ผมกำลังหัดใช้ php ให้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย แต่เดิมมาก็หัดๆ เลิกๆ อยู่นั่นแหล่ะ คราวนี้ขอบันทึกเรื่องที่มือใหม่มักสับสนไว้หน่อย นั่นคือความแตกต่างระหว่างฟังก์ชัน include กับ require ขออนุญาตข้ามรายละเอียดเรื่องหน้าที่ของทั้งสองฟังก์ชันไป เพราะคงหาอ่านตามคู่มือได้อยู่แล้ว
ความแตกต่างของทั้งสองคำสั่งมีสองประการคือ
1.การจัดการกับความผิดพลาด เมื่อตัวแปรภาษา php พบความผิดพลาดจะดำเนินการต่างกันคือ
สำหรับ include - จะมีการเตือน warning และข้ามไปทำคำสั่งถัดไปได้
สำหรับ require - จะรายงานว่าผิดพลาดแบบ fatal error แล้วหยุดการทำงานของสคริปท์นั้นไปเลย
2.การเรียกใช้งานฟังก์ชัน ความแตกต่างแบบนี้ พบเมื่อนำฟังก์ชันทั้งสองไปวางใน Loop เช่น เอาไว้ใน if
สำหรับ include - จะทำงานเหมือนฟังก์ชันทั่วไปคือ หากไม่มีการเข้าไปทำงานในเงื่อนไขนั้นๆ ก็จะไม่มีการเรียกใช้ฟังก์ชันนี้
สำหรับ require - แม้ว่าจะไม่มีการเข้าไปทำในเงื่อนไขนั้น แต่ก็จะมีการเรียกใช้คำสั่งนี้เหมือนก้ัน อันนี้ถือเป็นฟังก์ชันที่ทำงานแปลกจากฟังก์ชันอื่นๆ
ส่วน require_once กับ include_once นั้นจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเคยมีการเรียกใช้คำสั่งนี้ก่อนหรือไม่ ถ้าเคยมีก็จะไม่เรียกซ้ำอีก
28 ม.ค. 2552
แนวคิดการศึกษาผู้ใหญ่ - คำนึงถึงประสบการณ์เดิม
หลังจากชมวิดิโอคลิปนี้ ใน" โครงการพัฒนาศักยภาพครู ศรช." ผอ.สนง.กศน.สุรินทร์ ประทับใจถึงขนาดขอไมค์มาพูดสั้นๆ "ให้ทุกคนดูไว้ ! นี่คือแนวคิดการศึกษาผู้ใหญ่"
25 ม.ค. 2552
เมื่อเข้าใจแนวคิดผิด สิ่งที่ตามมาก็ผิดไปหมด
วันนี้ท่านพัฒนากรอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ท่านได้มาบรรยายเรื่องการจัดทำแผนชุมชนซึ่งเป็นแผนประเภทกลยุทธ์ ท่านไม่ได้บรรยายแค่วิธีการทำแผนเท่านั้น แต่ได้อธิบายให้เราได้ถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแนวคิดหลายประการ ที่ทำให้การพัฒนาชุมชนไม่สำเร็จดังที่คิดเท่านั้น ผมจะขอเล่าเป็นเรื่องดังนี้
1.การสำรวจ จปฐ. มีเป้าหมายหลักคือการเก็บข้อมูลของชุมชน
ฟังดูเผินๆ ไม่น่ามีอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับแนวคิดนี้ แต่จริงๆ แล้วแนวคิดการสำรวจ จปฐ.คือการสร้างกระบวนการให้คนในชุมชนได้ทราบข้อมูล สภาพการณ์ในชุมชน เห็นปัญหาชุมชน เพื่อเป็นพื้นฐานในการหาทางแก้ปัญหาต่อไป
เมื่อผู้สำรวจข้อมูล ได้แก่ อสม. หัวหน้าคุ้ม หรือคนในชุมชม ได้ลงมือสำรวจจะทำให้เขาได้เห็นปัญหาของชุมชนของตน หากทางราชการต้องการความแม่นยำข้อมูลเป็นหลักการใช้บุคคลภายนอกได้เข้าทำการสำรวจจะได้ข้อมูลที่เที่ยงตรงกว่า
ผลจากความไม่เข้าใจแนวคิดนี้ ทำให้หลายคนใช้วิธีสำรวจแบบง่ายๆ เช่น ให้ทุกคนทำแบบสำรวจมาส่งเอง เป็นผลให้ความคาดหวังที่ตั้งไว้ไม่ได้ผล
2.แผนกลยุทธ์คือเอกสาร
แผนกลยุทธ์มีเป้าหมายให้รู้จักตัวเองและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่ทำความรู้จักตัวเอง พิจารณาปัญหาหรือความท้าทาย และเริ่มหาหนทางที่แก้ไขปัญหาเหล่านั้น เมื่อลงมือปฎิบัติตามแผนแล้วก็กลับมาทบทวนสิ่งที่ทำไปอีครั้ง หากไม่ได้ผลก็ปรับปรุงวิธีการใหม่หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแผนก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แผนกลยุทธ์จีงเป็นกระบวนการ
แต่ิสิ่งที่ทำให้เข้าใจผิดคือ แผนกลยุทธ์คือเอกสารเล่มหนึ่ง การจัดทำแผนจึงทำเสมือนการผลิตเอกสารออกมาสักเล่มออกมา เป็นผลให้
- ไปลอกแผนของคนอื่นมาใช้
- เมื่อได้เอกสารส่งหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรต่อไปอีก
- ไม่เคยกลับมาทบทวนแผนกลยุทธ์อีกเลย
- คนในหน่วยงานไม่เคยทราบทิศทางการพัฒนาขององค์การเลย เพราะแผนกลยุทธ์จะถูกเก็บไว้เฉพาะในงานแผนงานเท่านั้น
