31 พ.ค. 2552

การประชุมชี้แจงการอบรมทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตหลักสุตรเรียนรู้เข้าใจทันภัยอินเตอร์เน็ต


ระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค.52 ผมได้เข้าร่วมการประชุมชี้แจงการอบรมทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตหลักสุตรเรียนรู้เข้าใจทันภัยอินเตอร์เน็ต จัดโดย สถาบัน กศน.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับเนื้อหาการอบรมสรุปโดยย่อดังนี้

1. นโยบายการพัฒนา ICT ของกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงาน กศน.
2. สถาบัน กศน.จะเปิดอบรมทางไกลผ่านอินเทอร์เนตหลักสูตร "เรียนรู้เข้าใจทันภัยอินเทอร์เนต" แก่บุึคลากรของ กศน.ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3. ฝึุกปฏิบัติการเข้าใช้งานระบบ E-learning ของ สำนักงาน กศน.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและให้ความช่วยเหลือกับผู้เรียนในสังกัด กศน.จังหวัดของตน
4. ผู้เข้าร่วมประชุมช่วยกันตรวจสอบเนื้อหาหลักสูตร "เรียนรู้เข้าใจทันภัยอินเทอร์เนต"
5. หารือเรื่องการนำร่องการจัดการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เนต

สำหรับช่วงก่อนเดินทางกลับ อ.ศรีเชาว์ ได้หาหรือกับบรรดาผู้ดูแลระบบเรื่องการพัฒนาสื่อการสอน โดยจะมีการจัดการอบรมในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ผมจึงเสนอให้ทุกคนเตรียมหัวข้อเรื่องที่จะทำสื่อมาเลย เมื่อมาถึงจะได้ลงมือผลิตกันเลยโดยผมเสนอเรื่อง "การซ่อมบำรุงคอมพ์พิวเตอร์"เป็นคนแรก ซึ่งที่ประชุมก็เห็นด้วยและมีหลายจังหวัดที่เสนอหัวข้อที่น่าสนใจเข้ามาเช่นเดียวกัน ซึ่งหวังว่าโอกาสดีที่จะถึงนี้ บทเรียนออนไลน์ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาว กศน.อิสาน หวังกันมานานจะเกิดอย่างจริงจังเสียที

เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ ภาพกิจกรรมวันที่ 1 , ภาพกิจกรรมวันที่ 2 จากเว็บไซต์กศน.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

28 พ.ค. 2552

Barcamp Bangkok #3 ตอนที่ 1/4

ผมได้ไปร่วมงาน Barcamp Bangkok ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 พ.ค. 51 ณ มหาวิทยาลัียศรีปทุม ในงานนี้นอกจากจะได้รับฟังเรื่องทีี่มีทั้งสาระและความสนุกๆ จากเพื่อนในงานแล้ว ผมเองก็ได้มีโอกาสไปเล่ากิจกรรมที่ทำอยู่เกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนภาษาเขมรให้พวกเขาได้ฟังเช่นกัน


สถานที่จัดกิจกรรมอยู่ที่อาคาร 9 ซึ่งเป็นอาคารสูง 12 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นโรงยิมปรับอากาศซึ่งทางผู้จัดได้ใช้เป็นห้องประชุมรวม ส่วนห้องบรรยายนั้นอยู่ในอาคารเดียวกันชั้นที่ 9 และ 10


กิจกรรมในวันแรก เริ่มจากการลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งผมได้ลงทะเบียนล่วงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆได้ที่เว็บไซต์ Barcamp Bangkokมาก่อนแล้ว เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วเราจะได้บัตรประจำตัว เสื้อยืดและกระเป่าผ้า หากต้องการใช้อินเทอร์เนตไร้สายก็สามารถขอใช้บริการได้โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนด้วย



จากนั้นก็เป็นช่วยที่บรรดาผู้ร่วมงานต่างๆ เสนอเรื่องที่จะพูดโดยเขียนหัวข้อลงในกระดาษและนำมาติดที่ผนังเพื่อให้ผู้ร่วมงานคนอื่นๆ มาโหวด เรื่องที่จะได้พูดคือเรื่องที่มีผู้โหวตมากตามลำดับไป ระหว่างนั้นพิธีกรในงานก็ย้ำนักหนาว่าคนที่มางาน Barcamp จะได้พูด ส่วนตัวผมนั้นไม่ได้เดรียมอะไรไปพูดเลย แแต่ดูหัวข้อที่คนอื่นๆเสนอก็พอเห็นแนวทางแล้วว่าจะพูดเรื่องอะไร


