาทีแล้วยังหาปุ่มเปิดไม่ได้นี่แย่จริงๆ ครับ
สุริยุปราคา วันที่ 22 ก.ค. 52
21 ก.ค. 2552
ความสำคัญไดรเวอร์ Sound Card และโปรแกรมแต่งเสียงที่แถมมาด้วย
เดิมนั้นผมไม่ค่อยเอาใจใส่เครื่องการติดตั้งไดรเวอร์ของ Sound Card นัก หากในขั้นตอนการติดตั้งระบบปฎิบัติการสามารถหาไดรเวอร์ของ Sound Card พบและทดลองใช้งานได้แล้ว ผมก็จะไม่ติดตั้งไดวเวอร์เฉพาะรุ่นแต่อย่างใด
ช่วงนี้ผมได้โหลดภาพยนต์ภาษาอังกฤษมาชมและฟังเสียงโดยอาศัยหูฟังและลำโพงเล็กๆ ที่อยู่กับจอภาพ ปรากฎว่าหลังจากเร่งวอลุมให้ดังสุดแล้ว เสียงภาพยนต์ก็ไม่ดังเท่าที่ควร ครั้งจะหาลำโพงขยายมาใช้ก็ยุ่งยากเกินไป

ผมจึงลองติดตั้งไดรเวอร์พร้อมโปรแกรมแต่งเสียงของที่ให้มาด้วย ปรากฏว่าสามารถทำให้เสียงดังขึ้นมาได้จนน่าพอใจ นอกจากนี้โปรแกรมแต่งเสียงที่แถมมาด้วย ยังมีฟังชัน Equlizer มาด้วย ช่วยให้เราสามารถปรับแต่งให้เน้นเสียงพูดให้ชัดเจนขึ้นได้อีกด้วย (มีโหมด Vocal)
เขียนเรื่องนี้เพื่อฝากให้ท่านที่เป็นเช่นผมได้ติดตั้งไดรเวอร์และโปรแกรมเสริมให้ครบ สนใจฝึกใช้โปรแกรมแต่งปรับแต่งเสียงบ้างเพื่อดึงความสามารถ Sound Card มาใช้งานได้อย่างเต็มที่ (เอ หรือจะมีผมคนเดียวที่มักง่ายแบบนี้นะ ?)
ช่วงนี้ผมได้โหลดภาพยนต์ภาษาอังกฤษมาชมและฟังเสียงโดยอาศัยหูฟังและลำโพงเล็กๆ ที่อยู่กับจอภาพ ปรากฎว่าหลังจากเร่งวอลุมให้ดังสุดแล้ว เสียงภาพยนต์ก็ไม่ดังเท่าที่ควร ครั้งจะหาลำโพงขยายมาใช้ก็ยุ่งยากเกินไป

ผมจึงลองติดตั้งไดรเวอร์พร้อมโปรแกรมแต่งเสียงของที่ให้มาด้วย ปรากฏว่าสามารถทำให้เสียงดังขึ้นมาได้จนน่าพอใจ นอกจากนี้โปรแกรมแต่งเสียงที่แถมมาด้วย ยังมีฟังชัน Equlizer มาด้วย ช่วยให้เราสามารถปรับแต่งให้เน้นเสียงพูดให้ชัดเจนขึ้นได้อีกด้วย (มีโหมด Vocal)
เขียนเรื่องนี้เพื่อฝากให้ท่านที่เป็นเช่นผมได้ติดตั้งไดรเวอร์และโปรแกรมเสริมให้ครบ สนใจฝึกใช้โปรแกรมแต่งปรับแต่งเสียงบ้างเพื่อดึงความสามารถ Sound Card มาใช้งานได้อย่างเต็มที่ (เอ หรือจะมีผมคนเดียวที่มักง่ายแบบนี้นะ ?)
17 ก.ค. 2552
การใช้ภาษาจีนบนระบบปฎิบัติการ Windows XP
วันนี้นักศึกษาหลักสูตร"ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร"จาก กศน. อย่างผมจะมาเล่าเรื่องการปรับแต่งระบบปฎิบัติการ Windows XP ให้ทำงานกับภาษาจีน สามารถเข้าชมเว็บไซต์ ใช้งานดิกชันนารีและพิมพ์เอกสารภาษาจีนออกมาได้ สำหรับแฟนลินุกซ์เดี๋ยวจะมีบทความเรื่องเช่นเดียวกับ รอใจรอสักหน่อยนะครับ สำหรับขั้นตอนมีดังนี้
1.การติดตั้งภาษาจีนเข้ากับระบบปฎิบัติการ Windows XP
1.1 ไปที่เมนู Start > Settings > Control Panel แล้วดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Regional and Language Options

1.2 ที่หน้าต่าง Regional and Language Options ให้ไปที่แท็บ Languages แล้วทำเครื่องหมายตัวเลือกที่อยู่ในส่วน Subplemental language support ทั้งหมด (ได้แก่ Install file for complex scripts และ Install file for east asian language) แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Ok

1.3 การติดตั้งจะเริ่มขึ้นและจะมีการถามหาแผ่นติดตั้้ง Windows XP ด้วย เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจะมีการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์

1.4 เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ท่านจะสามารถเข้าชมเว็บไซต์ภาษาจีนได้แล้ว ซึ่งผมมักทดสอบที่ www.rfa.org รูปข้างล่างเป็นการเปรียบเทียบหน้าตาของเว็บไซต์ ก่อนและหลังติดตั้งภาษาจีน


2. การติดตั้งคีย์บอร์ดการพิมพ์ภาษาจีน
ในภาษาจีนนอกจากตัวอักษรจีนที่เขียนตัวอักษรแทนคำแต่คำแล้ว ยังมีการนำตัวอักษรโรมันมาใช้เขียนประสมเ็ป็นเสียงเรียกว่า ระบบ Pinyin เพื่อความสะดวกในการศึกษาภาษาจีนสำหรับชาวต่างชาติ
การพิมพ์ตัวอักษรจีนเราไม่สามารถพิมพ์ไปโดยตรงได้เนื่องจากตัวอักษรประกอบด้วยขีดเป็นจำนวนมาก จึงอาศัยการพิมพ์ตัวอักษร Pinyin เข้าไป แล้วโปรแกรมที่เกี่ยวข้องจะแสดงเมนูให้เราเลือกตัวอักษรจีนที่ตรงกับ Pinyin นั้นอีกที่ ดังรูปข้างล่างแสดงการพิมพ์ตัวอักษรจีนในโปรแกรม Notepad

สำหรับวิธีการติดตั้งคีย์บอร์ดภาษาจีนมีดังนี้
2.1 ไปที่เมนู Start > Settings > Control Panel แล้วดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Regional and Language Options
2.2 ในแท็บ Languages คลิ๊กที่ปุ่ม Detail....