- ผู้ที่ทำแผนคือคนคนเดียว เช่น ผู้ใหญ่บ้าน หรือสมาชิก อบต. เท่านั้น
- สุดท้ายแผนกลยุทธ์ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
3.คิดว่าเรียนเพื่อให้รู้ก็จบแล้ว
การเรียนมีเป้าหมายหลายระดับ จากการเรียนเพื่อรู้ เรียนเพื่อเอาไปทำให้เป็น เรียนเพื่อให้มีความเป็นคน เรียนเพื่อให้ใช้ชีวิตเพื่อให้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอืนได้ เราต้องเรียนให้ครบทุกระดับจึงถือว่าเรียนจบ
ในขณะที่ความเข้าผิดของเป้าหมายคือ เรียนเพื่อรู้ก็ถือว่าจบแล้ว ผลคือเรียนแล้วก็ไม่เป็น เรียนแล้วประกอบอาชีพไม่ได้ หรือเรียนแล้วก็ไม่สามารถอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขได้
1.การสำรวจ จปฐ. มีเป้าหมายหลักคือการเก็บข้อมูลของชุมชน
ฟังดูเผินๆ ไม่น่ามีอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับแนวคิดนี้ แต่จริงๆ แล้วแนวคิดการสำรวจ จปฐ.คือการสร้างกระบวนการให้คนในชุมชนได้ทราบข้อมูล สภาพการณ์ในชุมชน เห็นปัญหาชุมชน เพื่อเป็นพื้นฐานในการหาทางแก้ปัญหาต่อไป
เมื่อผู้สำรวจข้อมูล ได้แก่ อสม. หัวหน้าคุ้ม หรือคนในชุมชม ได้ลงมือสำรวจจะทำให้เขาได้เห็นปัญหาของชุมชนของตน หากทางราชการต้องการความแม่นยำข้อมูลเป็นหลักการใช้บุคคลภายนอกได้เข้าทำการสำรวจจะได้ข้อมูลที่เที่ยงตรงกว่า
ผลจากความไม่เข้าใจแนวคิดนี้ ทำให้หลายคนใช้วิธีสำรวจแบบง่ายๆ เช่น ให้ทุกคนทำแบบสำรวจมาส่งเอง เป็นผลให้ความคาดหวังที่ตั้งไว้ไม่ได้ผล
2.แผนกลยุทธ์คือเอกสาร
แผนกลยุทธ์มีเป้าหมายให้รู้จักตัวเองและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่ทำความรู้จักตัวเอง พิจารณาปัญหาหรือความท้าทาย และเริ่มหาหนทางที่แก้ไขปัญหาเหล่านั้น เมื่อลงมือปฎิบัติตามแผนแล้วก็กลับมาทบทวนสิ่งที่ทำไปอีครั้ง หากไม่ได้ผลก็ปรับปรุงวิธีการใหม่หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแผนก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แผนกลยุทธ์จีงเป็นกระบวนการ
แต่ิสิ่งที่ทำให้เข้าใจผิดคือ แผนกลยุทธ์คือเอกสารเล่มหนึ่ง การจัดทำแผนจึงทำเสมือนการผลิตเอกสารออกมาสักเล่มออกมา เป็นผลให้
- ไปลอกแผนของคนอื่นมาใช้
- เมื่อได้เอกสารส่งหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรต่อไปอีก
- ไม่เคยกลับมาทบทวนแผนกลยุทธ์อีกเลย
- คนในหน่วยงานไม่เคยทราบทิศทางการพัฒนาขององค์การเลย เพราะแผนกลยุทธ์จะถูกเก็บไว้เฉพาะในงานแผนงานเท่านั้น
- ผู้ที่ทำแผนคือคนคนเดียว เช่น ผู้ใหญ่บ้าน หรือสมาชิก อบต. เท่านั้น
- สุดท้ายแผนกลยุทธ์ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
3.คิดว่าเรียนเพื่อให้รู้ก็จบแล้ว
การเรียนมีเป้าหมายหลายระดับ จากการเรียนเพื่อรู้ เรียนเพื่อเอาไปทำให้เป็น เรียนเพื่อให้มีความเป็นคน เรียนเพื่อให้ใช้ชีวิตเพื่อให้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอืนได้ เราต้องเรียนให้ครบทุกระดับจึงถือว่าเรียนจบ
ในขณะที่ความเข้าผิดของเป้าหมายคือ เรียนเพื่อรู้ก็ถือว่าจบแล้ว ผลคือเรียนแล้วก็ไม่เป็น เรียนแล้วประกอบอาชีพไม่ได้ หรือเรียนแล้วก็ไม่สามารถอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขได้
24 ม.ค. 2552
สิ่งที่โน้ต อุดม เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ (เอามาจาก Forward Mail)
ในโลกใบนี้มีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมากมาย แต่บางครั้งเราก็มองข้ามเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราไป วันนี้
'นมอุโด้ส' จะมาบอกถึง สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ รับรอง สุหนัดแน่ๆ!!
1. มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
2. เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะช้าไป 1 จังหวะเสมอ
3. ถ้าแอบรักใคร อย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
4. เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักที ให้พูดว่าไม่เอา จะได้เร็ว
5. ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที
6. ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้าน ไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย
7. ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่มไม้, ซอกตึก อย่าตัดสินใจซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ
8. ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ
9. ระวังคนที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
10. อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง
11. หนังสือดี คือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือ หนังที่เราชอบดู
12. อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
13. อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก
14. เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
15. อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
16. รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป
17. ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี
18. ตลาด อ.ต.ก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา
19. เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน
เป็นอย่างไรบ้าง อ่านจบแล้วรู้สึกว่าอยากพูด 'อ๋อ ใช่ซี่......'
20. ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
21. คนไม่กินเนื้อ ไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีเสมอไป
22. เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีนออกจากปาก ให้หลับตาด้วย
23. ปูอัด มันทำจากปลา
24. กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
25. อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
26. ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก อ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2 ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา
27. คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้านเค้าไม่มีตู้ เค้าไม่ได้ลืม เค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร
28. คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆ ตัว เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา
29. คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ
30. ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
31. จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
32. เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดู หน้าที่ตัวเองพูดถึงมักจะหาไม่เจอ
33. ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก
34. ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต, ห้องน้ำผู้ชาย ผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน
35. เวลารถติด เลนอื่นมักไปได้เร็วกว่าเลนเราเสมอ
36. ถ้าเราขับรถไม่ทันไฟเขียวเป็นคันสุดท้าย ให้คิดว่าเดี๋ยวเราจะได้ไปเป็นคันแรก
37. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า 'นี่เพื่อนฉัน' หมายความว่า 'แฟนฉัน'
38. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า 'นี่แฟนฉัน' หมายความว่า 'ผัว/เมียฉัน
อ่านแล้วอย่า 'สะหวีหวี้วี' คนเดียว ส่งต่อให้เพื่อนช่วยกันฮาด้วยนะ
'นมอุโด้ส' จะมาบอกถึง สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ รับรอง สุหนัดแน่ๆ!!
1. มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
2. เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะช้าไป 1 จังหวะเสมอ
3. ถ้าแอบรักใคร อย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
4. เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักที ให้พูดว่าไม่เอา จะได้เร็ว
5. ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที
6. ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้าน ไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย
7. ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่มไม้, ซอกตึก อย่าตัดสินใจซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ
8. ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ
9. ระวังคนที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
10. อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง
11. หนังสือดี คือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือ หนังที่เราชอบดู
12. อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
13. อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก
14. เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
15. อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
16. รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป
17. ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี
18. ตลาด อ.ต.ก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา
19. เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน
เป็นอย่างไรบ้าง อ่านจบแล้วรู้สึกว่าอยากพูด 'อ๋อ ใช่ซี่......'
20. ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
21. คนไม่กินเนื้อ ไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีเสมอไป
22. เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีนออกจากปาก ให้หลับตาด้วย
23. ปูอัด มันทำจากปลา
24. กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
25. อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
26. ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก อ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2 ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา
27. คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้านเค้าไม่มีตู้ เค้าไม่ได้ลืม เค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร
28. คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆ ตัว เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา
29. คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ
30. ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
31. จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
32. เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดู หน้าที่ตัวเองพูดถึงมักจะหาไม่เจอ
33. ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก
34. ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต, ห้องน้ำผู้ชาย ผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน
35. เวลารถติด เลนอื่นมักไปได้เร็วกว่าเลนเราเสมอ
36. ถ้าเราขับรถไม่ทันไฟเขียวเป็นคันสุดท้าย ให้คิดว่าเดี๋ยวเราจะได้ไปเป็นคันแรก
37. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า 'นี่เพื่อนฉัน' หมายความว่า 'แฟนฉัน'
38. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า 'นี่แฟนฉัน' หมายความว่า 'ผัว/เมียฉัน
อ่านแล้วอย่า 'สะหวีหวี้วี' คนเดียว ส่งต่อให้เพื่อนช่วยกันฮาด้วยนะ
ขอลาไปร่วมคณะจัดโครงการพัฒนาศักยภาพครู ศรช. ครับ
ช่วงนี้ผมอาจจะไม่ได้มาปรับปรุงเนื้อหาบ่อยนัก เพราะต้องไปทำหน้าที่ถ่ายทำวิดิโอและช่วยงานการจัดอบรม "โครงการพัฒนาศักยภาพครู ศรช." ระหว่างวันที่ 24 ม.ค. - 1 ก.พ. 51 ซึ่งแบ่งเป็นการอบรมเป็นสองรุ่นรุ่นละห้าวัน แต่ละวันตารางเวลาถึงสามทุ่ม เป็นการจัดอบรมที่โหดมากๆ เลยที่เดียว ขณะที่เขียนก็ผ่านวันแรกมาแล้วและก็เลิกสามทุ่มตามตารางจริงๆ
เนื้อหาการอบรมก็น่าสนใจมาก เพราะเ็ป็นการทบทวนหลักการทำงานตั้งแต่ขั้นพื้นฐานกันทั้งหมดรู้สึกเหมือนปฐมนิเทศเลย ผู้เข้ารับการอบรมก็มีตั้งแต่พี่ๆ รุ่นอาวุโส จนถึงน้องใหม่ที่เพิ่งบรรจุเข้ามาทำงานเมื่อวาน
เนื้อหาการอบรมก็น่าสนใจมาก เพราะเ็ป็นการทบทวนหลักการทำงานตั้งแต่ขั้นพื้นฐานกันทั้งหมดรู้สึกเหมือนปฐมนิเทศเลย ผู้เข้ารับการอบรมก็มีตั้งแต่พี่ๆ รุ่นอาวุโส จนถึงน้องใหม่ที่เพิ่งบรรจุเข้ามาทำงานเมื่อวาน
20 ม.ค. 2552
คู่มือชีวิต ( Life Instruction Manual )
วิดิโอนี้ให้แรงบันดาลใจดี เผื่อใครอยากหาคู่มือเล่มใหม่มาใช้บ้าง
16 ม.ค. 2552
งานวันครู ประจำปี 2552
งานวันครูปีนี้จัดที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ในหัวข้องาน "ครูสร้างคนดีเป็นศรีแผ่นดิน ทั่วถิ่นศรัทธาบูชาคุณครู" ผมไปทำหน้าที่ช่างภาพให้ครูจาก กศน.เข้ารับรางวัล "ครูดีในดวงใจ" จำนวน 4 ท่าน

มีการนัดหมายผิดพลาดนิดหน่อยทำให้ผมไปถึงงานประมาณเก้าโมงครึ่ง ได้ฟังหลวงพ่อวัดจุมพลสุทธาวาสท่านเทศนาให้ฟังได้สักครู่ก็ถึงพิธีมอบเกียรติบัตรครูดีในดวงใจโดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ เป็นผู้มอบ

ปรากฎว่างานนี้กล้องตัวเล็กของเราทำพิษซะนี้ เนื่องจากการมอบเกียรติบัตรในปีนี้ทำค่อนข้างเร็วและกล้องดิจิตัลของผมมันต้องใช้เวลาในการชาร์จแฟลชนานพอสมควร เมื่อต้องมาถ่ายคณะที่มารับเกียรติบัตรต่อกันมันก็่ถ่ายได้ไม่ค่อยทัน จากผู้รับ 4 ท่าน ผมถ่ายได้แค่ 3 ท่านเท่านั้นเอง ปัญหานี้แก้ไม่ยากโดยการปิดแฟลชเพราะแสงก็พออยุ่แล้ว แต่เนื่องจากความฉุกละหุกเลยทำให้ไม่ไ้ด้วางแผน ต้องขอโทษขอโพษกันพอสมควร

พิธีเสร็จเมื่อ 10.30 น.

