เวทีเรียนรู้สู่รากเหง้าชาวสะเร็น "แซนโฏนตาบูชาบรรพบุรุษ" ตอน 1/3

ทาง กศน.อำเภอเมืองสุรินทร์ได้จัด โครงการเวทีเรียนรู้สู่รากเหง้าชาวสะเร็น "แซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษ"(โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมจริยธรรมและความเป็นไทยภายใต้นโยบาย 3D ของกระทรวงศึกษาธิการ) ในวันที่ 14 ก.ย. 52

แนวคิดของโครงการนี้ต้องการการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย โดยทางคณะผู้จ้ดกระบวนการเรียนรู้โดยอาศัยประเพณีแซนโฎนตาเป็นสื่อสำหรับการส่งสารดังกล่าวไปยังผู้เข้าร่วม ซึ่งได้แก่นักศึกษา กศน.อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 50 คน โดยจัดรูปแบบเป็นเวทีเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมแทนที่จะเน้นการบรรยายตามแบบเดิมๆ

สำหรับกิจกรรมในโครงการนี้ขอสรุปโดยย่อๆ ดังนี้
1.ปฎิทินฤดูกาล สืบสานวัฒนธรรมประเพณี
ช่วงนี้ต้องการให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจภาพรวมๆ ของวัฒนธรรมประเพณี ว่ามีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตอย่างไร โดยการแบ่งกลุ่มเสวนาย่อย มีครูจาก กศน.เมือง ทำหน้าที่เป็นผู้อภิปราย โจทย์ทีกำหนดให้คือ ให้ช่วยกันแสดงความเป็นว่าในแต่ละช่วงของปี เราประกอบการงานอาชีพอะไรบ้าง มีผลผลิตอะไรในช่วงนั้นและตรงกับประเพณีอะไรในท้องถิ่นบ้าง ก่อนจะให้ออกมาอภิปราย



ตอนอภิปรายนั้นได้เห็นอะไรพิเศษคือ หลายๆ กลุ่มแบ่งฤดูกาลไม่เท่ากัน ที่คล้ายกันคือสำหรับกลุ่มเกษตรกรจะกำหนดฤดูฝนยาวประมาณ 5-6 เดือน

2.วงเล่าเร้าพลัง...แซนโฎตา
ทางผู้จัดก็อยากให้ผู้เข้าร่วมโครงการมองว่าประเพณีนี้มีความสำคัญต่อตนอย่างไร จึงให้ร่วมกันอภิปรายในหัวข้อ ตนเองรู้อะไรเกี่ยวกับประเพณีนี้บ้าง ในวันนั้นตนได้ทำอะไรบ้าง และประเพณีนี้สำคัญต่อตนเองอย่างไร

ผู้ดำเนินรายการเชิญผู้ร่วมโครงการมาอภิปรายสองสามคน ตั้งแต่น้องผู้หญิงอายุ 18 ปี มาเล่าให้ฟังว่าตนเองไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเพณีนี้ ตนก็ทำตามพ่อแม่ ที่บ้านจัดทุกปีและก็ได้ช่วยห่อข้าวต้มมัดด้วย

คุณตา วัยอายุ 65 ปี มาเล่าถึงตำนานที่บรรพบุรุษที่เป็นเปรตจะได้รับการปลดปล่อยจากนรกให้มาเยี่ยมลูกหลาน และรอการทำบุญไปให้ ถ้าลูกหลานไม่ดูแลก็จะโกรธและสาปแช่ง สำหรับท่านแล้วประเพณีเป็นสิ่งที่สำคัญและกระทำมาทุกปีไม่มีขาด ส่วนนี้ก็แสดงให้เห็นถึงการให้คุณค่าต่างกันระหว่างสองวัย

อีกท่านหนึ่งเป็นสตรีเชียงใหม่มาเป็นสะใภ้สุรินทร์ เล่าว่าปีแรกก็ไม่รู้ว่าประเพณีสำคัญอย่างไรได้แต่ช่วยแม่สามีห่อข้าวต้มมัด และจริงๆแล้วก็ไม่ได้ต่างจากประเพณีที่บ้านเกิดของเธอนักมีการทำบุญให้บรรพบุรุษแบบนี้ อาจจะแตกต่างในรายละเอียดแต่หลักการก็เหมือนกัน

3. เข้าถึงแก่นแซนโฎนตา
ช่วงนี้เป็นการเชิญภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ คุณตาสุรศักดิ์ ดีมาก และคุณตาวีระวุฒิ บุญมี ทั้งสองท่านได้มาเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประเพณีนี้ให้ฟัง โดยมีสองพิธีกรจาก กศน. ชวนคุยและช่วยซักถาม

ทั้งสองท่านได้เล่าตั้งแต่ตำนานความเชื่อ ขั้นตอนและพิธีการต่างๆ และสิ่งที่แฝงอยู่ในประเพณีนี้ได้แก่ การสร้างความสามัคคีในหมู่ญาติพี่น้อง การแสดงความกตัญญูรู้คุณ ผมขอเล่าเฉพาะเรื่องที่สะกิดใจผมดังนี้


คุณตาวีระวุฒิ ท่านเทียบให้ฟังถึงประเพณีนี้ระหว่างลาวกับเขมร ว่ามีความเชื่อเรื่องการปล่อยผีบรรพบุรุษมาคล้ายๆ กัน แต่ทางลาวนั้นจะเน้นในการเลี้ยงรับแต่เขมรจะเน้นในการเลี้ยงส่ง ในการเลี้ยงรับนั้นทางลาวเรียกว่าการเข้าสารทส่วนทางเขมรก็เรียกว่าเบ็ญตู๊จ ส่วนช่วงเลี้ยงส่งนั้นก็ตรงกับประเพณีเบ็ญธมของทางเขมรนั่นเอง นอกจากนี้ทางลาวก็จะมีประเพณีบุญข้าวประดับดินล่วงหน้าก่อนเข้าสารทประมาณครึ่งเดือนด้วย

คุณตาสุรศักดิ์ เล่าประสบการณ์เมื่อเดินทางไปเขมรต่ำที่เห็นชาวบ้านเอามดชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมมาอบกับเสื้อผ้ามแทนน้ำหอมที่ยังไม่มีในสมัยนั้น และพูดถึงเจรียงซันตูจ ซึ่งเป็นบทร้องเกี่ยวพาราสีกันระหว่างหนุ่มสาวในช่วงการเตรียมงานบุญนี้ และพิธีจ๊ะกระเชอหรือคล้ายกับประเพณีเทกระจาดในภาคใต้แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะลูกหลานมัวแต่กินเหล้าเลยไม่ยอมไปวัดตอนค่ำ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

การทำตัวอักษรเส้นประ