เตามหาเศรษฐีมีชื่อทางการคือ เตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง ผมได้วิดิโอนี้จากสื่อเผยแพร่ของ อบต.กันตวจระมวล ที่ส่งมาให้ กศน.สุรินทร์
(หากชมแบบออนไลน์ไม่สะดวก ดาวน์โหลดแฟ้ม .flv ขนาด 13 MB ได้ที่นี่)
ตำบลกันตวจระมวลเป็นตำบลที่มีความก้าวหน้าเรื่องของการจัดการพลังงานเป็นอย่างมาก จนได้รับรางวัลชุึมชนที่ีมีความสำเร็จดีเด่น ในการประกวดดโครงการจัดทำแผนพลังงานชุมชนเืพื่อชุมชนสีเขียว ปี 2551 ดำเนินการโดยสำนักงานพลังงานภูมิภาคที่ 5 มูลนิธิพัฒนาอีสาน และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
จำได้ว่าในเวทีเรียนรู้ "พี่เฉลียว" แกนนำสำคัญของโครงการทำเตามหาเศรษฐี คุยให้ฟังคร่าวๆ ว่า อบต.จะสนับสนุนการฝึกอบรมพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือให้กลุ่มชาวบ้านเป็นผู้ผลิต เตาที่ได้จะเอามาจำหน่ายในชุมชน โดยอบต.จะช่วยสนับสนุนค่าเตาส่วนหนึ่งทำให้ราคาเตาถูกลง ปัญหาที่ประสบเมื่อสามสี่เดือนก่อนคือ มีความต้องการเตามากแต่ไม่ค่อยมีคนมาช่วยทำ ไม่ทราบว่าตอนนี้ไปถึงไหนบ้าง
อ่านเพิ่มเติม
- กระบวนการจัดทำแผนพลังงานของ ต.กันตวจระมวล
- พิธีมอบรางวัลโครงการจัดทำแผนพลังงานชุมชน
27 พ.ย. 2551
26 พ.ย. 2551
ชุดขาตั้งป้ายไวนิล
25 พ.ย. 2551
แฟชันโชว์ผ้าไหมสุรินทร์การกุศล 2551
กิจกรรมนี้จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 21 พ.ย. 2551 ณ เวทีเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ภายในงานช้างแฟร์ ปี 2551 ผมไ้ด้รับบัตรราคา 250 บาทฟรีจากหน่วยงาน เลยได้มีโอกาสเข้าไปชม

งานเริ่ิมเมื่อเวลา 19.00 น. โดยวงกันตรีมเยาวชนจากบ้านดงมัน มาแสดงเปิดรายการ งานนี้คุณน้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ (ดูบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่) นำทีมมาเอง กระทั่งเวลา 20.00 น. จึงเป็นพิธีเปิดอย่างเป็นทางการโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายปราโมย์ สัจจรักษ์ เป็นประธาน

การแสดงรายการแรกเป็นแฟชันโชว์ผ้าไหมยกทอง โดยผู้แสดงจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สวมใส่ผ้าไหมยกทองของกลุ่มจันทร์โสมา ชุดที่แสดงนั้นเป็นชุดไทยประยุกต์ที่มีรูปแบบการตัดเป็นแบบสไตล์สากลหน่อยๆ

ต่อมาเป็นการแสดงแฟชันผ้าไหมพื้้นเมืองชาวกูยอำเภอสำโรงทาบ โดยคณะข้าราชการจากอำเภอสำโรงทาบ ลักษณะเด่นของชุดนี้คือเป็นผ้าไหมสีดำเนื่องจากการย้อมด้วยมะเกลือ และมีวิธีการต่อผ้าที่เรียกว่า"แซว"
ชุดที่สามเป็นแฟชันโชว์โดยคณะนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ ที่ประกอบด้วยข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น พ่อค้า คหบดีในจังหวัด มาเดินโชว์ชุดผ้าไหมร่วมสมัย