ประมาณ 10.30 น. เป็นพิธีเปิด โดยรองอธิการบดี ม.ศรีปทุม มาเป็นประธานในพิธี ต่อจากนั้นผู้จัดก็เรื่องจัดห้องบรรยาย ส่วนของการบรรยายจะเริ่มตั้งแต่ 11.00 - 18.00 น. โดยพักกลางวัน 1 ชั่วโมง

ผมขอสรุปเนื่อหาที่ผมเข้าฟังดังรายการต่อไปนี้
1. How to create a tribe of follower

ผู้พูดช่วงนี้คือ Jeff Utecht เป็นคนที่ทำงานด้านการศึกษา เนื่อหาเป็นการพูดถึงการสร้างกลุ่มผู้ติดตามหรือแฟนของบล็อกหรือทวิตเตอร์ โดยใช้แนวคิดจากหน้งสือเรื่อง Tribes:We need you lead us ของ Seth Godin ขอเก็บความภาษาอังกฤษมาเล่าให้ฟังดังนี้
- ผู้ชมส่วนใหญ่มาจาก Google Search ดังนั้นควรสนใจเรื่อง Search Engine Optimization ด้วย
- การไปคอมเมนต์บล็อกผุ้อื่น ช่วยให้คุณสามารถเผยแพร่บล็อกคุณได้และช่วยให้คนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนด้วย
- การจะให้ใครมาตามคุณ คุณต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหรือเป็นส่วนหนึ่งของอะไรสักอย่าง
- ผู้บรรยายมีการจัดกลุ่มผู้ติดตามเป็นกลุ่มๆ ตามภูมิภาคเพื่อใช้ในการส่งข่าวสารที่เกี่ยวข้องกลับกลุ่มนั้นๆ
- ทวิตเตอร์กลายเป็น Social Media ไปแล้ว แสดงให้เห็นโดยลองค้นคำว่า barcampbkk3 จะพบข่าวสารที่เป็นปัจจุบันที่เกี่ยวกับกิจกรรมนี้จำนวนมาก
- How can you create(or do,make) something with your trust?
- คุณทำอะไรกับบรรดาผู้ติดตามบ้าง ?​​​ สำหรับผู้บรรยายแล้วเขาช่วยตอบคำถาม แนะนำสิ่งต่างๆ และให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลในการเพิ่มผู้ติดตามด้วย

2. Restuarant City Optimization
โดย คุณ Macroart เดิมทีผมไม่ได้สนใจหัวข้อนี้เลย แต่หัวข้ออื่นๆที่จะบรรยายในช่วงเวลานี้ล้วนที่เป็นหัวข้อที่ผมรู้ตัวแน่ๆ ว่าฟังไม่รู้เรื่องเลยลองเข้ามาฟังดู

แรกที่เห็นหัวข้อบรรยายนั้นคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารร้านอาหาร การจัดการธุรกิจ หรืออะไรทำนองนั้น เมื่อเข้ามาฟังแล้วกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คำว่า Rectuarant City ในที่นี้คือเกมส์ใน Facebook[http://www.facebook.com] ที่มีคนสนใจเป็นจำนวนมาก มีการแลกเปลี่ยนและขายไอเท็มกันเป็นเรื่องเป็นราวเลย เกมส์นี้จะมีระดับทั้งหมด 26 ระดับ ผู้ที่เริ่มเล่นจะอยู่ที่ระดับ 1 และเลื่อนขั้นโดยการเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ

คุณ Macroart ผู้บรรยายนั้นสามารถเล่นเกมส์นี้ให้ได้ระดับ 20 โดยใช้เวลาเพียงสองอาทิตย์ ซึ่งสามารถทำได้โดยการศึกษาถึงวิธีคิดของเกมส์นี้ และเล่นเกมส์ให้ใกล้เคียงที่สุดซึ่งจะทำให้ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว แนวทางการเล่นแบบนี้กึคือการทำ Optimization นั่นเอง


