การเดินทางไปชมปราสาทนครวัดและนครธม วันที่ 1/3

ผมและลูกศิษย์ชั้นเรียนภาษาเขมรในจังหวัดาสุรินทร์ได้มีโอกาสได้เดินร่วมกับคณะทัวร์ที่จัดโดย อ.ชัยมงคล พร้อมนักท่องเที่ยวอีกจำนวน 8 คนส่วนใหญ่มาจาก จ.นครราชสีมา เดิน่ทางไปเยี่ยมชมปราสาทนครวัดและนครธม ที่ จ.เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2552

การท่องเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตนี้ให้ประสบการณ์ใหม่หลายๆ อย่างกับผม ประเทศเขมรทุกวันนี้ไม่ได้ลำบากยากเข็ญเหมือนจากเคยเห็นที่ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ชีวิตของชาวบ้านที่เห็นปกติสุขดีคล้ายกับชีวิตชนบทในบ้านเรา การเดินทางก็สะดวกสบาย การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในเมืองเสียมเรียบก็มีมาตรฐาน และที่ประทับใจคือ ผู้ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวพูดภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ ได้ดีอย่างน่าทึ่ง ไม่เพียงแต่มัคคุเทศก์หรือพนักงานโรงแรม แม้กระทั่งแม่ค้าในตลาด, มอเตอร์ไซค์, สามล้อเครื่อง ก็มีทักษะเหล่านี้

การเดินทางช่องสะงำ-เสียมเรียบ


คณะเราเดินทางโดยรถตู้มาที่ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีษะเกษ "คุณฉาย"ไกด์ของเราและรถตู้ที่ติดต่อไว้มาคอยทางฝั่งกัมพูชาแล้ว วันนั้นมีคณะทัวร์หลายคณะมาข้ามพรมแดนพร้อมๆ ที่มาจากจังหวัดสุรินทร์ของเราก็มี หลังจากใช้เวลาดำเนินการเรื่องการผ่านแดนประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า คณะของเราทั้ง 11 ชีวิตก็เดินทางต่อโดยรถตู้ ไปตามทางหลวงสาย 66 ผ่านเมืองอันลองเวง พนมกุเลนถึงตัวเมืองเสียมเรียบเมื่อประมาณ 12.30 น.


พวกเราแวะรับประทานอาหารเที่ยงแบบบุฟเฟต์่ที่ร้านอาหารโตนเลจตุมข ในเมือง ก่อนเดินทางเข้าพักที่โรงแรมริเวียราที่อยู่ใกล้กันและพักผ่อนในโรงแรมจนกระทั่งเวลา 15.30 น.

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกัมพูชามาแสดงมาได้ประมาณปีครึ่ง เรื่องราวที่จัดแสดงเกี่ยวข้องกับโบราณสถานและโบราณวัตถุในบริเวณเมืองเสียมเรียบ ไกด์ได้แนะนำให้เราเข้าชมสถานที่แห่งนี้ก่อน เพื่อปูพื้นฐานทำความเข้าใจภาพรวมๆ ของประวัติศาสตร์โดยรวมของนครวัดและนครธมก่อนที่จะเข้าชมสถานที่จริงในวันพรุ่งนี้


ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งการจัดแสดงเป็นห้องต่างๆ แต่ละห้องเรื่องราวเฉพาะเรื่องๆ ไป เรียงตามลำดับช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ที่จะแบ่งเป็นยุคใหญ่ได้สามยุคคือ ยุคก่อนนครวัด ยุคนครวัด และยุคนครวัด ในแต่ละห้องไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ชื่อห้องเท่าที่ผมจำได้ก็ เป็นห้องพระพุทธรูป ห้องศาสนาพร ห้องทับหลัง ห้องภาพสลัก ห้องกษัตริย์มหาราชเมืองพระนคร เป็นต้น

ศิลปวัตถุที่จัดแสดงนั้นจะมีป้ายคำอธิบายประกอบทั้งภาษาเขมรและอังกฤษ บางห้องมีเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ที่ฉายภาพยนต์สั้นๆ ประมาณสิบนาทีเกี่ยวกับเรื่องราวของศิลปวัตถุที่แสดงอยู่ในห้อง มีเมนูให้เลือกคำบรรยายได้หลายภาษารวมทั้งภาษาไทยด้วย

ไกด์พาเราเดินชมไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งอธิบายสั้นๆ เฉพาะส่วนที่สำคัญหรือเรื่องที่มีผู้สงสัย เนื่องจากเขาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย แรกๆ เลยใช้วิธีพูดเป็นภาษาอังกฤษแต่ก็ยังสื่อสารกันลำบาก สุดท้ายเขาพูดเป็นภาษาเขมรแล้วผมค่อยแปลให้พรรคพวกได้ฟัง เราใช้เวลาอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนเดินทางต่อเพื่อซื้อตั๋วสำหรับเข้าชมนครวัดในวันรุ่งขึ้น