การแสดงชุดที่สี่ เริ่มเมื่อเวลา 21.00 น. เป็นการแสดงแฟชันโชว์ผ้าไหมพร้อมเครื่องประดับเงินโดยคณะนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา ชุดนี้เน้นที่การแสดงเครื่องประดับเงินสวมใส่ในชุึดผ้าไหมร่วมสมัยที่นุ่งห่มผ้าด้วยการจับผ้าทั้งผืน

ชุดสุดท้ายเป็นการแสดงแบบโดยคณะ ผวจ.สุรินทร์ และ รองฯ พร้อมภรรยา จากนั้นเป็นการรับบริจาคเงินจากผู้ที่ร่วมเดินแบบและผู้แสดงทั้งหมดออกมายืนหน้าเวทีเพื่อถ่ายรูปร่วมกัน งานนี้สิ้นสุดเมื่อเวลา 21.40 น. ยอดเงินบริจาคทั้งสิ้นเป็นเงิน 63,000 บาท
ในงานนี้มีการจัดอาหารว่างแบบค็อกเทลไว้บริการผู้ชมด้วยนะครับผมไม่เคยทานอาหารแบบนี้เหมือนกัน หลังจากไปชิมแล้วอาหารก็ไม่ได้แปลกอะไรเพียงแต่มีการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆมีไม้จิ้มเสียบไว้พร้อม ส่วนเครื่องดื่มคือพันช์ งานนี้โดยรวมๆ ก็สนุกดี หากปีหน้ามีกิจกรรมแบบนี้อีกก็เชิญผู้อ่านมาร่วมทำบุญกับกาชาดด้วยกันนะครับ
เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่นี่ครับ
24 พ.ย. 2551
ภาพยนต์เรื่อง "เสียงกู่จากครูใหญ่"
(หากชมออนไลน์ไม่สะดวก ดาวน์โหลดแฟ้ม .flv ขนาด 35 MB ได้ที่นี่)
ได้ชมภาพยนต์ความยาว 29 นาที เรื่องนี้ครั้งแรกในเวทีเรียนรู้ อบต.กันตรวจระมวล ครั้งที่สอง เป็นเรื่องของการพัฒนาชุมชนโดยครูใหญ่ชาวเกาหลีคนหนึ่ง เป็นสื่อที่สร้างแรงบันดาลใจได้ดีทีเดียว
เมื่อชมภาพยนต์เรื่องนี้จบอยากให้ทำการบ้านต่อสักหน่อย ลองตั้งคำถามปลายเปิดถึงสิ่งที่ได้จากเรื่องนี้ เช่น
1. เมื่อพยามพัฒนาชุมชน ครูใหญ่ต้องเจอปัญหาอะไร และท่านพยามแก้ไขอย่างไร ?
2. ครูใหญ่มีวิธีเปลี่ยนความคิดชาวบ้านอย่างไร ?
3. นักพัฒนาต้องมีทักษะอะไรบ้าง งานถึงจะประสบผลสำเร็จ ?
4. ครูใหญ่ทำอย่างไรให้ชาวบ้านร่วมมือกับท่าน ?
5. ลองพยามแบ่งขั้นตอนการพัฒนาเป็นขั้นๆ มีกี่ขั้น ? อะไรบ้าง ?
ฯลฯ
คำถามเหล่านี้ท่านไม่ต้องตอบทุกข้อหรอกครับ ขอให้พยามตอบแค่ข้อเดียวท่านก็ได้อะไรมากจากภาพยนต์เรื่องนี้แล้วหล่ะ
22 พ.ย. 2551
เก็บตกระหว่างการเดินไปไปร่วมงาน CITEC CON#2
ก่อนนั้นระหว่างการเดินทางไจะ็คิดถึงเพียงแค่ปลายทางเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากเวทีเรียนรู้ของ อบต.กันตวจระมวลคือการเปลีี่ยนแนวคิดให้รู้จักชื่นชมความงามของสิ่งต่างๆ ข้างทางบ้าง สิ่งเล็กๆ เหล่าก็เป็นส่วนหนึ่งระหว่างเดินทางไปร่วมสัมนา CITE-CON#2