2.3 ในหน้าต่าง Text Services and Input Languages ให้คลิ๊กที่ปุ่ม Add

2.4 ในกล่องข้อความ Add Input language ให้เพิ่มภาษาต่อไปนี้
- ส่วน Input Language : Chinese(PRC)
- ส่วน Keyboard layout/IME : Chinese(Simplified) - QuanPin
แล้วคลิ๊กปุ่ม OK

2.5 คลิ๊กปุ่ม OK ของหน้าต่าง Tex Services and Input Language อีกที เป็นอันเสร็จสิ้น ท่านก็จะได้คีย์บอร์ดภาษาจีนมาใช้งาน

การทดสอบการใช้งานคีย์บอร์ดภาษาจีน
ให้เปิดโปรแกรม Notepad จากนั้นสลับคีย์บอร์ดไปที่ภาษาจีนแล้วลองพิมพ์ pinyin จะมีตัวอักษรให้เท่านเลืือก

หากท่านต้องอากรเลือกอักษรตัวที่่ 1 ก็พิมพ์หนึ่งเลย เช่นคำว่า "อี" ให้พิมพ์ yi แล้วตามด้วยเลข 1(ใช้คีย์บอร์ดหลักเท่านั้น จะใช้คีย์ตัวเลขไม่ได้) ท่านก็จะได้อักษร 一

4.การพิมพ์อักษร Pinyin
หากเราต้องการพิมพ์อักษร Pinyin ออกมา ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องติดตั้งโปรแกรมที่ชื่อ Pinyin Input สำหรับวิธีการใช้งานไม่ขอกล่าวถึง ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ กระดานข่าว www.chinese-forums.com และ คู่มือการใช้งาน
1.การติดตั้งภาษาจีนเข้ากับระบบปฎิบัติการ Windows XP
1.1 ไปที่เมนู Start > Settings > Control Panel แล้วดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Regional and Language Options

1.2 ที่หน้าต่าง Regional and Language Options ให้ไปที่แท็บ Languages แล้วทำเครื่องหมายตัวเลือกที่อยู่ในส่วน Subplemental language support ทั้งหมด (ได้แก่ Install file for complex scripts และ Install file for east asian language) แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Ok

1.3 การติดตั้งจะเริ่มขึ้นและจะมีการถามหาแผ่นติดตั้้ง Windows XP ด้วย เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจะมีการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์

1.4 เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ท่านจะสามารถเข้าชมเว็บไซต์ภาษาจีนได้แล้ว ซึ่งผมมักทดสอบที่ www.rfa.org รูปข้างล่างเป็นการเปรียบเทียบหน้าตาของเว็บไซต์ ก่อนและหลังติดตั้งภาษาจีน


2. การติดตั้งคีย์บอร์ดการพิมพ์ภาษาจีน
ในภาษาจีนนอกจากตัวอักษรจีนที่เขียนตัวอักษรแทนคำแต่คำแล้ว ยังมีการนำตัวอักษรโรมันมาใช้เขียนประสมเ็ป็นเสียงเรียกว่า ระบบ Pinyin เพื่อความสะดวกในการศึกษาภาษาจีนสำหรับชาวต่างชาติ
การพิมพ์ตัวอักษรจีนเราไม่สามารถพิมพ์ไปโดยตรงได้เนื่องจากตัวอักษรประกอบด้วยขีดเป็นจำนวนมาก จึงอาศัยการพิมพ์ตัวอักษร Pinyin เข้าไป แล้วโปรแกรมที่เกี่ยวข้องจะแสดงเมนูให้เราเลือกตัวอักษรจีนที่ตรงกับ Pinyin นั้นอีกที่ ดังรูปข้างล่างแสดงการพิมพ์ตัวอักษรจีนในโปรแกรม Notepad

สำหรับวิธีการติดตั้งคีย์บอร์ดภาษาจีนมีดังนี้
2.1 ไปที่เมนู Start > Settings > Control Panel แล้วดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Regional and Language Options
2.2 ในแท็บ Languages คลิ๊กที่ปุ่ม Detail....

2.3 ในหน้าต่าง Text Services and Input Languages ให้คลิ๊กที่ปุ่ม Add

2.4 ในกล่องข้อความ Add Input language ให้เพิ่มภาษาต่อไปนี้
- ส่วน Input Language : Chinese(PRC)
- ส่วน Keyboard layout/IME : Chinese(Simplified) - QuanPin
แล้วคลิ๊กปุ่ม OK

2.5 คลิ๊กปุ่ม OK ของหน้าต่าง Tex Services and Input Language อีกที เป็นอันเสร็จสิ้น ท่านก็จะได้คีย์บอร์ดภาษาจีนมาใช้งาน

การทดสอบการใช้งานคีย์บอร์ดภาษาจีน
ให้เปิดโปรแกรม Notepad จากนั้นสลับคีย์บอร์ดไปที่ภาษาจีนแล้วลองพิมพ์ pinyin จะมีตัวอักษรให้เท่านเลืือก

หากท่านต้องอากรเลือกอักษรตัวที่่ 1 ก็พิมพ์หนึ่งเลย เช่นคำว่า "อี" ให้พิมพ์ yi แล้วตามด้วยเลข 1(ใช้คีย์บอร์ดหลักเท่านั้น จะใช้คีย์ตัวเลขไม่ได้) ท่านก็จะได้อักษร 一

4.การพิมพ์อักษร Pinyin
หากเราต้องการพิมพ์อักษร Pinyin ออกมา ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องติดตั้งโปรแกรมที่ชื่อ Pinyin Input สำหรับวิธีการใช้งานไม่ขอกล่าวถึง ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ กระดานข่าว www.chinese-forums.com และ คู่มือการใช้งาน
16 ก.ค. 2552
การอบรมหลักสูตร "การถ่ายโอนข้อมูลจากฐานข้อมูลจังหวัดเข้าสู่ฐานข้อมูลศูนย์ข้อมูลกลางจังหวัด"
โครงการอบรมนี้จัดโดยสำนักงานจังหวัดสุรินทร์ ณ ห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์บัณฑิตวิทยาลัย อาคารเฉลิมพระเกียรติ 2 มรภ.สุรินทร์ วันที่ 14-15 ก.ค. 52 เนื้อหาต่อเนื่องจากการอบรมเรื่อง "การนำเข้าข้อมูลในระบบฐานข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย"
แม้ชื่อโครงการดูสับสนหน่อยแต่จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการย้ายข้อมูลจาก "ฐานข้อมูลจังหวัด" เข้าสู่ "ฐานข้อมูลศูนย์ข้อมูลกลางจังหวัด" ที่อยู่กระทรวงมหาดไทยโน่น เนื้อหาหลักๆ ของการอบรมไม่ได้พูดถึงการโอนย้ายข้อมูลมากนัก แต่เป็นการแนะนำการติดตั้งและจัดการระบบฐานข้อมูลมากกว่า
ได้คุยกับวิทยากรแล้วท่านก็บอกว่าจุดประสงค์หลักคือ อยากให้หน่วยงานต่างๆ ทราบว่าทางกระทรวงมหาดไทยมีการจัดการฐานข้อมูลอย่างไร มีตาราง ฟิลด์ เรคคอร์ด อย่างไร นำข้อมูลเข้าออกอย่างไร เพื่อที่จะได้เตรียมข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลาต้องนำส่งข้อมูล
ในการอบรมนี้ได้นำผลิตภัณฑ์ Oracle 10g ซึ่งเป็นระบบจัดการฐานข้ือมูลที่ใช้ในโครงการฐานข้อมูลกลาง กระทรวงมหาดไทยมาให้เราได้ทดลองใช้งานกัน เนื้อหาโดยสรุปมีดังนี้
1. ความเป็นมาของโครงการฐานข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับฐานข้อมูล
2. การติดตั้งและทดสอบใช้งาน Oracle 10g
ฐานข้อมูล Oracle 10g เป็นผลิตภัณฑ์ของ Oracle ซึ่งมีหลายแบบ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชัน Express มาทดลองใช้ฟรีได้จากหน้าดาวน์โหลด
ในการอบรมครั้งนี้เมื่อทดสอบใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์แรม 256 MB นั้น ตอนติดตั้งใช้เวลาชั่วโมงกว่า หลังจากติดตั้งเสร็จแ้ล้วเครื่องก็อืั้ดอย่างมากตลอดการอบรมเลย เมื่อติดตั้งเสร็จก็มีการทดลองใช้คำสั่ง SQL ในการจัดการฐานข้อมูล โดยใช้โปรแกรม SQL+ เพื่อเ้ข้าไปจัดการฐานข้อมูลแบบ Text Mode

