Barcamp Bangkok #3 ตอนที่ 1/4

ผมได้ไปร่วมงาน Barcamp Bangkok ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 พ.ค. 51 ณ มหาวิทยาลัียศรีปทุม ในงานนี้นอกจากจะได้รับฟังเรื่องทีี่มีทั้งสาระและความสนุกๆ จากเพื่อนในงานแล้ว ผมเองก็ได้มีโอกาสไปเล่ากิจกรรมที่ทำอยู่เกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนภาษาเขมรให้พวกเขาได้ฟังเช่นกัน


สถานที่จัดกิจกรรมอยู่ที่อาคาร 9 ซึ่งเป็นอาคารสูง 12 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นโรงยิมปรับอากาศซึ่งทางผู้จัดได้ใช้เป็นห้องประชุมรวม ส่วนห้องบรรยายนั้นอยู่ในอาคารเดียวกันชั้นที่ 9 และ 10


กิจกรรมในวันแรก เริ่มจากการลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งผมได้ลงทะเบียนล่วงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆได้ที่เว็บไซต์ Barcamp Bangkokมาก่อนแล้ว เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วเราจะได้บัตรประจำตัว เสื้อยืดและกระเป่าผ้า หากต้องการใช้อินเทอร์เนตไร้สายก็สามารถขอใช้บริการได้โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนด้วย



จากนั้นก็เป็นช่วยที่บรรดาผู้ร่วมงานต่างๆ เสนอเรื่องที่จะพูดโดยเขียนหัวข้อลงในกระดาษและนำมาติดที่ผนังเพื่อให้ผู้ร่วมงานคนอื่นๆ มาโหวด เรื่องที่จะได้พูดคือเรื่องที่มีผู้โหวตมากตามลำดับไป ระหว่างนั้นพิธีกรในงานก็ย้ำนักหนาว่าคนที่มางาน Barcamp จะได้พูด ส่วนตัวผมนั้นไม่ได้เดรียมอะไรไปพูดเลย แแต่ดูหัวข้อที่คนอื่นๆเสนอก็พอเห็นแนวทางแล้วว่าจะพูดเรื่องอะไร


ประมาณ 10.30 น. เป็นพิธีเปิด โดยรองอธิการบดี ม.ศรีปทุม มาเป็นประธานในพิธี ต่อจากนั้นผู้จัดก็เรื่องจัดห้องบรรยาย ส่วนของการบรรยายจะเริ่มตั้งแต่ 11.00 - 18.00 น. โดยพักกลางวัน 1 ชั่วโมง

ผมขอสรุปเนื่อหาที่ผมเข้าฟังดังรายการต่อไปนี้
1. How to create a tribe of follower

ผู้พูดช่วงนี้คือ Jeff Utecht เป็นคนที่ทำงานด้านการศึกษา เนื่อหาเป็นการพูดถึงการสร้างกลุ่มผู้ติดตามหรือแฟนของบล็อกหรือทวิตเตอร์ โดยใช้แนวคิดจากหน้งสือเรื่อง Tribes:We need you lead us ของ Seth Godin ขอเก็บความภาษาอังกฤษมาเล่าให้ฟังดังนี้
- ผู้ชมส่วนใหญ่มาจาก Google Search ดังนั้นควรสนใจเรื่อง Search Engine Optimization ด้วย
- การไปคอมเมนต์บล็อกผุ้อื่น ช่วยให้คุณสามารถเผยแพร่บล็อกคุณได้และช่วยให้คนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนด้วย
- การจะให้ใครมาตามคุณ คุณต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหรือเป็นส่วนหนึ่งของอะไรสักอย่าง
- ผู้บรรยายมีการจัดกลุ่มผู้ติดตามเป็นกลุ่มๆ ตามภูมิภาคเพื่อใช้ในการส่งข่าวสารที่เกี่ยวข้องกลับกลุ่มนั้นๆ
- ทวิตเตอร์กลายเป็น Social Media ไปแล้ว แสดงให้เห็นโดยลองค้นคำว่า barcampbkk3 จะพบข่าวสารที่เป็นปัจจุบันที่เกี่ยวกับกิจกรรมนี้จำนวนมาก
- How can you create(or do,make) something with your trust?
- คุณทำอะไรกับบรรดาผู้ติดตามบ้าง ?​​​ สำหรับผู้บรรยายแล้วเขาช่วยตอบคำถาม แนะนำสิ่งต่างๆ และให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลในการเพิ่มผู้ติดตามด้วย

2. Restuarant City Optimization
โดย คุณ Macroart เดิมทีผมไม่ได้สนใจหัวข้อนี้เลย แต่หัวข้ออื่นๆที่จะบรรยายในช่วงเวลานี้ล้วนที่เป็นหัวข้อที่ผมรู้ตัวแน่ๆ ว่าฟังไม่รู้เรื่องเลยลองเข้ามาฟังดู

แรกที่เห็นหัวข้อบรรยายนั้นคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารร้านอาหาร การจัดการธุรกิจ หรืออะไรทำนองนั้น เมื่อเข้ามาฟังแล้วกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คำว่า Rectuarant City ในที่นี้คือเกมส์ใน Facebook[http://www.facebook.com] ที่มีคนสนใจเป็นจำนวนมาก มีการแลกเปลี่ยนและขายไอเท็มกันเป็นเรื่องเป็นราวเลย เกมส์นี้จะมีระดับทั้งหมด 26 ระดับ ผู้ที่เริ่มเล่นจะอยู่ที่ระดับ 1 และเลื่อนขั้นโดยการเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ

คุณ Macroart ผู้บรรยายนั้นสามารถเล่นเกมส์นี้ให้ได้ระดับ 20 โดยใช้เวลาเพียงสองอาทิตย์ ซึ่งสามารถทำได้โดยการศึกษาถึงวิธีคิดของเกมส์นี้ และเล่นเกมส์ให้ใกล้เคียงที่สุดซึ่งจะทำให้ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว แนวทางการเล่นแบบนี้กึคือการทำ Optimization นั่นเอง


สิ่งที่ทำเสนอคือ กฎกติการของเกมส์เป็นอย่างไร และจะหาวิธีเล่นเกมส์ให้ได้แต้มเยอะๆ ทำอย่างไร โดยได้แสดงกระบวนการวิเคราะห์ให้เห็นด้วย หากท่านดูในไสลด์จะเป็นว่าในเกมส์เราสามารถอัพเกรดเมนูอาหารได้ แต่จะเลือกเมนูไหนที่ควรเอามาอัพเกรดนั้น ได้มีการแสดงขั้นตอนการวิเคราะห์ให้ดู และเปรียบเทียบให้เห็นกระทั่งว่าหากเล่นแบบธรรมดา กับการมุ่้งอัพเกรดเมนูอาหารให้ได้ ทำให้ลดเวลาในการเล่นได้มากน้อยขนาดไหน โดยในการวิเคราะห์จะแจกแจงเป็นขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และนำไปใช้ได้อย่างไร

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกมส์แต่เนื้อหาจริงๆ จะเกี่ยวกับกระบวนการวิจัย mothodology ทำนองนี้เลย ได้ประโยชน์มากสำหรับรายการนี้

3.Create Presentation they will remember

อ้าวกับมาเจอกับคุณ Jeff Urchect อีกแล้ว คราวนี้เขามาบรรยายเรื่องเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจ เนื้อหาโดยสรุปมีดังต่อไปนี้
- เริ่มแรกเขาแนะนำหนังสือชื่อ Presentation Zen หรืออะไรทำนองนั้น ผมเข้ามาช้าหน่อยเลยไม่มีรายละเอียดเรื่องนี้
- เรื่องที่สำคัญในการนำเสนอคือ การเล่าเรื่อง คุณต้องมีเรื่องเล่าอยู่ในหัวแล้ว Know content , have a story in your head สำหรับตัวผู้บรรยายนั้น เขาจะใช้วิธีร่างเนื้อเรื่องไว้ในกระดาษและนำมาทบทวนจนจำได้
- สมองคนเรามีขีดจำกัด ไม่สามารถอ่านหรือฟังไปพร้อมๆ กันได้ ดังนั้้นก็อย่าให้ผุ้ชมต้องอ่านและฟังอะไรพร้อมๆ กัน มีจังหวะหยุดให้อ่านสักครู่ก่อนบรรยายต่อ
- Less is more น้อยๆ เข้าไว้ ??
- การนำเสนอเป็นการนำเสนอ"ตัวผู้พูด" ไม่ใช่การนำเสนอ "สไลด์" Focus on presenter not slides. โดยสไลด์ใช้สนับสนุนสิ่งที่คุณพูดเท่านั้น Slide support what you are talking.
- บางอย่างคุณไม่จำเป็นต้องพูด ให้ภาพพูดแทน ใช้ความเงียบแทน โดยมีการยกตัวอย่างการนำเสนอลักษณะนี้ให้ดู เช่น การนำเสนอโดยเน้นภาพ (Picture base presentation)
- ใช้รูปแสดงความรู้สึก Images for Emotion
- งานนำเสนอบางประเภท เช่น บนเว็บ ควรทำให้เสร็จภายในหนึ่งหน้า ไม่ควรให้เกินจนมีแถบเลื่อน (Scroll Bar) ปรากฏ ยกตัวอย่างเว็บสมัยใหญ่ที่จะไม่มีแถบเลื่อนให้เห็น
- ไม่ควรใช้ลูกเล่นหวือหวาในการนำเสนอ
- ในแต่ละสไลด์ ใช้คำเพียง 4-5 คำ ก็พอ
- แนะนำทิปเล็กๆ หากจำเนื้อหาเกี่ยวกับสไลด์นั้นไม่ได้ ให้ทำตัวหนังสือเล็กๆ ไว้ด้านล่าง ช่วยเตือนความจำขณะที่เรานำเสนอถึงสไลด์นั้น
- แนะนำให้ใช้ Remote Control ช่วยในการคลิ๊ก ทำให้ไม่ต้องยืนอยู่ที่หน้าโน้ตบุึคส์ตลอดเวลา และ Remote Control ยังสามารถช่วยในการชี้ส่วนต่างๆ ของจอภาพได้ด้วย
- ถ้าสไลด์มีรายละเอียดเยอะ ต้องมีช่วงหยุดให้ผู้ฟังได้อ่าน และตัวหนังสือต้องค่อยๆ ทยอยมา ไม่ใช่มารวดเดียวเต็มจอเลย
- สไลด์ไม่ใช่คู่มือสำหรับอ่าน หากมีรายละเอียดมากต้องพิมพ์เอกสาร(Handout)ให้อ่านต่างหากไปเลย

เพิ่มเติม
- บทความนี้มี 4 ตอน ได้แก่ตอนที่ 1 ,ตอนที่ 2 ,ตอนที่ 3 ,ตอนที่ 4
- ชมภาพกิจกรรมได้ที่นี่

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

การทำตัวอักษรเส้นประ