ภาพแรก เป็นภาพของจอภาพโฆษณาที่อยุ่ในรถไฟฟ้า ขณะที่ถ่ายภาพนั้นเป็นเวลาเช้ามากระบบต่างๆ คงยังดำเนินการไม่เรียบร้อย หน้าจอบูตเครื่องที่ค้างไว้นี้ ทำให้เราได้ทราบว่าคุณลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ใช้ซีพียู เซเลรอน 3.00 GHz แรม 1,024 MB และฮาร์ดดิสก์มีปัญหาอยู่

ภาพที่สอง ป้ายโฆษณาของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งแถวพญาไท ชอบตรงคำขวัญของเขาคือ "No child left behind" มันทำให้ย้อนคิดไปถึงวลีหนึ่งที่กินใจมากๆ คือ "I will leave no one behind…dead or alive. We will all come home together." จากภาพยนต์เรื่อง We were soldier (บทวิจารณ์ภาษาไทยที่นี่)

ภาพสุดท้าย เป็นเตาไฟฟ้าในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราไปทานข้าวตอนเย็น เตาชนิดนี้เป็นแบบ Induction Cooker อาศัยการสูญเสียของการไหลวนจากแม่เหล็กทำให้เกิดความร้อน ขณะใช้งานเราสามารถเอามือจับเตาได้เลย ความร้อนจะเกิดเฉพาะกับภาชนะโลหะที่วางอยู่บนเตาเท่านั้น หลายคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เองก็เพิ่งเคยเห็น ผมคิดว่าในอนาคตอุปกรณ์แบบนี้คงจะมีวางขายในท้องตลาดให้เราได้เลือกใ้ช้
ภาพแรก เป็นภาพของจอภาพโฆษณาที่อยุ่ในรถไฟฟ้า ขณะที่ถ่ายภาพนั้นเป็นเวลาเช้ามากระบบต่างๆ คงยังดำเนินการไม่เรียบร้อย หน้าจอบูตเครื่องที่ค้างไว้นี้ ทำให้เราได้ทราบว่าคุณลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ใช้ซีพียู เซเลรอน 3.00 GHz แรม 1,024 MB และฮาร์ดดิสก์มีปัญหาอยู่
ภาพที่สอง ป้ายโฆษณาของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งแถวพญาไท ชอบตรงคำขวัญของเขาคือ "No child left behind" มันทำให้ย้อนคิดไปถึงวลีหนึ่งที่กินใจมากๆ คือ "I will leave no one behind…dead or alive. We will all come home together." จากภาพยนต์เรื่อง We were soldier (บทวิจารณ์ภาษาไทยที่นี่)
ภาพสุดท้าย เป็นเตาไฟฟ้าในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราไปทานข้าวตอนเย็น เตาชนิดนี้เป็นแบบ Induction Cooker อาศัยการสูญเสียของการไหลวนจากแม่เหล็กทำให้เกิดความร้อน ขณะใช้งานเราสามารถเอามือจับเตาได้เลย ความร้อนจะเกิดเฉพาะกับภาชนะโลหะที่วางอยู่บนเตาเท่านั้น หลายคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เองก็เพิ่งเคยเห็น ผมคิดว่าในอนาคตอุปกรณ์แบบนี้คงจะมีวางขายในท้องตลาดให้เราได้เลือกใ้ช้
21 พ.ย. 2551
มารยาท(ที่ไม่ค่อยดี)ในการเผยแพร่ภาพ
เรื่องนี้มาจากประสบการณ์ตรงของผมเอง เนื่องจากการเผยแพร่ภาพของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพสารสนเทศธุรกิจ มีบางภาพที่ไม่ค่อยสอดคล้องกับประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามนัก น้องๆ ที่อยู่ในรูปเลยโทรมาขอให้ลบให้ด้วย หลังจากลบให้แล้วต้องขอโทษเขายกใหญ่
เดิมทีผมคิดแต่ว่าถ่ายภาพอย่างไรให้มีรายละเอียดให้ครบ แต่ไม่ค่อยได้ระวังเรื่องความเหมาะในการเผยแพร่ สำหรับแนวทางในการวางภาพในบล็อกไม่ให้มีปัญหานั้น ผมได้กำหนดไว้กว้างๆ ดังนี้
ควรทำ
1. ภาพของเหตุการณ์ต่าง ที่ถ่ายบรรยากาศโดยรวม ไม่เจาะผู้ใดผู้หนึี่งเฉพาะ
2. เรื่องราวหรือผลงานที่ผู้จัดมีความประสงค์อยากจะเผยแพร่
3. หากถ่ายภาพเจาะจงใครให้แน่ใจว่าเจ้าของเขาไม่ขัดข้องหากจะเผยแพร่ในที่สาธารณะ