คำสั่ง SQL ของ Oracle นั้นดูๆ ไปแล้วจะยาวและซับซ้อนกว่าของ MSSQL Server และ Mysql ที่ใช้งานอยู่ นอกจากนี้ยังไม่มีคำั่สั่ง show databases ซะอีก เจอแบบนี้ไปไม่เป็นเลย
3.โปรแกรม Sql Developer
โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรม SQL Client ที่ำทำหน้าที่จัดการฐานข้อมูลผ่าน Graphic Mode เป็นโปรแกรมที่ต้องติดตั้งแยกกันต่างหากจาก 10g มีการทดลองใช้นำเข้าโครงสร้างฐานข้อมูลโดยใช้ แฟ้้ม sql ที่เตรียมมาไว้ การกำหนดชื่อผู้ใช้ระบบ การดัมพ์ฐานข้อมูลเข้าและออกระหว่างผู้ใช้

4. การถ่ายโอนฐานข้อมูล
ส่วนสุดท้ายนี้เป็นการสาธิตการถ่ายโอนฐานข้อมูล โดยส่งโครงสร้างฐานข้อมูลออกไปในรูป CSV เพื่อป้อนข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Excel หลังจากนั้นก็นำข้อมูลกลับเข้ามาในฐานข้อมูล เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
สรุป
การอบรมสองวันนี้ก็ช่วยเพิ่มความเข้าใจในเรื่องระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงมหาดไทยมากขึ้น ทำให้เห็นแนวโน้มว่าต่อไปในอนาคตทุกๆ หน่วยงานราชการไทยก็คงจะเดินไปในแนวทางการจัดทำฐานข้อมูลที่มีมาตรฐานแลกเปลี่ยนกันได้สะดวกมากขึ้น ทางกระทรวงศึกษาก็คงจะมีโครงการลักษณะนี้เช่นกันในอนาคต
อีกประการหนึ่งก็ได้มีโอกาสได้ทำความคุ้นเึคยกับระบบจัดการฐานข้อมูล Oracle อันแสนโด่งดังอีกด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็รู้สึกว่ามันก็คล้ายกับ MSSQL ที่เคยอบรมมาเหมือนกัน
แม้ชื่อโครงการดูสับสนหน่อยแต่จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการย้ายข้อมูลจาก "ฐานข้อมูลจังหวัด" เข้าสู่ "ฐานข้อมูลศูนย์ข้อมูลกลางจังหวัด" ที่อยู่กระทรวงมหาดไทยโน่น เนื้อหาหลักๆ ของการอบรมไม่ได้พูดถึงการโอนย้ายข้อมูลมากนัก แต่เป็นการแนะนำการติดตั้งและจัดการระบบฐานข้อมูลมากกว่า
ได้คุยกับวิทยากรแล้วท่านก็บอกว่าจุดประสงค์หลักคือ อยากให้หน่วยงานต่างๆ ทราบว่าทางกระทรวงมหาดไทยมีการจัดการฐานข้อมูลอย่างไร มีตาราง ฟิลด์ เรคคอร์ด อย่างไร นำข้อมูลเข้าออกอย่างไร เพื่อที่จะได้เตรียมข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลาต้องนำส่งข้อมูล
ในการอบรมนี้ได้นำผลิตภัณฑ์ Oracle 10g ซึ่งเป็นระบบจัดการฐานข้ือมูลที่ใช้ในโครงการฐานข้อมูลกลาง กระทรวงมหาดไทยมาให้เราได้ทดลองใช้งานกัน เนื้อหาโดยสรุปมีดังนี้
1. ความเป็นมาของโครงการฐานข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับฐานข้อมูล
2. การติดตั้งและทดสอบใช้งาน Oracle 10g
ฐานข้อมูล Oracle 10g เป็นผลิตภัณฑ์ของ Oracle ซึ่งมีหลายแบบ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชัน Express มาทดลองใช้ฟรีได้จากหน้าดาวน์โหลด
ในการอบรมครั้งนี้เมื่อทดสอบใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์แรม 256 MB นั้น ตอนติดตั้งใช้เวลาชั่วโมงกว่า หลังจากติดตั้งเสร็จแ้ล้วเครื่องก็อืั้ดอย่างมากตลอดการอบรมเลย เมื่อติดตั้งเสร็จก็มีการทดลองใช้คำสั่ง SQL ในการจัดการฐานข้อมูล โดยใช้โปรแกรม SQL+ เพื่อเ้ข้าไปจัดการฐานข้อมูลแบบ Text Mode

คำสั่ง SQL ของ Oracle นั้นดูๆ ไปแล้วจะยาวและซับซ้อนกว่าของ MSSQL Server และ Mysql ที่ใช้งานอยู่ นอกจากนี้ยังไม่มีคำั่สั่ง show databases ซะอีก เจอแบบนี้ไปไม่เป็นเลย
3.โปรแกรม Sql Developer
โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรม SQL Client ที่ำทำหน้าที่จัดการฐานข้อมูลผ่าน Graphic Mode เป็นโปรแกรมที่ต้องติดตั้งแยกกันต่างหากจาก 10g มีการทดลองใช้นำเข้าโครงสร้างฐานข้อมูลโดยใช้ แฟ้้ม sql ที่เตรียมมาไว้ การกำหนดชื่อผู้ใช้ระบบ การดัมพ์ฐานข้อมูลเข้าและออกระหว่างผู้ใช้

4. การถ่ายโอนฐานข้อมูล
ส่วนสุดท้ายนี้เป็นการสาธิตการถ่ายโอนฐานข้อมูล โดยส่งโครงสร้างฐานข้อมูลออกไปในรูป CSV เพื่อป้อนข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Excel หลังจากนั้นก็นำข้อมูลกลับเข้ามาในฐานข้อมูล เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
สรุป
การอบรมสองวันนี้ก็ช่วยเพิ่มความเข้าใจในเรื่องระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงมหาดไทยมากขึ้น ทำให้เห็นแนวโน้มว่าต่อไปในอนาคตทุกๆ หน่วยงานราชการไทยก็คงจะเดินไปในแนวทางการจัดทำฐานข้อมูลที่มีมาตรฐานแลกเปลี่ยนกันได้สะดวกมากขึ้น ทางกระทรวงศึกษาก็คงจะมีโครงการลักษณะนี้เช่นกันในอนาคต
อีกประการหนึ่งก็ได้มีโอกาสได้ทำความคุ้นเึคยกับระบบจัดการฐานข้อมูล Oracle อันแสนโด่งดังอีกด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็รู้สึกว่ามันก็คล้ายกับ MSSQL ที่เคยอบรมมาเหมือนกัน
ตามหา Language Bar ที่หายไป
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานผมอยู่ดีๆ Language Bar ก็หายไปเฉยๆ

