Surin Province Governor met the people.

เมื่อวันพุธที่ 29 ก.ค. 52 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสติดตามคณะจาก กศน.สุรินทร์ไปร่วมเวทีเสวนา ในโครงการ"จังหวัดสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม" ประจำปี 2552 ณ บ้านขาม หมู่ที่ 11 ต.บุแกรง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์


โครงการนี้ก็มีหลักการเดียวกับโครงการจังหวัดสัญจรที่หลายๆ คนคุ้นกัน แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปบ้างโดยเพิ่มการค้างแรมและการเสวนาช่วงกลางคืนเข้าไปด้วย กิจกรรมกลางวันของวันแรกนั้นทางหน่วยราชการต่างๆ จะมีการออกร้านจัดนิทรรศการ และให้บริการต่างๆ กับประชาชน ช่วงกลางคืนจะมีเวทีเสวนาปัญหาหมู่บ้านโดยผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ จะร่วมพูดคุยแก้ปัญหาต่างๆ หลังจากนั้นท่านผู้ว่าฯ จะค้างคืนในบ้านชาวบ้าน ตักบาตรและเดินเยี่ยมพบปะชาวบ้านในช่วงเช้าก่อนเดินทางกลับ นอกจากนี้ยังมีการสร้าง"บ้านธารน้ำใจ"สำหรับครอบครัวยากไร้ที่ถูกเลือกมาโดยประชาคมของหมู่บ้านให้อีกหนึ่งหลังด้วย


สำหรับเวทีเสวนาปัญหาหมู่บ้านนั้น เริ่มเมื่อเวลา 20.00 น. ประเด็นของการพูดคุยแบ่งตามปัญหา เช่นปัญหาปากท้อง, โครงสร้างพื้นฐาน, สวัสดิภาพและความปลอดภัย เป็นต้น เมื่อถึงเรื่องใดทางผู้อภิปรายก็จะให้ชาวบ้านได้ออกมาเล่าถึงปัญหาที่ประสบในเรื่องนั้นๆ เรื่องที่ใช้เวลามากที่สุดคือเรื่องของปากท้อง มีการเสนอว่าปัญหาเรื่องน้ำสำหรับการเกษตรไม่พอ, ฝนแล้ง, ขาดโรงสีข้าว จากนั้นทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก็อาจจะออกมาตอบปัญหาหรือให้คำแนะนำ หน่วยงานที่ใช้เวลาเยอะหน่อยมี 3 หน่วยงานได้แก่ สนง.เกษตรจังหวัด, สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดและสนง.ส่งเสริมสหกรณ์จังหวัด เวทีเสวนาสิ้นสุดเมื่อ 22.00 น.


ข้อสรุปที่สำคัญๆ ในวันนั้นคือ ทางส่วนราชการต่างๆ จะช่วยผลักดันให้สร้างฉางข้าว ลานตากผลผลิตและโรงสีให้กับชุมชนในปีงบประมาณต่อไป งบประมาณที่ได้อาจจะมาในรูปของโครงการให้เปล่าหรือให้กู้ก็ได้ แต่ขอให้ชาวบ้านรวมกลุ่ม ระดมทุนส่วนหนึ่งและเสนอโครงการไว้ให้พร้อม, ทาง อบต.แจ้งว่าได้จัดทำโครงการซ่อมคันคลองที่ขาดไว้แล้วและได้ติดตั้งไฟแสงสว่างถนนหลายๆ จุดใ้ห้ด้วย, สำหรับบ้านหลายๆ หลังที่สายไฟฟ้าเข้าไม่ถึงนั้นการไฟฟ้าฯ ได้มีการจัดทำโครงการขยายเขตไปแล้วรองบประมาณอยู่


ชาวบ้านให้ความสนใจกับเวทีเสวนาครั้งนี้มากเห็นได้จากการเข้าร่วมจนศาลาประชาคมที่จุได้ประมาณ 150 คน สำหรับบรรยากาศนั้นดูเป็นทางการเหลือเกิน ชาวบ้านที่เสนอปัญหาส่วนใหญ่ก็อาจถือได้ว่าเป็นคนของทางราชการเช่น ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหรือสมาชิก อบต. เป็นต้น สำหรับโครงสร้างพื้นฐานหลายๆ อย่างก็ดูเหมือนว่าทางราชการได้วางแผนจัดสรรไว้ก่อนแล้ว ก่อนจะมาถามว่าชาวบ้านอยากได้ไหม? แหม! ใครจะปฏิเสธน้ำใจก้อนใหญ่ขนาดนี้ได้

ผมคิดเอาเองว่าการพัฒนาชุมชนด้วยด้วยค้นหาศักยภาพของชุมชน กระตุ้นให้รู้จักพึ่งตนเอง ฯลฯ ในเวลาสองวันคงเป็นไปได้ยาก การสร้างอะไรชิ้นใหญ่ๆ ไว้ก็ดูจะเป็นรูปธรรมที่สุดในข้อจำกัดเช่นนี้ ก่อนมอบภาระดูแลรักษาสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับชาวบ้านและหน่วยราชการในพื้นที่ต่อไป

เพิ่มเติม
- ชมภาพถ่ายทั้งหมดได้จากอัลบัมภาพ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก... จริงหรือ ?