โครงการอบรมความเป็นเลิศสู่ภาษาอังกฤษเพื่อความสื่อสาร

เมื่อเห็นชื่อหลักสูตรและรายละเอียด ผมรู้สึีกสงสัยว่าเขาจะมาสอนภาษาอังกฤษในหนึ่งวันได้อย่างไร ชื่อโครงการก็แปลกๆ แต่ก็น่าจะไปดู หลังจากผ่านการอบรมมาแล้ว ผมยอมมารับว่าเจอ"ของจริง" เป็นการอบรมครั้งที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิตผม ความรู้ที่ได้รับไม่ได้เพียงแต่การสอนภาษาอังกฤษแต่มีเป็นหลักพื้นฐานของการสอนวิชาอื่นๆ ทั้งหมดด้วย หลักการอันแสนง่ายแต่เรามองข้ามมันมาตลอด


หลักสูตรนี้จัดโดยสถาบันภาษา B.E.C กรุึงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 52 ณ โรงแรมเพชรเกษม โดยอาจารย์ชาญชัย บุญเฮ้าและคณะ ผมทราบข่าวก่อนหน้าประมาณสองอาทิตย์จากเอกสารประชาสัมพันธ์ที่ส่งไปยังหน่วยงาน ผุ้เข้ารับการอบรมต้องชำระค่าใช้จ่ายจำนวน 400 บาท เอกสารที่ได้รับคือคู่มือการอบรมเล่มหนึ่ง พร้อมประกาศนียบัตร

อาจารย์ชาญชัย อธิบายหลักการสอนโดยเปรียบเทียบกับการสอนขับรถยนต์ว่า สิ่งที่เราต้องสอนให้ผู้เรียนแค่เกียร์ 1 และเกียร์ถอย เท่านั้น ครั้นเขาไปสอบใบขับขี่ เขาถูกถูกทดสอบโดยใช้เกียร์ 1 และเกียร์ถอยเท่านั้นเช่นกันและการสอบใบขับขี่แบบนี้ก็เป็นที่ยอมรับกันทั้งโลกซะด้วย

ด้วยการสอนและผ่านการทดสอบเพียงเท่านั้น ทำไมคนเราถึงขับรถยนต์โดยใช้ เกียร์ 4,5,6 หรือเหยียบถึัง 180 กม. ได้ ? ก็เพราะเขาไปเรียนด้วยตัวเอง หน้าที่ของครูคือสอนสิ่งที่เป็นพื้นฐานให้ดีให้ถูกต้อง แล้วการพัฒนาต่อไปผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้

เนื้อหาที่เรียนอาจจะแบ่งได้เป็นสองเรื่อง
- อะไรคือพื้นฐานของภาษาอังกฤษ ?
- เรามีวิธีสอนพื้นฐานเหล่านี้ให้เด็กๆ ได้อย่างไร ?

สำหรับข้อที่สองนี้คงจัดตามกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครูภาษาอังกฤษประมาณ 100 คนจากทั่วจังหวัดสุรินทร์และบางส่วนจากจังหวัดร้อยเอ็ด ที่กำลังประสบปัญหาเด็กอ่านและเขียนภาษาอังกฤษไม่ได้ นำมาสู่คะแนน NT ที่ต่ำลงในระยะหลายปีนี้

อะไรคือพื้นฐานภาษาอังกฤษ ?
เนื้อหาที่เรียนในวันนี้อยู่ในระดับภาษาอังกฤษของนักเรียนประถม เริ่มจากท่านมาแนะนำเรื่องวิธีออกเสียง ว่าไม่ต้องเกร็งออกเสียงตามสบาย อย่าไปกังวลเรื่องความถูกต้อง เมื่อเราพูดไปแ้ล้วชาวต่างชาติเขาก็รู้ได้เอง

เนื้อหานั้น มีคำศัพท์ไม่น่าจะเกิน 30 คำ มี Tense เพียง 3 Tense คือ Present Simple , Future Simple และ Past Simple แต่เทคนิคนั้นเยี่ยม โดยวิทยากรให้แบบมาตรฐานแล้วเราท่องตาม
เช่น
ครูบอก "ฉันเป็น..." , ผู้เรียนตอบ "I am..."
ครูบอก "ฉันไม่เป็น..." , ผู้เรียนตอบ "I am not ... "
ครูบอก "คำถาม..." , ผู้เรียนตอบ "Am I ..."