ครั้นจะเข้าไปตั้งใหม่ในหน้าต่าง Text Servirce and Input Languages ก็ปรากฎว่าปุ่ม Language ไม่ Active ไปซะงั้น

ลองค้นจากอินเทอร์เนตถึงเจอวิธีแก้ โดยต้องเข้าไปที่ส่วนหน้าต่าง Text Service and Input Languages จากนั้นไปที่แท็บ Advance แล้วยกเลิกตัวเลือกหน้า Turn off advanced text services แล้ว ปุ่ม Language จะกลับมา จึงค่อยตั้งค่า Language Bar ต่อไป

ครั้นจะเข้าไปตั้งใหม่ในหน้าต่าง Text Servirce and Input Languages ก็ปรากฎว่าปุ่ม Language ไม่ Active ไปซะงั้น

ลองค้นจากอินเทอร์เนตถึงเจอวิธีแก้ โดยต้องเข้าไปที่ส่วนหน้าต่าง Text Service and Input Languages จากนั้นไปที่แท็บ Advance แล้วยกเลิกตัวเลือกหน้า Turn off advanced text services แล้ว ปุ่ม Language จะกลับมา จึงค่อยตั้งค่า Language Bar ต่อไป
12 ก.ค. 2552
ครอบครัวตึ๋งหนืด ตอนเอาชีวิตรอดด้วยเงิน 30 บาท
หนังสือการ์ตูนชุดนี้นี้แปลมาจากต้นฉบับภาษาเกาหลีของ Lee Bong-gi โดยอภิศรี นิรุตติปัญญากุล ในชุดนี้ประกอบด้วยหนังสือหลายเล่ม เนื้อหาเป็นการสอนเรื่องการประหยัดให้กับผู้อ่าน โดยแทรกเรื่องราวชีวิตของครอบครัวตึ่งหนืด ซึ่งเป็นครอบครัวฐานะปานกลางแต่ฝันอยากจะมีบ้านที่ทุกคนสามารถมีห้องนอนส่วนตัวได้ทำให้ต้องประหยัดกันทุกวิถีทาง

เล่มที่ผมเอามาแนะนำนี้เป็นตอน "เอาชีวิตรอดด้วยเงิน 30 บาท" เป็นเรื่องราวเหตุการณ์ของครอบครัวตึ่งหนืดที่สมาชิกแต่ละคนมีเหตุจำเป็นต้องจัดการธุระการงานต่างๆ โดยใช้เงิน 30 บาท เช่น การจัดปาร์ตี้ การแต่งห้อง การฝึกภาษา ฯ เป็นต้น

หลายๆ เหตุการณ์พวกเขาก็แก้ปัญหาอย่างได้ผล บางเหตุการณ์กลับสร้างเรื่องยุ่งในตอนท้าย แต่อย่างไรก็ตามในหนังสือจะมีการสรุปเนื้อหาให้ในตอนท้าย ว่าในสถานณ์การนั้นๆ เราจะประหยัดได้อย่างไร

ตอนที่ถูกใจผมคือ การจัดปาร์ตี้แสนสนุกด้วยเงิน 30 บาท โดยจัดเป็นปาร์ตี้ที่ทุกคนนำอาหารมาร่วมรับประทานกัน (กลุ่มครูสุรินทร์ก็เคยทำกัน แต่เลิกไปด้วยเหตุผลเกรงใจเจ้าของบ้านต้องเก็บกวาด หรือเว็บช่างคุยเขาก็คิดจัดอบรมทำ Padcast ด้วยวิธีนี้) ในสรุปท้ายเรื่องยังแนะนำเคล็ดลับในการจัดปาร์ตี้ให้สนุกด้วยว่าควรมีการเล่นเกมส์เพื่อสร้างความคุ้นเคย หาของตกแต่ง หรือจัดปาร์ตี้พิเศษๆ เช่นให้ทุกคนนำของที่ไม่ใช้แล้วมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน เป็นต้น
การ์ตูนเล่มนี้ช่วยให้เด็กหรือกระทั่งผู้ใหญ่ได้หาความรู้เกี่ยวกับการประหยัดโดยไม่น่าเบื่อ และนอกจากชุดนี้แล้ว ทางห้องสมุดประชาชนจังหวัดสุรินทร์ยังมีหนังสือการ์ตูนที่ให้สาระไว้บริการอีกหลายเล่ม(ส่วนใหญ่เป็นของบริษัทนานมี บุคส์) จึงขอเชิญชวนผู้ทื่สนใจแวะมาอ่านได้ทุกวัน(ยกเว้นวันนักขัตฤกษ์)

เล่มที่ผมเอามาแนะนำนี้เป็นตอน "เอาชีวิตรอดด้วยเงิน 30 บาท" เป็นเรื่องราวเหตุการณ์ของครอบครัวตึ่งหนืดที่สมาชิกแต่ละคนมีเหตุจำเป็นต้องจัดการธุระการงานต่างๆ โดยใช้เงิน 30 บาท เช่น การจัดปาร์ตี้ การแต่งห้อง การฝึกภาษา ฯ เป็นต้น

หลายๆ เหตุการณ์พวกเขาก็แก้ปัญหาอย่างได้ผล บางเหตุการณ์กลับสร้างเรื่องยุ่งในตอนท้าย แต่อย่างไรก็ตามในหนังสือจะมีการสรุปเนื้อหาให้ในตอนท้าย ว่าในสถานณ์การนั้นๆ เราจะประหยัดได้อย่างไร