มีการนัดหมายผิดพลาดนิดหน่อยทำให้ผมไปถึงงานประมาณเก้าโมงครึ่ง ได้ฟังหลวงพ่อวัดจุมพลสุทธาวาสท่านเทศนาให้ฟังได้สักครู่ก็ถึงพิธีมอบเกียรติบัตรครูดีในดวงใจโดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ เป็นผู้มอบ

ปรากฎว่างานนี้กล้องตัวเล็กของเราทำพิษซะนี้ เนื่องจากการมอบเกียรติบัตรในปีนี้ทำค่อนข้างเร็วและกล้องดิจิตัลของผมมันต้องใช้เวลาในการชาร์จแฟลชนานพอสมควร เมื่อต้องมาถ่ายคณะที่มารับเกียรติบัตรต่อกันมันก็่ถ่ายได้ไม่ค่อยทัน จากผู้รับ 4 ท่าน ผมถ่ายได้แค่ 3 ท่านเท่านั้นเอง ปัญหานี้แก้ไม่ยากโดยการปิดแฟลชเพราะแสงก็พออยุ่แล้ว แต่เนื่องจากความฉุกละหุกเลยทำให้ไม่ไ้ด้วางแผน ต้องขอโทษขอโพษกันพอสมควร

พิธีเสร็จเมื่อ 10.30 น.
13 ม.ค. 2552
การศึกษาเห็นผลช้า...จริงหรือ?
ช่วงนี้ใกล้วันครูแล้วจึงขอพูดถึงคำกลอนของ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ที่ได้รับความนิยมและกล่าวอ้างมากบทหนึ่งคือ
" กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราวใด งามเด่น
งานสั่งสอนปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม "

เนื่องท่านเป็นผู้มีคุณูปการต่อวงการศึกษาของไทยอย่างมากมาก ความคิดของท่านจึงได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายจนกระทั่งคณะกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ.2539 ก็ได้มีมติให้กล้วยไม้เป็นดอกไม้ประจำวันครู
กรอบความคิดแบบนี้อาจจะทำให้เรามองเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องของการใช้ความอดทนต้องรอคอยผลเป็นเวลานาน ส่วนผมกลับมีความเห็นต่างมุมจากบทกลอนข้างบนออกไป ดังประเด็นต่อไปนี้
1. กล้วยไม้มีดอกช้า ?
กล้วยไม้ทั่วไปออกดอกปีละครั้งในช่วงหน้าหนาว ไม่มีช้าไม่มีเร็ว เราใช้คำว่า"ช้า"กับสิ่งที่ถึงเวลาแล้วยังไม่มา แต่สำหรับดอกกล้วยไม้นั้นไม่น่าจะเรียกว่า "ช้า" นะครับ
หากเราคิดเพียงแต่จะมองแค่ดอกคงต้องรอปีละครั้ง ทำไมเราไม่รู้จักที่จะชื่นชมต้นใบที่เขียวชอุ่มสวยงามพลางๆ บ้าง? ระหว่างที่ฤดูกาลออกดอกยังมาไม่ถึง
2. การศึกษาเห็นผลช้า ?
