เมื่อผมลองมอง Tense อีกแบบหนึ่ง

หลังจากคราวที่แล้ว ผมได้ลองมองโครงสร้างของ Tense ต่างๆ ว่าเป็น Subset ของ Simple Tense ไปแล้ว วันนี้ผมก็มานั่งมองๆ หน้าที่ของ Tense ทั้ง 12 Tense ว่าจะมีวิธีมองอย่างไรให้ง่ายกว่าเดิม และได้พบอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่สังเกตมาก่อน

Tense คืออะไรคงไม่ต้องอธิบายกันแล้ว วิธีดั้งเดิมที่ผมและทุกๆ ท่านเรียนกันมาคือ จำวิธีการใช้งานที่ละ Tense ซึ่งแต่ละ Tense ก็จะมีแนวทางการใช้งาน 3-4 ประการอย่างเป็นอย่างน้อย แถมต้องท่อง Adverb of Time, Adverb of Frequenncy, Advert of Duration ที่เกี่ยวข้องอีก และในที่สุดก็จำอะไรไม่ได้เลย

ผมจึกเลิกความพยามที่จะจำข้อมูลมหาศาลที่อธิบายไว้ข้างบนลองหาคำอธิบายง่ายๆ เกี่ยวกับ Tense ดู หลังจากนั่งมองตารางที่พิมพ์ออกมาได้ครึ่งวัน ผมเริ่มสะกิดใจนิดๆ มาลองดูคำอธิบาย Tense แบบที่ผมค้นพบดูนะครับ

หลักการกว้างๆ คือ ผมพบว่ากริยาในภาษาอังกฤษต้องมีการบอกรายละเอียดของเวลาเสมอ เราต้องฝึกคิดให้เป็นนิสัยว่ากริยานั้น "เกิดขึ้นเมื่อไหร่?"ทุกครั้งไป แต่การบอกเวลานี่แหล่ะครับที่ทำได้หลายแบบ แบบปกติที่เราเรียนๆ กันมา ก็ใช้ Adverb นั่นแหล่ะครับ เช่น this afternoon , tomorow, next week ฯลฯ อันนี้เป็นที่ทราบโดยทั่วไปอยู่แล้ว

สำหรับอีกแบบคือ บอกโดยอิงกับเหตุการณ์ต่างๆ เช่น I was studying English when you called yesterday. ถ้าจะถามว่า กริยา to call เกิดเมื่อใด? คำตอบคือ ตอนที่กริยา to studying กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อ yesterday นั่นเอง สิ่งที่ผมอยากจะชี้คือ ประโยค I was studying English. ทำหน้าที่ช่วยบอกเวลาให้กริยาในประโยค you called ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด (ถือเป็นการเสริม yesterday ให้ชัดเจนขึ้น)

ผมจึงแบ่ง Tense เป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือ Tense สำหรับประโยคที่สามารถอยู่เดี่ยวๆ ได้ ซึ่งถือว่าเป็น Tense พื้นฐาน กลุ่มที่สองคือ Tense สำหรับประโยคที่ช่วยบอกเวลา รายละเอียดมีดังนี้ครับ

1.กลุ่ม Tense พื้นฐาน
ประโยคที่ใช้ Tense แบบนี้จะเขียนเดี่ยวๆ ได้ และจะมีการใช้ Adverb เพื่อระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา ผมขอแจกแจงตามการใช้งานดังนี้

1.1 สำหรับกริยาที่เป็นนิสัย, ความจริงทั่วไป
- Present Simple

1.2 สำหรับกริยาที่เกิดขึ้นในอดีต
- Past Simple > จบไปแล้ว
- Present Perfect > ยังต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
- Present Perfect Continous > ยังต่อเนื่องถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปอีก

1.3 เรื่องที่คิดว่าจะเกิดในอนาคต
- Future Simple > คาดว่าจะเกิด
- Present Simple > สามารถใช้ได้เช่นกัน หากมีกำหนดการอย่างแน่นอน เช่น The train leaves tonight at 6 PM.

2.กลุ่ม Tense สำหรับช่วยบอกเวลา
ประโยคที่มี Tense สำหรับช่วยบอกเวลา"จะไม่ปรากฏอยู่เดี่ยวๆ" แต่จะอยู่ด้วยกันกับประโยคที่มี Tense พื้นฐานเสมอ ส่วนนี้ผมจะขออธิบายให้ละเอียดกว่าข้อที่ 1 ลองดูตัวอย่างนะครับ

2.1 Continous ช่วยบอกว่ากริยาของ Tense พื้นฐานเกิดขึ้นระหว่างที่มีกริยาหนึ่ง"ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง"
- Past Continous บอกเวลาให้กับ Past Simple ดังตัวอย่าง
I was stydying English when you called yesterday.

- Future Continous บอกเวลาให้กับ Present Simple ดังตัวอย่าง
I will be studying English when you arrive tonight.
(จากข้อ 1.3 Present Simple สามารถใช้กับอนาคตได้ถ้ามีการระบุเวลาที่ "ชัดเจน"พอ )

2.2 Perfect ช่วยบอกว่ากริยาของ Tense พื้นฐานเกิดขึ้นหลังจากกริยาหนึ่ง"เสร็จเรียบร้อยแล้ว"
- Past Perfect บอกเวลาให้กับ Past Simple ดังตัวอย่างต่อไปนี้
I had studied a little English before I moved to the U.S.

- Future Perfect บอกเวลาให้กับ Present Simple ดังตัวอย่างต่อไปนี้
I will have studied every tense by the time I finish this course.
(ใช้ Prensent Simple ตามข้อ 1.3)

2.3 Perfect Continuous ช่วยบอกว่ากริยาของ Tense พื้นฐานว่าเกิดขึ้นหลังจากกริยาหนึ่ง"ดำเนินต่อเนื่องมาในระยะเวลาหนึ่ง"
- Past Perfect Contineous บอกเวลาให้กับ Past Simple
I had been studying English for five year before I moved to the U.S.

- Future Perfect Continous บอกเวลาให้กับ Present Simple ดังตัวอย่างต่อไปนี้
I will have been studying English for over two hours by the time you arrive.

ข้อสังเกต
- Tense กลุ่มเดียวกันจะไม่อยู่ด้วยกัน
- Tense พื้นฐานที่ใ้ช้งานร่วมกับ Tense ช่วยบอกเวลาจะมีสองตัวคือ Past Simple สำหรับอดีต และ Present Simple สำหรับอนาคต

ข้อนำแนะในการเลือกใช้ Tense
1. เริ่มจาการพิจารณากริยาในประโยคว่าเข้ารูปแบบใดใน กลุ่ม Tense พื้นฐาน(ข้อ 1)ก่อน
2. ต่อมาค่อยดูว่ามีสองกริยาใดที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะเมื่อกริยาหนึ่งเกิดขึ้น อีกกริยา"กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง", "เสร็จเรียบร้อยแล้ว" หรือ"ดำเนินต่อเนื่องมาในระยะเวลาหนึ่ง" แล้วเลือกรูปแบบที่ตรงกันในข้อ 2 ไปใช้งาน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

การทำตัวอักษรเส้นประ