ตอนที่ถูกใจผมคือ การจัดปาร์ตี้แสนสนุกด้วยเงิน 30 บาท โดยจัดเป็นปาร์ตี้ที่ทุกคนนำอาหารมาร่วมรับประทานกัน (กลุ่มครูสุรินทร์ก็เคยทำกัน แต่เลิกไปด้วยเหตุผลเกรงใจเจ้าของบ้านต้องเก็บกวาด หรือเว็บช่างคุยเขาก็คิดจัดอบรมทำ Padcast ด้วยวิธีนี้) ในสรุปท้ายเรื่องยังแนะนำเคล็ดลับในการจัดปาร์ตี้ให้สนุกด้วยว่าควรมีการเล่นเกมส์เพื่อสร้างความคุ้นเคย หาของตกแต่ง หรือจัดปาร์ตี้พิเศษๆ เช่นให้ทุกคนนำของที่ไม่ใช้แล้วมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน เป็นต้น
การ์ตูนเล่มนี้ช่วยให้เด็กหรือกระทั่งผู้ใหญ่ได้หาความรู้เกี่ยวกับการประหยัดโดยไม่น่าเบื่อ และนอกจากชุดนี้แล้ว ทางห้องสมุดประชาชนจังหวัดสุรินทร์ยังมีหนังสือการ์ตูนที่ให้สาระไว้บริการอีกหลายเล่ม(ส่วนใหญ่เป็นของบริษัทนานมี บุคส์) จึงขอเชิญชวนผู้ทื่สนใจแวะมาอ่านได้ทุกวัน(ยกเว้นวันนักขัตฤกษ์)
11 ก.ค. 2552
the world's English mania โลกแห่งการคลั่งภาษาอังกฤษ
Jay Walker มาบรรยายเรื่องกระแสความนิยมภาษาอังกฤษที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในปีนี้เด็กๆ ชาวจีนที่ต้องเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ประถมปีที่สาม ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีคนพูดภาษาัอังกฤษมากที่สุดในโลกไปแล้ว
ความนิยมเช่นนี้ทำให้ภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาของโลก และจะถูกใช้ในการแก้ปัญหา่ร่วมกันของโลก เช่น ปัญหาโลกร้อนเป็นต้น ตอนนี้ผมก็กำลังเรียนภาษาของโลกอยู่ อีกสักหน่อยบล็อกนี้จะกลายเป็นบล็อกสองภาษา รอติดตามอ่านกันได้นะครับ
ขอเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ตัวผู้บรรยายเขามีห้องสมุดส่วนตัวที่อลังการมาก ลองเข้าไปชมกันนะครับ
การต่อใบขับขี่จักรยานต์ (5 ปี)
- หลักฐานที่ใช้คือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน,สำเนาทะเบียนบ้าน,รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป ,ใบรับรองแพทย์ และใบขับขี่เดิม
- ท่านต้องเข้ารับการอบรม 1 ชม. ที่เจอคือ เจ้าหน้าที่ให้นั่งดูวิดิโอ
- มีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายด้วย เช่น เรื่องตาบอดสี เป็นต้น
- เสียค่าใช้จ่าย 255 บาท ใช้เวลาครึ่งวัน
- ท่านต้องเข้ารับการอบรม 1 ชม. ที่เจอคือ เจ้าหน้าที่ให้นั่งดูวิดิโอ
- มีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายด้วย เช่น เรื่องตาบอดสี เป็นต้น
- เสียค่าใช้จ่าย 255 บาท ใช้เวลาครึ่งวัน
8 ก.ค. 2552
ความเป็นเอกภาพหลายรูปแบบ
ช่วงนี้ท่านจะได้เห็นวลีหรือคำต่างๆ เกี่ยวกับความสมัครสมานสามัคคีมากมาย มากจนจำไม่ได้และไม่รู้่ว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่ คำบางคำก็มีหลายความหมายได้หลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่นคำว่าเอกภาพ เมื่อสังเกตจากวัดใกล้ๆ บ้านจะมีเอกภาพหลายรูปแบบดังนี้
1.เอกภาพแบบข้าวทิพย์

(ที่มา : เว็บไซต์สุรนารีซิตี้ดอทคอม)
เมื่อกวนข้าวทิพย์ ที่ทุกคนจะนำถั่ว น้ำมันงา ข้าวเหนียว น้ำตาล นม ฯลฯ มาเทรวมกันและกวนในกะทะจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เอกภาพแบบนี้ทำให้ส่วนประกอบแต่ละชนิดเสียลักษณะของตนเองไปกลายเป็นส่วนหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้ และผลิตภัณฑ์นั้นจะมีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด
2.เอกภาพแบบสำรับภัตตาหาร

(ที่มา : เว็บไซต์วัดจันทาราม(ท่าซุง) )
เมื่อเราจะถวายภัตตาหารในวันพระ จะมีการจัดสำรับอาหาร อาหารแต่ละชนิดจะถูกจัดในถ้วยเล็กๆไม่ปะกันกันรวมกันเป็นสำรับสำหรับประเคนต่อไป เอกภาพแบบนี้ส่วนประกอบแต่ละชนิดยังสามารถรักษาลักษณะของตนเองไว้นี้ เมื่อรวมกันแล้วก็ยังไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ลักษณะ(หรือรสชาติ)ที่แตกต่างกันนี้ทำให้สำหรับนั้นน่ารับประทานมากขึ้น
มีคนไม่น้อยเชื่อความเป็นแบบภาพมีเพียงรูปแบบเดียว คือเอกภาพแบบข้าวทิพย์ ทุึกคนต้องเป็นเหมือนกันทั้งหมด คนที่แตกต่างถือว่าเป็นปัญหา ต้องมีมาตรการต่างๆ มาเปลี่ยนให้เหมือนกับกลุ่มใหญ่ เป็นผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นมากมาย
ถ้าเอาแนวคิดของคนเหล่านี้มาใช้โดยไม่ดูบริบท ก็ให้นึกถึงการที่เราถวายภัตตาหารโดยเทอาหารรวมกันทั้งหมด (ได้ยินว่าพระบางรูปที่เคร่งมากๆ ท่านก็ทำแบบนั้น) ถ้าทำอย่างนั้นจะได้ประโยชน์อะไร?
1.เอกภาพแบบข้าวทิพย์

(ที่มา : เว็บไซต์สุรนารีซิตี้ดอทคอม)
เมื่อกวนข้าวทิพย์ ที่ทุกคนจะนำถั่ว น้ำมันงา ข้าวเหนียว น้ำตาล นม ฯลฯ มาเทรวมกันและกวนในกะทะจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เอกภาพแบบนี้ทำให้ส่วนประกอบแต่ละชนิดเสียลักษณะของตนเองไปกลายเป็นส่วนหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้ และผลิตภัณฑ์นั้นจะมีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด
2.เอกภาพแบบสำรับภัตตาหาร