ขึ้นอยู่ว่าเราดูผลอะไร ถ้าอยากทราบว่าการศึกษาทำให้เขาเป็นคนดีอยู่ในสังคมอย่างมีความสุไม่คงต้องดูทั้งชีวิตถึงจะสรุปได้ (เผลอๆต้องดูตอนงานศพว่ามีคนไปเยอะขนาดไหน) แต่มีอีกหลายอย่างเราสามารถดูผลได้ทันที เช่น
- ผมไปฝึกปฎิบัติเรื่องระบบฐานข้อมูล ก่อนไปไม่ได้อ่านอะไร อีกสามวันต่อมาอาจารย์ที่ มสธ. ก็ทำให้ผมใช้คำสั่ง SQL แบบไม่ซับซ้อนนักได้ นี่ไม่ใช่ผลของการศึกษาหรือ ?
- ผมไปนั่งฟังบรรยายที่ CITEC แค่วันเดียว ผมก็พอจะรู้จักคำว่า nmap , Reverser ,Google Dork ฯลฯ นี่ไม่ใช่ผลของการศึกษาหรือ ?
- แม้นักเรียนยังไม่สอบปลายภาค แต่เราก็ตรวจสอบความคืบหน้าของเขาได้เรื่อยๆ จาก การสอบจุดประสงค์ การสอบกลางภาค การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งครูอาจารย์ก็ทำเรื่องนี้ประจำแล้ว ไม่เห็นว่าจะช้าตรงไหน?
หากเราสามารถมองมุมมองและเห็นว่าการศึกษาก็เป็นเรื่องที่สามารถวัดความก้าวหน้าได้ตลอดเวลาแล้ว ผมคิดว่าเราจะมีความสนุกสนานในการจัดการศึกษามากกว่าที่เป็นอยู่แน่นอนครับ
เพิ่มเติม
- คลิ๊กเพื่อชมกล้วยไม้ช้างกระช่อสวยๆ ที่บานต้อนรับวันครู (และไม่ได้ออกดอกช้า :-)
" กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราวใด งามเด่น
งานสั่งสอนปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม "

เนื่องท่านเป็นผู้มีคุณูปการต่อวงการศึกษาของไทยอย่างมากมาก ความคิดของท่านจึงได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายจนกระทั่งคณะกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ.2539 ก็ได้มีมติให้กล้วยไม้เป็นดอกไม้ประจำวันครู
กรอบความคิดแบบนี้อาจจะทำให้เรามองเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องของการใช้ความอดทนต้องรอคอยผลเป็นเวลานาน ส่วนผมกลับมีความเห็นต่างมุมจากบทกลอนข้างบนออกไป ดังประเด็นต่อไปนี้
1. กล้วยไม้มีดอกช้า ?
กล้วยไม้ทั่วไปออกดอกปีละครั้งในช่วงหน้าหนาว ไม่มีช้าไม่มีเร็ว เราใช้คำว่า"ช้า"กับสิ่งที่ถึงเวลาแล้วยังไม่มา แต่สำหรับดอกกล้วยไม้นั้นไม่น่าจะเรียกว่า "ช้า" นะครับ
หากเราคิดเพียงแต่จะมองแค่ดอกคงต้องรอปีละครั้ง ทำไมเราไม่รู้จักที่จะชื่นชมต้นใบที่เขียวชอุ่มสวยงามพลางๆ บ้าง? ระหว่างที่ฤดูกาลออกดอกยังมาไม่ถึง
2. การศึกษาเห็นผลช้า ?
ขึ้นอยู่ว่าเราดูผลอะไร ถ้าอยากทราบว่าการศึกษาทำให้เขาเป็นคนดีอยู่ในสังคมอย่างมีความสุไม่คงต้องดูทั้งชีวิตถึงจะสรุปได้ (เผลอๆต้องดูตอนงานศพว่ามีคนไปเยอะขนาดไหน) แต่มีอีกหลายอย่างเราสามารถดูผลได้ทันที เช่น
- ผมไปฝึกปฎิบัติเรื่องระบบฐานข้อมูล ก่อนไปไม่ได้อ่านอะไร อีกสามวันต่อมาอาจารย์ที่ มสธ. ก็ทำให้ผมใช้คำสั่ง SQL แบบไม่ซับซ้อนนักได้ นี่ไม่ใช่ผลของการศึกษาหรือ ?
- ผมไปนั่งฟังบรรยายที่ CITEC แค่วันเดียว ผมก็พอจะรู้จักคำว่า nmap , Reverser ,Google Dork ฯลฯ นี่ไม่ใช่ผลของการศึกษาหรือ ?