ไม่ควรทำ
1. เรื่องที่ผู้จัดงานไม่อยากเปิดเผย
2. กิจกรรมที่กระทบต่อศีลธรรม (แม้จะเป็นเรื่องปกติก็เถอะ) หรือก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ที่อยู่ในภาพนั้น
3. รูปของคนที่เราไม่รู้จัก หรือไม่แน่ใจว่าเขาประสงค์จะให้เผยแพร่ภาพในที่สาธารณะหรือไม่
เดิมทีผมคิดแต่ว่าถ่ายภาพอย่างไรให้มีรายละเอียดให้ครบ แต่ไม่ค่อยได้ระวังเรื่องความเหมาะในการเผยแพร่ สำหรับแนวทางในการวางภาพในบล็อกไม่ให้มีปัญหานั้น ผมได้กำหนดไว้กว้างๆ ดังนี้
ควรทำ
1. ภาพของเหตุการณ์ต่าง ที่ถ่ายบรรยากาศโดยรวม ไม่เจาะผู้ใดผู้หนึี่งเฉพาะ
2. เรื่องราวหรือผลงานที่ผู้จัดมีความประสงค์อยากจะเผยแพร่
3. หากถ่ายภาพเจาะจงใครให้แน่ใจว่าเจ้าของเขาไม่ขัดข้องหากจะเผยแพร่ในที่สาธารณะ
ไม่ควรทำ
1. เรื่องที่ผู้จัดงานไม่อยากเปิดเผย
2. กิจกรรมที่กระทบต่อศีลธรรม (แม้จะเป็นเรื่องปกติก็เถอะ) หรือก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ที่อยู่ในภาพนั้น
3. รูปของคนที่เราไม่รู้จัก หรือไม่แน่ใจว่าเขาประสงค์จะให้เผยแพร่ภาพในที่สาธารณะหรือไม่
20 พ.ย. 2551
การสัมนา CITEC CON ครั้งที่ 2
การสัมนา Computer Security Conference ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 โดยกลุ่ม CITEC Group ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของ NECTEC สถานที่จัดงานคือสถาบันพัฒนาบุคลากรและวิชาการด้านไอที ของ NECTEC ชั้น 22 อาคารมหานครยิบซัม ถ.ศรีอยุธยา เขตราชเทวี กทม. ห่างจากสถานนีรถไฟฟ้า BTS พญาไทประมาณห้าร้อยเมตร
ผมเคยเยี่ยมเยียนเว็บบอร์ดของ CITEC มาประมาณปีกว่าแล้ว คิดจะสมัครดูแต่ไม่สำเร็จเพราะมีขั้นตอนในการสมัครที่ยุ่งยากพอสมควร กฎเกณฑ์ในบอร์ดเองก็เข้มงวดเหลือเกินใครทำอะไรผิดจะโดนแบนทันที ทำได้แค่สมัครสมาชิกกลุ่มข่าวทิ้งเอาไว้ แต่ใจหนึ่งก็ยังคิดว่าระบบระเบียบแบบนี้คงจะทำให้เนื้อหาที่อยู่ในบอร์ดมีคุณภาพมากทีเดียว
ผมขอสรุปเนื้อหาในการอบรมครั้งนี้เรียงตามลำดับเหตุการณ์ และต้องขอออกตัวไว้ก่้อนว่าเรื่องที่บรรยายนั้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากๆ สำหรับคนที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางนี้โดยตรงอย่างผม ขอสรุปตามความเข้าใจที่ผิวเผินเท่านั้น
1. พิธีเปิดและกิจกรรมกลุ่ม
พิธีเปิดเริ่มเมื่อประมาณ 9.30 น. โดย ดร.โกเมนทร์ พิบูลโรจน์ จาก THAICERT มาเป็นประธานในพิธีเปิด เนื้อหาของโอวาทนั้นนอกจากอาจารย์จะพูดถึงการสร้างเวทีเแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์แล้ว ท่านยังได้กล่าวถึงจุดประสงค์อีกประการของงานนี้ว่า อยากให้คนทำงานในวงการนี้ได้มีการปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ มากขึ้น เพราะดูเหมือนว่าคนที่ทำงานด้านไอทีมักไม่ค่อยพูดคุยกับใครหรือชอบทำงานคนเดียวซึ่งไม่ค่อยจะถูกต้องต้องนัก เพราะยังไงเรายังต้องใช้ชีวิตในสังคมเหมือนกัน
ต่อมาเป็นคุณวุฒิพงษ์ ประธานกลุ่มก็มาเล่าความเป็นมาของ CITEC ที่พัฒนามาจากกลุ่มนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (นานาชาติ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว กลายเป็นชุมชนผู้สนใจด้านความปลอดภัยที่เปิดรับบุึคคลที่สนใจโดยทั่วไปเป็นสมาชิกในวันนี้