สิ่งที่ทำเสนอคือ กฎกติการของเกมส์เป็นอย่างไร และจะหาวิธีเล่นเกมส์ให้ได้แต้มเยอะๆ ทำอย่างไร โดยได้แสดงกระบวนการวิเคราะห์ให้เห็นด้วย หากท่านดูในไสลด์จะเป็นว่าในเกมส์เราสามารถอัพเกรดเมนูอาหารได้ แต่จะเลือกเมนูไหนที่ควรเอามาอัพเกรดนั้น ได้มีการแสดงขั้นตอนการวิเคราะห์ให้ดู และเปรียบเทียบให้เห็นกระทั่งว่าหากเล่นแบบธรรมดา กับการมุ่้งอัพเกรดเมนูอาหารให้ได้ ทำให้ลดเวลาในการเล่นได้มากน้อยขนาดไหน โดยในการวิเคราะห์จะแจกแจงเป็นขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และนำไปใช้ได้อย่างไร

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกมส์แต่เนื้อหาจริงๆ จะเกี่ยวกับกระบวนการวิจัย mothodology ทำนองนี้เลย ได้ประโยชน์มากสำหรับรายการนี้

3.Create Presentation they will remember

อ้าวกับมาเจอกับคุณ Jeff Urchect อีกแล้ว คราวนี้เขามาบรรยายเรื่องเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจ เนื้อหาโดยสรุปมีดังต่อไปนี้
- เริ่มแรกเขาแนะนำหนังสือชื่อ Presentation Zen หรืออะไรทำนองนั้น ผมเข้ามาช้าหน่อยเลยไม่มีรายละเอียดเรื่องนี้
- เรื่องที่สำคัญในการนำเสนอคือ การเล่าเรื่อง คุณต้องมีเรื่องเล่าอยู่ในหัวแล้ว Know content , have a story in your head สำหรับตัวผู้บรรยายนั้น เขาจะใช้วิธีร่างเนื้อเรื่องไว้ในกระดาษและนำมาทบทวนจนจำได้
- สมองคนเรามีขีดจำกัด ไม่สามารถอ่านหรือฟังไปพร้อมๆ กันได้ ดังนั้้นก็อย่าให้ผุ้ชมต้องอ่านและฟังอะไรพร้อมๆ กัน มีจังหวะหยุดให้อ่านสักครู่ก่อนบรรยายต่อ
- Less is more น้อยๆ เข้าไว้ ??
- การนำเสนอเป็นการนำเสนอ"ตัวผู้พูด" ไม่ใช่การนำเสนอ "สไลด์" Focus on presenter not slides. โดยสไลด์ใช้สนับสนุนสิ่งที่คุณพูดเท่านั้น Slide support what you are talking.
- บางอย่างคุณไม่จำเป็นต้องพูด ให้ภาพพูดแทน ใช้ความเงียบแทน โดยมีการยกตัวอย่างการนำเสนอลักษณะนี้ให้ดู เช่น การนำเสนอโดยเน้นภาพ (Picture base presentation)
- ใช้รูปแสดงความรู้สึก Images for Emotion
- งานนำเสนอบางประเภท เช่น บนเว็บ ควรทำให้เสร็จภายในหนึ่งหน้า ไม่ควรให้เกินจนมีแถบเลื่อน (Scroll Bar) ปรากฏ ยกตัวอย่างเว็บสมัยใหญ่ที่จะไม่มีแถบเลื่อนให้เห็น
- ไม่ควรใช้ลูกเล่นหวือหวาในการนำเสนอ
- ในแต่ละสไลด์ ใช้คำเพียง 4-5 คำ ก็พอ
- แนะนำทิปเล็กๆ หากจำเนื้อหาเกี่ยวกับสไลด์นั้นไม่ได้ ให้ทำตัวหนังสือเล็กๆ ไว้ด้านล่าง ช่วยเตือนความจำขณะที่เรานำเสนอถึงสไลด์นั้น
- แนะนำให้ใช้ Remote Control ช่วยในการคลิ๊ก ทำให้ไม่ต้องยืนอยู่ที่หน้าโน้ตบุึคส์ตลอดเวลา และ Remote Control ยังสามารถช่วยในการชี้ส่วนต่างๆ ของจอภาพได้ด้วย
- ถ้าสไลด์มีรายละเอียดเยอะ ต้องมีช่วงหยุดให้ผู้ฟังได้อ่าน และตัวหนังสือต้องค่อยๆ ทยอยมา ไม่ใช่มารวดเดียวเต็มจอเลย
- สไลด์ไม่ใช่คู่มือสำหรับอ่าน หากมีรายละเอียดมากต้องพิมพ์เอกสาร(Handout)ให้อ่านต่างหากไปเลย

เพิ่มเติม
- บทความนี้มี 4 ตอน ได้แก่ตอนที่ 1 ,ตอนที่ 2 ,ตอนที่ 3 ,ตอนที่ 4
- ชมภาพกิจกรรมได้ที่นี่