- แม้นักเรียนยังไม่สอบปลายภาค แต่เราก็ตรวจสอบความคืบหน้าของเขาได้เรื่อยๆ จาก การสอบจุดประสงค์ การสอบกลางภาค การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งครูอาจารย์ก็ทำเรื่องนี้ประจำแล้ว ไม่เห็นว่าจะช้าตรงไหน?
หากเราสามารถมองมุมมองและเห็นว่าการศึกษาก็เป็นเรื่องที่สามารถวัดความก้าวหน้าได้ตลอดเวลาแล้ว ผมคิดว่าเราจะมีความสนุกสนานในการจัดการศึกษามากกว่าที่เป็นอยู่แน่นอนครับ
เพิ่มเติม
- คลิ๊กเพื่อชมกล้วยไม้ช้างกระช่อสวยๆ ที่บานต้อนรับวันครู (และไม่ได้ออกดอกช้า :-)
12 ม.ค. 2552
กิจกรรมสังสรรค์ประจำปี 52 ของครูสุรินทร์ดอทเนต
สำหรับสมาชิกครููสุรินทร์เราจะมีกิจกรรมสังสรรในช่วงต้นปี โดยปีนี้เป็นปีที่สองแล้วแล้ว เมื่อช่วงปลายปี 51 ผมเห็นว่าหลายๆ คนน่าจะว่างเลยพยามนัดหมายพบกันก่อนสิ้นปีก็มีเหตุต้องเลื่อนตลอด มาถึงตอนต้้นปี ศน.เฉลิมชัยก็นัดแบบกระชั้นเลยไม่ได้บอกต่อเพื่อนๆ อีกหลายท่าน

พวกเรานัดพบกันที่ร้านต้นเนื้อย่างเกาหลีเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. สมาชิกที่มาได้แ่ก่ ศน.เฉลิมชัยพร้อมครอบครัว ศน.อุดม ศน.พนัส อ.จิตติ (จาก ป.ว.ค.) โดยครูนรินทร์มาพร้อมกับครูป๋องที่อุ้มน้องแรมมาถึงเมือตอนเกือบสองทุ่ม บรรยากาศครั้งนี้เป็นการทานอาหารด้วยกันและคุยกันเรื่องสัพเพเหระทั่วไปตามประสาคนในวงการศึกษามากกว่าจะกิจกรรมบันเทิงสนุกสนานเช่นปีก่อน
เรื่องที่มีการพูดถึงโดยรวมๆ คือ ศน.เหลิมและทีมงานอาจจะต้องเข้าไปช่วยดูแลงานสารสนเทศบางส่วนของเขต 3 ด้วย มีการตั้งคณะทำงานสารสนเทศเขตฯ โดยสมาชิกหลายคนเป็นกรรมการและอาจจะต้องอาศัยแรงครูป๋องมากกว่าเพื่อนหน่อย ส่วนเป้าหมายรวมของกลุ่มเราในปีหน้านั้นยังไม่ได้มีการพูดกันอะไรมากนัก ความคิดดีๆ อาจจะยังไม่มาก็เป็นได้ สำหรับผมเองนั้นได้นั่งใกล้ๆ ครูป๋องเลยได้คุยกันเรื่องเทคนิคการทำเว็บเยอะหน่อย
การเลี้ยงสิ้นสุดเมื่อเวลา 23.00 น. โดย ศน.เฉลิมชัยรับเป็นเจ้ามือ ส่วนผมนั้นมีแค่สมุดโน้ตเล็กๆ มาเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับผู้มาร่วมงานทุกท่าน ก่อนที่จะอาศัยรถ ศน.พนัส เดินทางกลับสุรินทร์

พวกเรานัดพบกันที่ร้านต้นเนื้อย่างเกาหลีเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. สมาชิกที่มาได้แ่ก่ ศน.เฉลิมชัยพร้อมครอบครัว ศน.อุดม ศน.พนัส อ.จิตติ (จาก ป.ว.ค.) โดยครูนรินทร์มาพร้อมกับครูป๋องที่อุ้มน้องแรมมาถึงเมือตอนเกือบสองทุ่ม บรรยากาศครั้งนี้เป็นการทานอาหารด้วยกันและคุยกันเรื่องสัพเพเหระทั่วไปตามประสาคนในวงการศึกษามากกว่าจะกิจกรรมบันเทิงสนุกสนานเช่นปีก่อน
เรื่องที่มีการพูดถึงโดยรวมๆ คือ ศน.เหลิมและทีมงานอาจจะต้องเข้าไปช่วยดูแลงานสารสนเทศบางส่วนของเขต 3 ด้วย มีการตั้งคณะทำงานสารสนเทศเขตฯ โดยสมาชิกหลายคนเป็นกรรมการและอาจจะต้องอาศัยแรงครูป๋องมากกว่าเพื่อนหน่อย ส่วนเป้าหมายรวมของกลุ่มเราในปีหน้านั้นยังไม่ได้มีการพูดกันอะไรมากนัก ความคิดดีๆ อาจจะยังไม่มาก็เป็นได้ สำหรับผมเองนั้นได้นั่งใกล้ๆ ครูป๋องเลยได้คุยกันเรื่องเทคนิคการทำเว็บเยอะหน่อย
การเลี้ยงสิ้นสุดเมื่อเวลา 23.00 น. โดย ศน.เฉลิมชัยรับเป็นเจ้ามือ ส่วนผมนั้นมีแค่สมุดโน้ตเล็กๆ มาเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับผู้มาร่วมงานทุกท่าน ก่อนที่จะอาศัยรถ ศน.พนัส เดินทางกลับสุรินทร์
8 ม.ค. 2552
ทำไมต้องดี ?
