คิดเป็น : ปรัชญา กศน. ในมุมมองของผม

ย้อนไปเมื่อต้นปี 2552 กศน.สุรินทร์ได้จัดการอบรมครู ศรช. หนึ่งในหัวข้อของการอบรมคือ "วิชาปรัชญา กศน." เนื้อหาก็กล่าวถึงรายละเอียดของปรัชญา กศน. คือการ "คิดเป็น"

มีวิทยากรท่านหนึ่งมาตั้งคำถามทำนองว่า "มีชายคนหนึ่ง เป็นโรคร้าย รักษายังไงคงไม่หาย อยู่ต่อไปคงทำให้ญาติพี่น้องลำบาก เขาเลยตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการฆ่าตัวตาย" แล้วท่านถามว่า ชายคนนี้คิดเป็นหรือไม่ โดยไม่ได้เฉลยคำตอบ แต่ก็ให้แง่คิดว่า ชายคนนี้ก็ได้คิดชั่งใจจากปัจจัยต่างๆ ก่อนจบชีวิตนะ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรเลย

ความสงสัยถูกเก็บไว้จนเกือบจะลืมไปแล้ว จนกระทั่งเห็นหนังสือ "หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551" เอกสารวิชาการ หมายเลข 14/2552 ของ สำนักงาน กศน. ส่วนนิยามศัพท์ หน้า 16ให้คำอธิบายเรื่องคำว่า "คิดเป็น" ดังนี้ (ในเครื่องหมาย ****)

****
คิดเป็น (Kit-Pen) หมายถึงกระบวนการที่คนเรานำมาใช้ในการตัดสินใจ โดยต้องแสวงหาข้อมูลของตนเองข้อมูลของสภาพแวดล้อมในชุมชนและสังคม มีความพอดีระหว่างตนเองและสังคม และข้อมูลทางวิชาการแล้วนำมาวิเคราะห์หาทางเลือกในการตัดสินใจที่เหมาะสม มีความพอดีระหว่างตนเองและสังคม

หรือคิดเป็น หมายถึงการแสดงศักยภาพของมนุษย์ในการชี้นำชะตาชีวิตของตนเองโดยการพยามปรับตัวเองและสิ่งแวดล้อมให้ผสมกลมกลืนกัน ด้วยกระบวนการแก้ปัญหาซึ่งประกอบด้วยการพิจารณาข้อมูล 3 ด้าน ได้แก่ข้อมูลด้านตนเอง ข้อมูลด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและด้านวิชาการเพื่อเป้าหมายสำคัญคือ การมีความสุข
****

หลังจากนิยามศัพท์นี้ผมเริ่มสังเกตคำสำคัญที่เคยมองข้ามไป นั่นคือ คิดเป็นเป็นกระบวนการในการตัดสินใจแก้ปัญหา ซึ่งประกอบด้วยการแสวงหาข้อมูล นำมาวิเคราะห์ทางเลือก ตัดสินใจ เพื่อเป้าหมายคือการมีความสุข

ขอตั้งข้อสังเกตและความคิดเห็นส่วนตัวสำหรับเรื่องการคิดเป็นดังนี้

1. คิดเป็นคือกระบวนการตัดสินใจ
การคิดเป็นคือกระบวนการตัดสินใจในการแก้ปัญหา จะไม่นำผลลัพท์ได้มาพิจารณา

ตัวอย่างที่ 1 สมปองเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยเลือกคณะมนุษย์ศาสตร์ตามเพื่อน แต่มาต่อมาก็พบว่าตัวเองมีทักษะด้าน
ภาษามาก สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าเพื่อน เมื่อจบมาทำงานก็มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ผมถือว่าสมปองคิดไม่เป็น แม้ว่าในภายหลังสมปองจะไปได้ดีกับคณะที่เขาเข้าเรียนนั้น

ตัวอย่างที่ 2 สมศักดิ์เลือกไปเรียนวิศวฯ ต่อต่างประเทศ เพราะชอบสาขาวิชานี้และอยากได้ภาษาด้วย ขณะที่เขาตัดสินใจ
ครอบครัวเขาก็มีความพร้อมทุกอย่าง หลังจากไปได้ 2 ปี เกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เขาต้องเดินทางกลับประเทศ
เพื่อกลับมาทำงานช่วยครอบครัว หากเขาเรียนต่อในประเทศตั้งแต่แรกคงจะมีเงินเหลือพอที่จะศึกษาต่อจนจบได้