การซื้อตั๋วและเดินเล่นบริเวณนครวัด

ตั๋วเข้าชมปราสาทนครวัดและนครธมมีหลายราคาตามระยะเวลาในการเข้าชม รายวัน รายสัปดาห์ โดยตั๋วรายวันนั้นมีราคาใบละ 20 เหรียญสหรัฐ ตั๋วแต่ละใบจะมีรูปถ่ายใบหน้าของเจ้าของตั๋วติดไว้ด้วย ตั๋วเข้าชมในแต่ละวันจะเปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันก่อนหน้า เพื่อให้ผุ้ที่ซื้อตัวสามารถเข้าชมปราสาทพนมบาเค็งในช่วงพระอาทิตย์ตกในวันก่อนหน้าได้

ที่ขายตั๋วอยู่ทางบริเวณพื้นที่ของปราสาทในเสียมเรียบ ผู้ที่ซื้อตั๋วจะลงมาเข้าแถวถ่ายภาพที่ละคน การถ่ายภาพทำได้รวดเร็วมาก นาทีหนี่งสามารถถ่ายภาพได้ประมาณ 5-6 คนเห็นจะได้ ผู้ที่มาซื้อตั๋่วช่วงนั้นประมาณพันกว่าคนเห็นจะได้ และส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทยด้วย


(นี่คือเจ้าหน้าที่ขายบัตร มือขวาของเธอที่กำลังกดปุ่มถ่ายรูปอยู่ บนไหล่ซ้ายจะสังเกตเห็นกล้องและหลอดไฟ เราแค่ไปยืนหน้าเธอสักสองก้าว สักแป๊ปเธอก็จะกดปุ่มแล้วตั๋วก็จะไหลออกมาเลย)

ก่อนเข้าบริเวณจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วที่รถตู้ โดยเข้าจะดูคร่าวๆ ว่าจำนวนตั๋วกับจำนวนคนเท่ากันหรือไม่ ก่อนจะปล่อยเข้าไป และเมื่อจะเ้้ข้าชมปราสาทใดๆ จะมีเจ้าหน้าคอยตรวจตั๋วแบบละเอียดอีกที

แรกที่เดียวไกด์เสนอให้เราไปชมพระอาทิตย์ตกที่พนมบาเค็ง หลังจากมีการหารือกับคณะมีการเปลี่ยนแผนโดยพาเราไปวนรอบปราสาทนครวัดและเดินเล่นและถ่ายภาพบริเวณบารายแทน ช่วงนี้ผมได้คุยเล่นอะไรหลายๆ กับไกด์ของเราด้วย ซึ่งจะได้นำเสนอให้ท่านได้ทราบในโอกาสต่อไป

การรับประทานอาหารเย็นและชมการแสดงนาฏศิลป์
หลังจากนั้นคณะเราก็ไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารชื่อพนมกุัเลน ร้านนี้เป็นร้านอาหารขนาดใหญ่จุดคนได้ประมาณพันคน เมนูอาหารก็เป็นแบบบุฟเฟต์


พวกเราไปถึงร้านอาหารเมื่อ 18.00 น. ระหว่างรอการแสดงโชว์ซึ่งจะเริ่มเมื่อประมาณ 19.30 น. ก็พากันทานข้าวก่อน บางคนถึงขนาดขอไปเดินซื้อของข้าวนอก กลับมาก็ยังต้องรอพักใหญ่ กว่าการแสดงจะเริมเกือบทั้งคณะก็ตาปรือกันถ้่วนหน้า


การแสดงส่วนใหญ่เราก็เห็นมาแล้วในประเทศไทย เช่น ระบำชะเนียง(เครือมือหาปลาชนิดหนึ่ง),ระบำกะลา,รำเมลขาล่อแก้ว,หนุมานกับนางเบญกาย และชุดระบำอัปรา

การแสดงจบเมือ 20.30 น. จากนั้นพวกเราจะเดินทางกลับที่พัก

เพิมเติม
- ชมภาพถ่ายวันแรกทั้งหมดได้ที่นี่

ความคิดเห็น

suvachan charnchiew กล่าวว่า
เห็นบทความแล้ว เก็บรายละเอียดได้ดีมาก อ่านแล้วมีความรู้เพิ่มขึ้น ทำอย่างไรถึงจะเก็บรายละเอียดต่างๆ ให้หลากหลายและมีแนวคิดเชิงวิชาการ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

การทำตัวอักษรเส้นประ