เที่ยวนครนายก ตอนที่ 1 : วัดหลวงพ่อปากแดง

เมื่อวันที่ 11-13 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้ร่วมกับคณะเดินทางไปทัศนศึกษาในบริเวณจังหวัดนครนายกร่วมกับคณะ ธรรมชาติที่สวยงานของจังหวัดให้ความสดชื่นมากพอสมควร จึงขอนำเรื่องสนุกๆ มาเล่าใหัทุกผ่านได้ฟัง

จังหวัดนาครนายกเป็นจังหวัดเล็กๆ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก คำว่า "นายก" มีที่มาจากอดีตที่มีการยกเลิกภาษีค่านาเนื่องมาจากความแห้งแล้ง ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็จะเห็นนักท่องเที่ยวคึกคักเสมอ แหล่งท่องเที่ยงส่วนใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตก ภูเขา เป็นต้น

สำหรับการเดินทางนั้นจากสุรินทร์นั้น เราใช้เส้นทางผ่าน อ.วังน้ำเขียว, อ.กบินทร์บุรี และแวะเยี่ยมชมตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ จ.ปราจีนบุรี ก่อนจะเข้าพักที่รีสอร์ทในตัวเมืองนครนายก

หลวงพ่อปากแดง
หลวงพ่อปากแดงประดิษฐานอยู่ในวัดพราหมณี อยู่บนถนนสาริกา-นางรอง ไม่ห่างจากตัวเมืองนัก เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดียวกับน้ำตกนางรองและเขื่อนขุนด่านปราการชลที่เราจะไปเที่ยวในวันนี้ด้วย ตัววัดตั้งอยู่ห่างจากถนนใหญ่ไม่มาก ทันที่ที่เข้ามาถึงพบว่ามีผู้คนแวะมาสักการะมากมายอยู่แล้ว

ประวัติของพระพุทธรูปองค์นี้สันนิษฐานว่าได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทร์ พร้อมกับพระสุก พระใส ซึ่งได้ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย สำหรับหลวงพ่อปากแดง ชาวบ้านได้นำมาประดิษฐานเมืองนี้พร้อมทั้งสร้างวัดพรามณีขึ้นมาพร้อมกันด้วย ลักษณะพิเศษของพระพุทธรูปองค์นี้คือปากท่านมีสีแดง


ดูจากข้อมูลแล้วเห็นว่าหลวงพ่อองค์นี้เป็นที่รู้จักดีในหมู่นักเสี่ยงโชค ตลอดทางในวัดจึงเต็มไปด้วยแผงขายลอตเตอรี พร้อมบริการทำบุญ สะเดาะเคราะห์ เจิมหน้าผาก กระทั่งการนอนในโลงเพื่อสะเดาะเคราะห์ก็มี นอกจากนั้นยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เช่น ศาลเจ้าแม่กวนอิม วัตถุมงคลต่างๆ ไว้สำหรับผู้ศรัทธาได้บูชา บรรยากาศในวัดคล้ายๆ กับอยู่ในงานฝังลูกนิมิตเพียงแต่ที่ที่วัดนี้มีกิจกรรมแบบนี้เป็นการถาวรเท่านั้น ตัวผมเองก็เพียงแต่เดินดูและเสียเงินบำรุงวัดเป็นค่าของสักการะหลวงพ่อเท่านั้น


(บรรยายภาพ - โลงศพสำหรับทำพิธีสะเดาะ์ห์เคราะห์)
องค์หลวงพ่อประดิษฐานอยู่ในโบสถ์เล็กๆ เป็นโบสถ์แบบโบราณไม่มีการตกแต่งอะไรมาก ด้านหน้าโบสถ์มีการจำหน่ายเครื่องสักการะชุดละ 20 บาท มีคนจำนวนมากทยอยเข้ามากราบท่าน ตอนที่ผมเข้าไปสักการะนั้น พยามสังเกตก็ไม่เห็นปากที่แดงของท่าน แต่ไม่เห็นชัด คงเพราะมีคนมาปิดทองบนองค์ท่านมากมายรวมทั้งปากที่แดงนั้นด้วย


คณะของเราอยู่ที่วัดแห่งนี้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะเดินทางไปเที่ยงน้ำตกนางรองและเขื่อนขุนด่านปราการชล ต่อไป

เพิ่มเติม
- ดูภาพทั้งหมดได้จากที่นี่

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

การทำตัวอักษรเส้นประ

แนะนำการเรียนภาษาอังกฤษแบบ Phonics