ผมถือว่าสมศักดิ์คิดเป็น ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดเขาจะไม่สามารถเรียนจนจบได้อย่างที่หวังก็ตาม

2. "คิดเป็น" กับ "คิดถูกหรือคิดผิด"
การคิดถูกหรือผิด เป็นการพิจารณาผลจากกระบวนการตัดสินใจ ว่าในท้ายที่สุดท่านได้สิ่งรับสิ่งที่คาดหวังหรือไม่
เมื่อย้อนไปดูตัวอย่างที่ 1 สมปองคิดถูก ส่วนตัวอย่างที่ 2 สมศักดิ์คิดผิด

ส่วนความสัมพันธ์กับ "คิดเป็น" กับ "คิดถูกหรือคิดผิด" นั้น จากประสบการณ์ตรงอาจจะกล่าวได้ว่า หากเราคิดเป็นแล้ว โอกาสที่จะคิดถูกก็เป็นไปได้สูง หากคิดไม่เป็นโอกาสที่จะคิดถูกก็อยู่กับโชคเท่านั้น และแม้ว่าเราจะคิดเป็นได้ดีขนาดไหนก็อาจจะมีตัวแปรที่เราไม่คาดคิดมาทำให้เราคิดผิดได้เช่นกัน

หากท่านยังงงๆ กับสามคำนี้ ลองเปลี่ยนมาพิจารณากับเรื่องโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์แทนก็ได้ โดยลองพิจารณาสามคำนี้แทน
"แก้โจทย์เป็น" กับ "แก้โจทย์ถูกหรือแก้โจทย์ผิด"

3. การประเมินเรื่อง "คิดเป็น" กับ "คิดถูกหรือผิด" เป็นเรื่องอัตวิสัย
ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนที่ระบุได้ว่า กระบวนการตัดสินแบบไหนถึงเรียกว่าคิดเป็น คิดถูกหรือผิด สำหรับเรื่องเดียวกันถามคนหลายคนจะได้คำตอบต่างกันไป

ตัวอย่างของชายคนแรกนั้น ผมจะตอบว่าเขาคิดเป็น เพราะดูแล้วก็ใคร่ครวญอะไรพอสมควร ส่วนคิดถูกหรือผิดนั้นผมก็ตอบไม่ได้ สำหรับตัวเขาเองก็คงจะคิดถูกคือได้ตายสมปรารถนา สำหรับญาติพี่น้องก็คงตำหนิว่าเขาคิดผิดเพราะบรรดาญาติไม่ปรารถนาจะให้เขาตายก่อนเวลา

เพิ่มเติม
ระหว่างวิเคราะ์ห์เรื่องนี้ ผมคิดต่อไปอีกสองเรื่อง
- เริ่มเข้าใจว่า "การประกันคุณภาพ" คือการมุ่งไปที่การปรับปรุงกระบวนการผลิตซึ่งจะทำให้(มีโอกาสสูงที่จะ)ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ แทนที่จะไปวัดคุณภาพของผลผลิตโดยตรง ซึ่งการทำอย่างหลังนั้นสามารถบอกได้แค่ประสิทธิภาพในการผลิต แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตแต่อย่างไร
- ทีมอาร์เซนอล เป็นตัวอย่างที่ดีของทีมประเภทที่ "เล่นเป็น" แต่เล่น"ไม่ค่อยชนะ" (เกี่ยวกันไหมเนี่ย?)

ความคิดเห็น

suvachan charnchiew กล่าวว่า
การสอนเรื่องกระบวนการคิดนั้น เป็นสิ่งที่ในวงการศึกษากำลังตื่นตัวกันเป็นอย่างมาก จึงมีการบรรจุเรื่องการคิดวิเคราะห์ในหลักสูตร
หากเรามีกระบวนการคิดที่ผ่านการไตร่ตรองและพิจารณาอย่างรอบคอบจากเหตุและปัจจัยตลอดจนผลที่ตามมาแล้ว การตัดสินใจกระทำสิ่งใดย่อมเกิดความผิดพลาดได้น้อยแต่ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่บุคคลแต่ละคนได้สั่งสมมาด้วย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

การทำตัวอักษรเส้นประ