26 พ.ค. 2552

วิดิโอเชียร์ลีดเดอร์จากจากงาน Bangkok Barcamp #3

วิดิโอคลิปการแสดงของน้องๆ เชียร์ลีดเดอร์จากงาน Bangkok Barcamp ครั้งที่ 3 เมื่อ 23-24 พ.ค. 52 ที่ผ่านมา ผมถ่ายวิดิโอนี้ประมาณ 23.00 น.ของวันแรก เป็นการแสดงคั่นเวลาระหว่างการแข่งขัน CMS Showdown

อารมณ์ขณะนั้นกำลังง่วนอยู่กับการทำสไลด์ที่จะพูดในวันถัดไป อีกทั้งเหนื่อยจากกิจกรรมทั้งวันด้วย เลยถ่ายจากที่นั่งโดยเปลี่ยนมุมไปถ่ายด้านหน้าซึ่งคงจะใด้ภาพที่น่าดูกว่า อย่างไรก็คิดซะว่าลองเปลี่ยนมุมมามองน้องๆ จากด้านข้างก็แล้วกันนะครับ (ขนาดด้านข้างยังน่ารักขนาดนี้ ข้างหน้าจะขนาดไหนเนี่ย )

19 พ.ค. 2552

ประสบการณ์การติดตั้งวินโดว์ XP สำหรับเครื่องรุ่นเก่าๆ ที่มา่้ใช้คีย์บอร์ด USB

เมื่อสองสามวันก่อน ผมติดตั้งระบบปฎิบัติการ Windows XP ให้กับเครื่องคอมพ์พิวเตอร์ที่ค่อนข้างเก่าเครื่องหนึ่ง (เครื่อง Pentium III) เมื่อให้บูตจากแผ่นติดตั้ง จะมีข้อความสั้นๆ ว่า "press any key to boot from cd" เพื่อให้เราเคาะแป้นยืนย้นว่าให้บูตจากแผ่นซีีดี แต่เมื่อเคาะแล้วปรากฎว่าเครืองไม่บูตจากแผ่นซีดี


ผมจึงลองใหม่อีกหลายครั้ง ทั้งเปลี่ยนแผ่นติดตั้งใหม่ เปลี่ยนเครื่องอ่านก็แล้ว สังเกตว่าหากเราไม่ต่อฮาร์ดดิสก์เครื่องจะยอมบูตจากแผ่นซีดีให้ แต่เมื่อต่อฮาร์ดดิสก์แล้วแล้วเครืองจะข้ามซีดีไปบูตที่ฮาร์ดดิสก์เลย

หลังจากหมดเวลาร่วมชั่วโมงจึงลองเข้าไปดูที่ไบออส เมื่อสังเกตเห็นตรงส่วนที่เป็น USB Keyboard ก็สะกิดใจว่า หากเราไม่เปิดการทำงานส่วนนี้ Keyboard USB ของเราจะไม่ทำงาน นั่นแสดงว่า ทุึกครั้งที่ผมเคาะแป้นนั้นเครืองจะไม่รับรู้เลย เป็นเหตุให้ไม่ยอมบูตจากแผ่นซีดีซะที หลังจากกำหนดค่าให้เมนบอร์ดสนับสนุน USB Keyboard แล้ว ก็สามารถติดตั้ง Window XP ต่อไปได้ตามปกติ


เอามาฝากสำหรับท่านที่ต้องทำงานลักษณะนี้ หว้งว่าคงเป็นประโยชน์บ้างนะครับ

16 พ.ค. 2552

คำสังเบื้องต้น(มากๆ)ของ Vi

ตอนนี้ผมกำลังหัดใช้โปรแกรม Vi เพราะรู้สึกว่ามันดูเป็นยูนิกซ์หน่อย เลยมาบันทึกคำสั่งไว้กันลืมสักหน่อย เอาเฉพาะคำสั่งที่ใช้บ่อยจริงๆ


1. ESC สำหรับการสลับโหมด
2. เลื่อนเคอเซอร์ ใช้ตัวอักษร h,i,j,k
3. แทรกตัวอักษรข้างหน้า ใช้ i , แทรกตัวอักษรข้างหลัง a , แทรกอักษรที่ท้ายบรรทัด A
4. ลบข้อความ ใช้ x(ลบที่ละตัวอักษร) และ dd(ลบทั้งบรรทัด)
5. บันทึกแฟ้มเป็น :w ตามด้วยชื่อแฟ้ม
6. บัททึกแฟ้มและออกจากโปรแกรม :wq
7. สั่งให้แสดงหมายเลขบรรทัก :set nu
8. สั่งให้ค้นหาข้อความโดยไม่สนตัวอักษรตัวใหญ่ตัวเล็ก
:set ic (Ignore Case , สั่งพร้อมกันได้ :set nu ic)
9. ค้นหาข้อความ:/ (ข้อความ) หรือ ค้นหาจากท้าย :? (ข้อความ)

