
ผมเดินเท้าจากที่ทำงานไปที่จุดนัดหมายคือ อนุเสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ปรากฏว่ามีผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนมากชุมนุมก่อนหน้านั้นแล้ว ตอนท้ายๆ แถวที่ผมไปยืนนั้นส่วนมากเป็นประชาชนทั่วไปหรือบุคลากรในหน่วยราชการที่มาไม่ทันเพื่อน(อิอิ)
หลายๆ คนเตรียมธงชาติไปเอง แต่ผมไปมือเปล่าก่อนจะซื้อธงจากพ่อค้าในงานด้ามละ 10 บาท ที่เขาทำมาขายนี้จะมีด้ามธงที่ยาวกว่าปกติ เพื่อให้เวลาที่โบกเหนือระดับศีรษะจะทำให้ดูสวยงามดี
ระหว่างนั้นพิธีกรได้นัดแนะขั้นตอนปฏิบัติต่างๆ และซ้อมสองครั้ง สลับกับการกล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้
หลายๆ คนเตรียมธงชาติไปเอง แต่ผมไปหาซื้อจากพ่อค้าด้ามละ 10 บาท ธงที่เขาทำมาขายนี้จะมีด้ามที่ยาวกว่าปกติ เวลาที่โบกเหนือระดับศีรษะทำให้ดูสวยงามดี งานนี้ใครไม่มีธงไปด้วยแทบจะไม่มีอะไรให้ทำเพราะกิจกรรมส่วนใหญ่คือการโบกธง
ครั้งถึงเวลาที่กำหนดคือ 17.51 น. เราก็โบกธงก่อนร้องเพลงชาติประมาณ 9 นาที เมื่อร้องเพลงชาติทุกคนจะหยุดโบกและลดธงไว้ที่ระดับหน้าอก ครั้นจบเพลงแล้วก็โบกธงต่ออีกประมาณ 30 วินาที ก่อนจะร้องสดุดีมหาราชและสดุดีมหาราชินี และแยกย้ายกันกลับในที่สุด
กลับมาแล้วก็ลองค้นข้อมูลโครงการนี้มาอ่านดู วัตถุประสงค์ของโครงการ "เพื่อให้ทุกคนได้แสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี ของคนในชาติ "
ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่ากิจกรรมที่ทำจะช่วยอะไรได้ น่าจะกลับไปหา่สาเหตุว่าทำไมไม่สามัคคีแล้วไปแก้ที่เหตุ ระหว่างนั้นก็นึกถึงโครงการพับนกกระดาษเมื่อปี 47 ไปพลางๆ ด้วย
1 ความเห็น:
การสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติรูปแบบนี้ เป็นห่วงเรื่องงบประมาณที่จะต้องนำมาใช้ในการจัดกิจกรรม กว่าจะครบทุกจังหวัดนั้นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณของประเทศอย่างมากมายทีเดียว
เป็นห่วงด้านเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มีการทำสัญญากู้เงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ มากมาย เกรงว่าจะเกินความสามารถในการบริหารจัดการ และนำพาประเทศไปสู่การเป็นหนี้เป็นสินอีกครั้ง
แสดงความคิดเห็น