(ที่มา : เว็บไซต์วัดจันทาราม(ท่าซุง) )
เมื่อเราจะถวายภัตตาหารในวันพระ จะมีการจัดสำรับอาหาร อาหารแต่ละชนิดจะถูกจัดในถ้วยเล็กๆไม่ปะกันกันรวมกันเป็นสำรับสำหรับประเคนต่อไป เอกภาพแบบนี้ส่วนประกอบแต่ละชนิดยังสามารถรักษาลักษณะของตนเองไว้นี้ เมื่อรวมกันแล้วก็ยังไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ลักษณะ(หรือรสชาติ)ที่แตกต่างกันนี้ทำให้สำหรับนั้นน่ารับประทานมากขึ้น
มีคนไม่น้อยเชื่อความเป็นแบบภาพมีเพียงรูปแบบเดียว คือเอกภาพแบบข้าวทิพย์ ทุึกคนต้องเป็นเหมือนกันทั้งหมด คนที่แตกต่างถือว่าเป็นปัญหา ต้องมีมาตรการต่างๆ มาเปลี่ยนให้เหมือนกับกลุ่มใหญ่ เป็นผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นมากมาย
ถ้าเอาแนวคิดของคนเหล่านี้มาใช้โดยไม่ดูบริบท ก็ให้นึกถึงการที่เราถวายภัตตาหารโดยเทอาหารรวมกันทั้งหมด (ได้ยินว่าพระบางรูปที่เคร่งมากๆ ท่านก็ทำแบบนั้น) ถ้าทำอย่างนั้นจะได้ประโยชน์อะไร?
7 ก.ค. 2552
หนังสือเสมือนมัคคุเทศน์
1. มัคคุเทศน์พาเราไปร้านอาหารได้ แต่ไม่สามารถสั่งอาหารที่ตรงใจเราได้
2. มัคคุเทศน์จะให้ข้อมูลทั่วไปๆ ข้อมูลเชิงลึกบางอย่างไรก็ต้องค้นหาเอาเอง
3. หลายๆ ครั้ง เราสามารถเที่ยวชมสิ่งต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยมัคคุเทศน์
4. เมื่อเรากลับไปเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยวแห่งนั้นอีก อาจไม่จำเป็นต้องใช้มัคคุเทศน์
5. คุณเองก็เป็นมัคคุเทศน์ให้คนอื่น สำหรับเรื่องที่คุณชำนาญได้เช่นกัน
6. หากไปเที่ยวโดยไม่มีมัคคุเทศน์ก็สนุกผจญภัยไปอีกแบบ
ความที่เราใช้เวลากับหนังสือเป็นระยะเวลายาวนานและเกี่ยวข้องกับเรามาก ทำให้เราทึกทักเอาว่าความจริงทั้งหมดบรรจุอยู่ในหนังสือ ผลก็คือเราไปไม่ไกลกว่าหนังสือ
เราควรจะมองว่า แม้หนังสือเป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้แต่ก็มีข้อจำกัดหลายๆอย่าง การเรียนรู้จริงๆ เกิดขึ้นเมื่อลงมือปฎิบัติ ในหลายๆ กรณี หนังสือก็ไม่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้เลย ในบางกรณีหน้งสือกลับเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้เสียด้วยซ้ำ
2. มัคคุเทศน์จะให้ข้อมูลทั่วไปๆ ข้อมูลเชิงลึกบางอย่างไรก็ต้องค้นหาเอาเอง
3. หลายๆ ครั้ง เราสามารถเที่ยวชมสิ่งต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยมัคคุเทศน์
4. เมื่อเรากลับไปเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยวแห่งนั้นอีก อาจไม่จำเป็นต้องใช้มัคคุเทศน์
5. คุณเองก็เป็นมัคคุเทศน์ให้คนอื่น สำหรับเรื่องที่คุณชำนาญได้เช่นกัน
6. หากไปเที่ยวโดยไม่มีมัคคุเทศน์ก็สนุกผจญภัยไปอีกแบบ
ความที่เราใช้เวลากับหนังสือเป็นระยะเวลายาวนานและเกี่ยวข้องกับเรามาก ทำให้เราทึกทักเอาว่าความจริงทั้งหมดบรรจุอยู่ในหนังสือ ผลก็คือเราไปไม่ไกลกว่าหนังสือ
เราควรจะมองว่า แม้หนังสือเป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้แต่ก็มีข้อจำกัดหลายๆอย่าง การเรียนรู้จริงๆ เกิดขึ้นเมื่อลงมือปฎิบัติ ในหลายๆ กรณี หนังสือก็ไม่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้เลย ในบางกรณีหน้งสือกลับเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้เสียด้วยซ้ำ
ความเร็วการเชื่อมต่อเนตแบบ Edge(Edge connecion peed test)

ผลการทดสอบความเร็วการเชื่อมต่ออินเทอร์เนตแบบ Edge ของ AIS เมื่อประมาณสองโมงเช้า 7 ก.ค. 2552 (วันเข้าพรรรษา)จากเว็บไซต์ adslthailand.net
ได้ความเร็วในการดาวน์ฺโหลด 108 kbps และอัพโหลด 62 kbps
4 ก.ค. 2552
English for communication class
Today I come to join the first hour English class created by Maung Surin ONIE(or Korsornor Muang Surin in thai) at Surin Pulic Libray.
This official name of this class is "English for communication". I and other four studens meet our teacher. Her name is Ms.Supisara. She will teach us for next five weeks.

There are a few students who join this class today but the librarian who organize this project tell me that there more student apply for this class but they 're busy today and will come next time.
This official name of this class is "English for communication". I and other four studens meet our teacher. Her name is Ms.Supisara. She will teach us for next five weeks.

There are a few students who join this class today but the librarian who organize this project tell me that there more student apply for this class but they 're busy today and will come next time.
2 ก.ค. 2552
การฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการ การนำเข้ามูลในระบบฐานข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย
จากการที่ สนง.จังหวัดสุรินทร์ได้เชิญตัวแทนหน่วยงานเข้าร่วมประชุมเรื่องฐานข้อมูลกลางของกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ทางหน่วยราชการต่างๆ ได้เตรียมข้อมูลไว้นั้น ถึงเวลาที่จะป้อนข้อมูลจริงๆ ในการรอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นสองรุ่นระหว่าง 2-3 กรกฎาคม 2552 ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์บัณฑิตวิทยาลัย ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 2 (อาคาร 30) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

การบรรยายเรื่อง การใช้งานระบบศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาไทยและจังหวัด ,มาตรฐานข้อมูลที่ใช้ในระบบและการแลกเปลี่ยนข้อมูล
คุณวรรณภาจากศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เนื้อหาเป็นการเล่าถึงความเป็นมาของโครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลกลาง (ผมเคยเขียนไว้ในบล็อกแล้ว) ซึ่งความยากลำบากคือ การรวบรวมข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในระบบต่างๆ กระจัดกระจายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
เนื้อหาส่วนใหญ่ดูเหมือนเกี่ยวกับกับเจ้าหน้าที่สารสนเทศที่อยู่ในสำนักงานจังหวัดมากกว่าจะเป็นหน่วยราชการทั่วไป แต่ก็ดีที่ได้ฟังถือว่าเป็นความรู้เกี่ยวกับวิชาระบบฐานข้อมูลก็แล้วกัน ผมขอเล่าเฉพาะคำศัพท์ที่น่าสนใจที่วิทยากรพูดให้ฟังแล้วไม่เข้าใจ ต้องลองค้น Google เพิ่มเติม ดังนี้
Maintainance Agreement(MA) - ได้ยินวิทยากรบรรยายว่า "ทางหน่วยงานเราได้ทำ MA ไว้แล้ว ทางบริษัทฯ ต้องแก้ไขฐานข้อมูลให้" เมื่อค้นดูคำแปลตรงตัวว่า ข้อตกลงในการซ่อมบำรุง
ด้วยเหตที่เวลาเราซื้ออุปกรณ์หรือซอพท์แวร์เข้ามา ผู้ขายก็จะดูแลซ่อมบำรุงให้ในช่วงเวลารับประกัน เมื่อพ้นระยะนี้แล้วก็ไม่มีภาระผูกพันต้องมาดูแลอะไรอีก อุปกรณ์บางอย่างที่ราคาแพงและซับซ้อนมากๆ ก็ยากที่จะหาบริษัทอื่นมาซ่อมบำรุงได้
เพื่อป้องกันปัญหาเช่นนี้จะต้องมีการทำข้อตกลงตั้งแต่ตอนซื้อสินค้าว่า ถึงแม้พ้นระยะประกันแล้วทางผู้จำหน่ายก็จะต้องเข้ามาซ่อมบำรุงอุปกรณ์นี้ให้หน่วยงาน โดยสามารถคิดค่าใช้จ่ายในอัตราที่กำหนดไว้ (ตัวอย่างของ MA )
Extract ,Transform ,Load (ETL) - เป็นกระบวนการในการนำข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบต่างๆ มาแปลงเป็นข้อมูลในรูปแบบที่เราต้องการ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ) ส่วนวิธีแปลงรูปแบบง่ายที่สุด(แต่เหนื่อยที่สุด)ที่เราก็ทำกันมานานแล้วก็คือ ใช้คนป้อนข้อมูลเหล่านี้ไปในรูปแบบใหม่นั่นเอง
Goverment Data exchange(GDX) - เป็นวิธีการแลกเปลี่ยนในการฐานข้อมูลของภาครัฐ อ่านรายละเอียดได้จากสไลด์ของ สบทร.
Data Cube - เป็นแนวคิดในการเก็บข้อมูลในคลังข้อมูล ทำให้สามารถดึงออกมาวิเคราะห์ได้ง่าย ดูรายละเอียดได้จากสไลด์นำเสนอวิชาสารสนเทศเพื่อการบริหารและสารสนเทศเพื่อการกำหนดนโยบาย