หากติดใจอยากไปใช้ต่อในวินโดว์ ก็ดาวน์โหลด Vim ไปใช้ได้

อ่านเพิ่มเติม
- เนื้อหาทั้งหมดเอามาจากบทความ "การใช้งาน Vi Editor เบื้องต้น" โดยตัดเอาเฉพาะที่จำเป็นกับมือใหม่จริงๆ มา ส่วนที่เหลือหากใช้คล่องคงจำได้เอง

4 พ.ค. 2552

4 พ.ค. 52 ร่วมรณรงค์ "หยุดทำร้ายประเทศไทย"

วันที่ 4 พ.ค. 52 หลายๆ หน่วยงานได้มีการจัดรณรงค์ในโครงการ "หยุดทำร้ายประเทศไทย" ทาง กศน.สุรินทร์ ก็มีกิจกรรมนี้เช่นกัน ผมเป็นคนออกแบบป้ายในโครงการนี้้ด้วยเลยผลงานมาฝาก ตัวหนังสือชื่อสำนักงานดูไม่ค่อยชัด คราวหน้าคงต้องปรับปรุงให้ดีกว่านี้หน่อย

3 พ.ค. 2552

เท่าที่ทำแล้วก็เสร็จแล้ว

ฤดูมรสมในเมืองไทยเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนตุลาคม ในช่วงเวลานี้พระสงฆ์จะงดเว้นการเดินทาง วางมือจากงานทั้งหลาย และอุทิศเวลาเพื่อการศึกษาและภาวนา เราเรียกช่วงเวลานี้ว่า"เข้าพรรษา"

ที่ปักษ์ใต้เมื่อหลายปีก่อน ท่านเจ้าอาวาสซึ่งเป็นพระที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ท่านกำลังก่อสร้างศาลาหลังใหม่ในบริเวณวัดของท่าน เมื่อถึงช่วงเข้าพรรษา ท่านก็ระงับการก่อสร้างและส่งช่างก่อสร้างกลับบ้าน เพราะนี่เป็นเวลาของความสงบในวัดของท่าน

สองสามวันต่อมา ผู้มาเยี่ยมวัดคนหนึ่งเห็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างไว้ครึ่งๆ กลางๆ นี้ จึงกราบเรียนถามถ่านว่าศาลาหลังนี้จะสร้างเสร็จเมื่อใด โดยไม่มีอาการลังเล ท่านเจ้าอาวาสตอบว่า "ศาลาหลังนี้สร้างเสร็จแล้ว"

"ศาลาหลังนี้สร้างเสร็จแล้วหรือขอรับ?" ผู้มาเยี่ยมคนนั้นถามแล้วก้าวถอยห่างออกมา เขาคิดคำนึงในใจว่า "ท่านหมายความว่าอย่างไรนะ หลังคาก็ยังไม่มี ประตูหน้าต่างก็ไม่มีสักบาน ไม้และถุงปูนยังกองไปทั่ว ท่านจะทิ้งไว้อย่างนี้หรือ ท่านเพี้ยนหรือนี่ ท่านหมายความว่าอย่างไรแน่" เพื่อให้แน่ใจเขากราบเรียนถามอ่านอีกครั้งว่า "ศาลานี้เสร็จแล้วหรือขอรับ?"

ท่านเจ้าอาวาสผู้ชรายิ้มและตอบอย่างอ่อนโยนว่า "เท่าที่แล้วก็เสร็จแล้ว" แล้วท่านก็เดินจากไปเพือไปภาวนา

นี่เป็นวิธีคิดเพียงวิธีเดียวที่จะสามารถหยุดจากการงานทั้งปวงเพื่อเข้าภาวนากรรมฐาน มิฉะนั้นแล้วงานที่เราต้องทำจะไม่มีวันเสร็จสิ้นได้เลย

ที่มา
จากหนังสือเรื่อง "ชวนม่วนชื่น ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่น" โดยพระอาจารย์พรหมวังโส จัดทำโดย มูลนิธิปัญญาประทีบ