ครูบอก "ฉันเคยเป็น..." , ผู้เรียนตอบ "I was..."
ครูบอก "ฉันไม่เป็น..." , ผู้เรียนตอบ "I was not ... "
ครูบอก "คำถาม..." , ผู้เรียนตอบ "Was I ..."
(จริงๆ เยอะกว่านี้ อยู่ในคู่มือการอบรมแต่เอาแค่นี้ก่อนนะครับ)

ท่องวนไปมาก็จะมีประโยคประมาณสิบกว่าประโยคได้ นอกจากนั้นก็มีประโยคอื่นๆที่ใช้ในการสื่อสารเช่น ประโยคคำสั่ง ประโยคขอร้อง คำถามที่ใช้ What , Where , When , Why , How ทุกๆ เรื่องจะมีการฝึกในลักษณะคล้ายกันคือกำหนดต้นแบบมาสักประโยค แล้วเปลียนประธาน,กริยา,หรือกรรม ที่ละอย่าง ฝึกถามตอบจนทำให้ผู้เรียนคุ้นชนิดแทบไม่ต้องคิด (พอมาถึงตอนนี้ชักสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมที่เราเรียนมามันยากจัง ?)

ตอนท้ายมีการทดสอบความรู้โดยแปลประโยคต้นแบบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษในกระดาษแผ่นเดียว อ้อ กระดาษแผ่นนี้มีตั้ง 80 ประโยค ( พอเขียนเสร็จ ผมก็ยังงงๆ เฮ้ย เราแต่งประโยคได้ตั้ง 80 ประโยคแล้วเหรอ ?)


วิทยากรบอกว่าในคู่มือการอบรมได้บรรจุเนื้อหาภาษาอังกฤษพื้นฐานไว้ครบหมดแล้ว (เนื้อหาที่ว่าคงหมายถึงระดับเด็กประถม สำหรับผมแล้วก็เห็นด้วย ถ้าเด็กๆ ทำได้ตามหนังสือเล่มเล็กๆ นี้ ถือว่าใช้ได้เลยหล่ะครับ) ส่วนวิธีการจะนำไปใช้นั้นก็มีการแนะนำหลายๆ แบบ

การถามตอบแบบที่เรียนกันในการอบรมนี้ก็เป็นวิธีหนึ่ง การให้ตัวแทนมาเป็นคนถามเพื่อนๆ ในห้องช่วยกันตอบคนละคำ เรื่องไหนใช้เวลาเท่าไหร่ ลำดับก่อนหลังในการเรียนเป็นอย่างไร ? ฯลฯ แถมมีเพลงมาฝากร้องสองเพลงสองเพลงเพื่อช่วยจำประโยคต้นแบบให้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ

อื่นๆ
ตลอดการอบรมได้มีการย้ำแนวคิดของวิทยากรซ้ำบ่อยๆ "เรียนวันละนิดจิตแจ่มใส" "เรียนให้สนุก" "ให้นักเรียนทำอะไรง่ายๆ เมื่อเขาทำได้เขาก็ภูมิใจ แล้วค่อยๆ ขยับไปเรื่อยๆ" ก่อนที่การอบรมเสร็จสิ้นเมื่อประมาณ 15.30 น.

คำถามชวนคิด
- อะไรคือแก่นของสิ่งนั้นๆ ของสิ่งที่เราสนใจ(ฝึกฝน/ศึกษาอยู่) ?
- เราได้ทำความเข้าใจแ่ก่นเหล่านี้ด้วยวิธีใด ?

ความคิดเห็น

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า
ควรจัดอบรมให้แก่นักเรียนเป็นช่วงปิดเทอมด้วยยิ่งดี

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก... จริงหรือ ?