Jackson Pallock เป็นจิตรกรที่เก่งไหม? พวกนักวิจารณ์เคยคิดว่าเขาไม่ใช่
เมื่อTwyla Tharp มาเปิดตัวที่ลอนดอนก็ถูกวิจารณ์อย่างมาก
โตโยต้า Prius ก็เีคยถูกนิตยสารรถทั้งหลายมองว่ามันแย่
ถ้าคำว่า "ดี" หมายถึงการมีคุณลักษณะตามที่เราคาดหวัง สิ่งทีดีนั้นไม่ใช่แค่ไร้ประโยชน์เท่านั้นแต่ถึงกับอันตรายทีเดียว เพราะผู้ที่นิยามคำว่า"ดี" นั้นสามารถเปลี่ยนใจได้ ดังนั้นนักการเมืองที่ดีจึงมักไม่ค่อยได้รับเลือก
ในฐานะนักการตลาดแล้ว ความคิดที่แย่ที่สุดคือ คุณจะผลิตสินค้าดีๆ ออกมาขาย
เพิ่มเติม
- เรียบเรียงจากบทความของ Seth Godin เรื่อง "Why be good?"
- อธิบายเพิ่มเติมนิดหน่อย Jackson Pallock เป็นจิตรกรแนว abstract , Twyla Tharp เป็นนักเต้นและผู้ออกแบบท่าเต้น และโตโยต้า Prius เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฮบริดเชิงที่ผลิตเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลก ทั้งหมดมีสิ่งที่คล้ายกันคือ ผลงานช่วงแรกๆ ไม่เป็นที่ยอมรับก่อนที่จะได้รับการยกย่องในภายหลัง
เมื่อTwyla Tharp มาเปิดตัวที่ลอนดอนก็ถูกวิจารณ์อย่างมาก
โตโยต้า Prius ก็เีคยถูกนิตยสารรถทั้งหลายมองว่ามันแย่
ถ้าคำว่า "ดี" หมายถึงการมีคุณลักษณะตามที่เราคาดหวัง สิ่งทีดีนั้นไม่ใช่แค่ไร้ประโยชน์เท่านั้นแต่ถึงกับอันตรายทีเดียว เพราะผู้ที่นิยามคำว่า"ดี" นั้นสามารถเปลี่ยนใจได้ ดังนั้นนักการเมืองที่ดีจึงมักไม่ค่อยได้รับเลือก
ในฐานะนักการตลาดแล้ว ความคิดที่แย่ที่สุดคือ คุณจะผลิตสินค้าดีๆ ออกมาขาย
เพิ่มเติม
- เรียบเรียงจากบทความของ Seth Godin เรื่อง "Why be good?"
- อธิบายเพิ่มเติมนิดหน่อย Jackson Pallock เป็นจิตรกรแนว abstract , Twyla Tharp เป็นนักเต้นและผู้ออกแบบท่าเต้น และโตโยต้า Prius เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฮบริดเชิงที่ผลิตเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลก ทั้งหมดมีสิ่งที่คล้ายกันคือ ผลงานช่วงแรกๆ ไม่เป็นที่ยอมรับก่อนที่จะได้รับการยกย่องในภายหลัง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)