Learn Anything : เรียนแหลก


Tim Ferriss ผู้แต่งหนังสือ 4hour Work Week มาบรรยายใน TED.com เรื่องประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยพูดถึงหลักการสามข้อพร้อมนำประสบการณ์เกี่ยวกับหลักการนั้นๆ มาอธิบายใหัฟังเพื่อความเข้าใจ ขอสรุปให้ฟังดังนี้

1. First Priciple
หลักการพื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ปรากฏว่าความล้มเหลวในชีวิตส่วนใหญ่มาจากการรับหลักการนี้มาผิดๆ หรือไม่เคยพิสูจน์หลักการนี้เลย ตัวอย่างที่ยกมาคือ การที่เขาหัดเรียนว่ายนั้น เขาได้พบกับ Terry Laughlin ผู้ก่อตั้ง Total Immersion Smimming สิ่งที่เขาได้รับมาคือหลักการพื้นฐานที่ต่างจากการสอนเรื่องว่ายน้ำทั่วๆ ไป และบางเรื่องก็แย้งกันมากเช่น การเตะขาเพื่อให้ไว้น้ำได้เร็วขึ้นนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย แนวทางนี้ให้พยามวางลำตัวให้ขนานไปกับพื้นมากสุดซึ่งการจะทำเช่นนั้นต้องว่ายให้ลำตัวจมอยู่ในน้ำทั้งหมด การจัดท่าจัดทางตามแบบนี้ทำให้ว่ายได้เร็วขึ้นอย่างมาก

น่าแปลกใจที่ผู้ฝึกสอนทั่วๆ ไป ไม่ได้บอกแนวทางเช่นนี้กับนักว่ายน้ำ

2. Material versus Method : สื่อ กับ วิธีการ
เรามักจะสนใจวิธีการเรียน คือ "เรียนอย่างไร" มากกว่า "เรียนกับอะไร" จากประสบการณ์ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นระหว่างขณะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ความคิดแบบนี้กลับใช้ไม่ได้

ทีแรกนั้นเขาซื้อหนังสือหลายเล่มมาอ่านปรากฎว่าไม่ได้ผล แต่สิ่งที่ทำให้เขาอ่านภาษาญี่ปุ่นหรือตัวคันจิได้นั้นคือ ตารางตัวอักษรคันจิของกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นแค่แผ่นเดียว ในตารางนั้นบรรจุตัวอักษรที่ใช้บ่อยๆ 1,945 ตัวอักษร หลังจากทุ่มเทศึกษาตารางนี้(ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าทำอย่างไร) เขาสามารถอ่านหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นได้ สามารถทำงานเแปลภาษาญี่ปุ่นได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี และเทคนิคอีกอย่างหนึ่งในการเรียนภาษาคือ "ทำบ่อยๆ" สำคัญกว่า "ทำอย่างไร"

3. Implicit versus Explicit : สิ่งที่แฝงอยู่ กับ สิ่งที่ชัดแจ้ง
เมื่อ Ferris ตัดสินใจเข้าการแข่งขันเต้นรำระดับโลก เขาพบว่าคู่แข่งของเขานั้นคือผู้ที่ฝึกฝนการเต้นรำมาเป็นเวลานับสิบปี ทำอย่างไรจึงจะชนะพวกเขาเหล่านี้ได้โดยใช้เวลาไม่กี่เดือนที่มีอยู่ ?

เขาเริ่มสำรวจวิธีการของคู่แข่งเหล่านี้ พบกว่าพวกเขาเลือกใช้ท่าที่ซับซ้อน ต้องใช้ความชำนาญ และวิธีฝึกฝนที่เฉพาะเจาะจง แต่มีบางแนวทางที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ฝึกเลย เขาเลือกท่าเต้นที่ค่อนข้างธรรมดา อาศัยการปรับปรุงการหมุนตัว ปรับจังหวะก้าว ปรับจังหวะการเต้น การเลือกทำในสิ่งที่คนอื่นๆ ไม่ทำเป็นวิธีเดียวที่เขาจะสามารถเอาชนะคู่แข่งได้

เรื่องที่ยกมานี้เป็นการเล่าเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการแข่งขันเต้นรำของเขา แต่ผมก็ตีความเอาเองว่า เขาพยามแนะนำให้เราลองศึกษาเรื่องต่างๆ ในแง่มุมที่คนอื่นมองไม่เห็น อาจจะมีแง่มุมที่ไม่ได้มีการสอนหรือบรรจุอยู่ในหลักสูตรทั่วๆ ไป แง่มุมแฝงเช่นนี้อาจจะช่วยให้เราสามารถพัฒนาตนเองได้เช่นกัน

ตอนท้ายการบรรยาย มีการทิ้งท้ายไว้ว่า ความกลัวเป็นเพื่อน ความกลัวเป็นเครื่องบ่งชี้ ส่วนมากแล้วความกลัวจะบอกไม่ให้ทำมากกว่าบอกทำ แต่ความสำเร็จที่เขาได้รับมาทั้งหมดในชีวิตเกิดจากการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า "มันสามารถแย่(หรือเสียหาย)มากที่สุดได้ขนาดไหน?" ให้คิดเชิงวิเคราะห์พิจารณาศักยภาพของคุณแล้วใช้มันขจัดความกลัวเดิมๆ ใช้มันเพื่อสร้างฝันที่ยิ่งใหญ่

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

การทำตัวอักษรเส้นประ