สำหรับช่วงบ่ายเป็นการทดลองเข้าไปป้อนข้อมูล ซึ่งก็ไม่ซับซ้อนอะไรนักเพียงแต่เวลาทดลองจริงๆ ความเร็วในการเชื่อมต่อช้าเหลือเกิน โชคดีที่ตอนเช้าได้ลองเข้าไปดูแล้ว คิดว่ากลับมาป้อนที่หน่วยงานในภายหลังได้
สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถเข้าดูข้อมูลสารสนเทศได้ในเว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทยได้เช่นกัน
เพิ่มเติม
- ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี่

การบรรยายเรื่อง การใช้งานระบบศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาไทยและจังหวัด ,มาตรฐานข้อมูลที่ใช้ในระบบและการแลกเปลี่ยนข้อมูล
คุณวรรณภาจากศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เนื้อหาเป็นการเล่าถึงความเป็นมาของโครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลกลาง (ผมเคยเขียนไว้ในบล็อกแล้ว) ซึ่งความยากลำบากคือ การรวบรวมข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในระบบต่างๆ กระจัดกระจายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
เนื้อหาส่วนใหญ่ดูเหมือนเกี่ยวกับกับเจ้าหน้าที่สารสนเทศที่อยู่ในสำนักงานจังหวัดมากกว่าจะเป็นหน่วยราชการทั่วไป แต่ก็ดีที่ได้ฟังถือว่าเป็นความรู้เกี่ยวกับวิชาระบบฐานข้อมูลก็แล้วกัน ผมขอเล่าเฉพาะคำศัพท์ที่น่าสนใจที่วิทยากรพูดให้ฟังแล้วไม่เข้าใจ ต้องลองค้น Google เพิ่มเติม ดังนี้
Maintainance Agreement(MA) - ได้ยินวิทยากรบรรยายว่า "ทางหน่วยงานเราได้ทำ MA ไว้แล้ว ทางบริษัทฯ ต้องแก้ไขฐานข้อมูลให้" เมื่อค้นดูคำแปลตรงตัวว่า ข้อตกลงในการซ่อมบำรุง
ด้วยเหตที่เวลาเราซื้ออุปกรณ์หรือซอพท์แวร์เข้ามา ผู้ขายก็จะดูแลซ่อมบำรุงให้ในช่วงเวลารับประกัน เมื่อพ้นระยะนี้แล้วก็ไม่มีภาระผูกพันต้องมาดูแลอะไรอีก อุปกรณ์บางอย่างที่ราคาแพงและซับซ้อนมากๆ ก็ยากที่จะหาบริษัทอื่นมาซ่อมบำรุงได้
เพื่อป้องกันปัญหาเช่นนี้จะต้องมีการทำข้อตกลงตั้งแต่ตอนซื้อสินค้าว่า ถึงแม้พ้นระยะประกันแล้วทางผู้จำหน่ายก็จะต้องเข้ามาซ่อมบำรุงอุปกรณ์นี้ให้หน่วยงาน โดยสามารถคิดค่าใช้จ่ายในอัตราที่กำหนดไว้ (ตัวอย่างของ MA )
Extract ,Transform ,Load (ETL) - เป็นกระบวนการในการนำข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบต่างๆ มาแปลงเป็นข้อมูลในรูปแบบที่เราต้องการ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ) ส่วนวิธีแปลงรูปแบบง่ายที่สุด(แต่เหนื่อยที่สุด)ที่เราก็ทำกันมานานแล้วก็คือ ใช้คนป้อนข้อมูลเหล่านี้ไปในรูปแบบใหม่นั่นเอง
Goverment Data exchange(GDX) - เป็นวิธีการแลกเปลี่ยนในการฐานข้อมูลของภาครัฐ อ่านรายละเอียดได้จากสไลด์ของ สบทร.
Data Cube - เป็นแนวคิดในการเก็บข้อมูลในคลังข้อมูล ทำให้สามารถดึงออกมาวิเคราะห์ได้ง่าย ดูรายละเอียดได้จากสไลด์นำเสนอวิชาสารสนเทศเพื่อการบริหารและสารสนเทศเพื่อการกำหนดนโยบาย

สำหรับช่วงบ่ายเป็นการทดลองเข้าไปป้อนข้อมูล ซึ่งก็ไม่ซับซ้อนอะไรนักเพียงแต่เวลาทดลองจริงๆ ความเร็วในการเชื่อมต่อช้าเหลือเกิน โชคดีที่ตอนเช้าได้ลองเข้าไปดูแล้ว คิดว่ากลับมาป้อนที่หน่วยงานในภายหลังได้
สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถเข้าดูข้อมูลสารสนเทศได้ในเว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทยได้เช่นกัน
เพิ่มเติม
- ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี่
หลักสูตรภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร โดย กศน.เมืองสุรินทร์
มาเล่าบรรยากาศในการเรียนภาษาจีนที่จัดโดย กศน.อำเภอเมืองสุรินทร์ (ที่เคยประชาสัมพันธ์ไป)ให้ผู้อ่านได้ทราบกัน
หลักสูตรนี้มีระยะเวลา 40 ชม. เริ่มเรียนเมื่อ 18 พ.ค 52 - 30 มิ.ย.52 วันจันทร์-ศุกร์ เรียนวันละ 1 ชม.ต่อมาเพิ่มเป็น 2 ชม.ต่อวัน ตั้งแต่ 17.00 น.เป็นต้นไป ส่วนวันเสาร์อาทิตย์นั้น มีการเรียนเพิ่มอีก 3 ชม. วิทยากรคือ อ.สุภาวดี ตั้งธีระวัฒนะ จาก ม.เทคโนโลยีราชมงคลอิสาน วิทยาเขตสุรินทร์ สถานที่เรียนคือห้องประชุมเล็กในห้องสมุดประชาชนจังหวัดสุรินทร์
บรรยากาศในการเรียนก็เป็นกันเองดี แรกๆ จะมีสมาชิกเรามาเยอะหน่อยต่อมาก็ค่อยๆ หายไป เริ่มต้นจะเป็นการเรียนเกี่ยวกับสัทอักษร Pinyin จากนั้นก็เรียนศัพท์ภาษาจีนผ่านบทสนทนาง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเป็นบทๆ ไป สลับกับการร้องเพลงจีน
สำหรับตัวผมเองนั้น ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาต้องไปราชการหลายครั้งจึงเข้าเรียนได้ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด แถมตอนเรียนนั้นผมก็ได้ทบทวนเนื้อหาเลย เข้าไปนั่งฟังเฉยๆ อาจารย์ถามอะไรก็ยิ้มลูกเดียว แต่ก็ไม่ได้ตกใจมากมายอะไร เพราะผมมีนิสัยแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว คือไม่ชอบทำอะไรพร้อมเพื่อนๆ แต่จะเข้าไปนั่งเรียนเพื่อดูว่าเขาไปกันถึงไหน แล้วค่อยมาทบทวนตามหลัง

สิ่งหนึ่งที่ได้รับจากหลักสูตรนี้คือ ได้เห็นวิธีการสอนภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่ที่ใช้กันทั่วไป ที่จะเริ่มจากการศึกษาเกี่ยวกับการออกเสียง ผ่าน Pinyin (หรือสัทอักษรแบบอื่นๆ ในภาษาอื่น เช่น ภาษาเขมร ใช้ IPA)ก่อน แล้วค่อยไปฝึกพูด เรียนคำศัพท์ และเขียนในที่สุด
หันกลับมาดูภาษาอังกฤษที่เราสอนในโรงเรียน กลับไม่เป็นแบบนั้น เปิดตัวมาที่การคัด A,B,C เขียนคำศัพท์แล้วอ่านตามครูเลย ส่วนสัทอักษรนั้นกลับไม่ได้เรียน แต่รู้ว่ามีก็ตอนเรียนเรื่องการใช้พจนานุกรมภาษาอังกฤษ-อังกฤษ ที่จะมีสัทอักษรพวกนี้อยู่ด้วย
ถ้าหากเราได้เรียนตามแนวทางที่ถูกต้องนั้น นอกจะเอื้อให้เราเรียนภาษาได้เร็ว สามารถศึกษาด้วยตนเองในโอกาสได้แล้ว ยังช่วยให้เราสามารถเรียนภาษาอื่นๆ ต่อไปได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย (อิงจากประสบการณ์ผมที่เรียน IPA มาจากภาษาเขมรมาก่อนหน้า )
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณอาจารย์ที่ได้กรุณาให้ความรู้ กศน.เมืองสุรินทร์ ที่ได้จัดโครงการที่ดีมีประโยชน์อย่างนี้ขึ้นมา (เชียร์พวกกันหน่อย) นอกจากนี้ยังมีโครงการแบบนี้อีกหลายโครงการที่จะตามมา ผู้ที่สนใจสามารถแวะมาตามข่าวคราวได้ที่ห้องสมุดประชาชนจังหวัดสุรินทร์ได้นะครับ
หลักสูตรนี้มีระยะเวลา 40 ชม. เริ่มเรียนเมื่อ 18 พ.ค 52 - 30 มิ.ย.52 วันจันทร์-ศุกร์ เรียนวันละ 1 ชม.ต่อมาเพิ่มเป็น 2 ชม.ต่อวัน ตั้งแต่ 17.00 น.เป็นต้นไป ส่วนวันเสาร์อาทิตย์นั้น มีการเรียนเพิ่มอีก 3 ชม. วิทยากรคือ อ.สุภาวดี ตั้งธีระวัฒนะ จาก ม.เทคโนโลยีราชมงคลอิสาน วิทยาเขตสุรินทร์ สถานที่เรียนคือห้องประชุมเล็กในห้องสมุดประชาชนจังหวัดสุรินทร์
บรรยากาศในการเรียนก็เป็นกันเองดี แรกๆ จะมีสมาชิกเรามาเยอะหน่อยต่อมาก็ค่อยๆ หายไป เริ่มต้นจะเป็นการเรียนเกี่ยวกับสัทอักษร Pinyin จากนั้นก็เรียนศัพท์ภาษาจีนผ่านบทสนทนาง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเป็นบทๆ ไป สลับกับการร้องเพลงจีน
สำหรับตัวผมเองนั้น ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาต้องไปราชการหลายครั้งจึงเข้าเรียนได้ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด แถมตอนเรียนนั้นผมก็ได้ทบทวนเนื้อหาเลย เข้าไปนั่งฟังเฉยๆ อาจารย์ถามอะไรก็ยิ้มลูกเดียว แต่ก็ไม่ได้ตกใจมากมายอะไร เพราะผมมีนิสัยแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว คือไม่ชอบทำอะไรพร้อมเพื่อนๆ แต่จะเข้าไปนั่งเรียนเพื่อดูว่าเขาไปกันถึงไหน แล้วค่อยมาทบทวนตามหลัง

สิ่งหนึ่งที่ได้รับจากหลักสูตรนี้คือ ได้เห็นวิธีการสอนภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่ที่ใช้กันทั่วไป ที่จะเริ่มจากการศึกษาเกี่ยวกับการออกเสียง ผ่าน Pinyin (หรือสัทอักษรแบบอื่นๆ ในภาษาอื่น เช่น ภาษาเขมร ใช้ IPA)ก่อน แล้วค่อยไปฝึกพูด เรียนคำศัพท์ และเขียนในที่สุด
หันกลับมาดูภาษาอังกฤษที่เราสอนในโรงเรียน กลับไม่เป็นแบบนั้น เปิดตัวมาที่การคัด A,B,C เขียนคำศัพท์แล้วอ่านตามครูเลย ส่วนสัทอักษรนั้นกลับไม่ได้เรียน แต่รู้ว่ามีก็ตอนเรียนเรื่องการใช้พจนานุกรมภาษาอังกฤษ-อังกฤษ ที่จะมีสัทอักษรพวกนี้อยู่ด้วย
ถ้าหากเราได้เรียนตามแนวทางที่ถูกต้องนั้น นอกจะเอื้อให้เราเรียนภาษาได้เร็ว สามารถศึกษาด้วยตนเองในโอกาสได้แล้ว ยังช่วยให้เราสามารถเรียนภาษาอื่นๆ ต่อไปได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย (อิงจากประสบการณ์ผมที่เรียน IPA มาจากภาษาเขมรมาก่อนหน้า )
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณอาจารย์ที่ได้กรุณาให้ความรู้ กศน.เมืองสุรินทร์ ที่ได้จัดโครงการที่ดีมีประโยชน์อย่างนี้ขึ้นมา (เชียร์พวกกันหน่อย) นอกจากนี้ยังมีโครงการแบบนี้อีกหลายโครงการที่จะตามมา ผู้ที่สนใจสามารถแวะมาตามข่าวคราวได้ที่ห้องสมุดประชาชนจังหวัดสุรินทร์ได้นะครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