(บรรยาย : แข่งกันเล่นเกมส์ Rayman)
จากนั้นเป็นกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ โดยการแบ่งกลุ่มย่อยกลุ่มละ 7 คน ให้ออกมาแข่งขันเกมส์ต่างๆ เช่น จับคู่แข่งกันทายชื่อเพื่อนอีกกลุ่ม ,หาตัวแทนมาเล่นเกมส์ Rayman ของเครื่อง Wii บ้าง สุดท้ายกลุ่มที่ชนะจะได้รางวัึลเป็นเสื้อยืดไป กิจกรรมนี้ก็สนุกสนานดีโดยเฉพาะการแข่งขันเกม Rayman นั้น มีกิจกรรมแปลกๆ สารพัดให้ได้ฮากันมากๆ
2. Code Injection by EdKung

Code Injection เป็นการ"แอบ" เอาโปรแกรมที่เราต้องการไปแทรกในโปรแกรมที่มีอยู่เดิม เมื่อผู้ใช้สั่งให้โปรแกรมนั้นทำงานก็เท่ากับสั่งให้โปรแกรมแปลกปลอมนั้นทำงานไปด้วย (ทำนองพวกโปรแกรม Rootkit มั้งครับ ??) สำหรับวิธีการทำนั้นอาจจะแบ่งเป็นสองแบบใหญ่ คือ Static กับ Dynamic
วิธี Static คือเปิดแก้แฟ้มโดยตรงโดยใช้ Debugger เข้ามาช่วย โดยแก้ในที่ว่างของโปรแกรมที่เรียกกันว่า Codecave สำหรับวิธี Dynamic จะไม่แก้ที่แฟ้มต้นฉบับแต่เป็นการแก้ไขขณะที่แ้ฟ้มที่ถูกเรียกใช้ สำหรับวิธีการย่อยๆ ทั้งหลายนั้นผมฟังไม่เข้าใจเลย จำได้แค่ว่ามีวิธีหนึ่งคือการ Hook Windows เท่านั้น
3. Simple Binding โดย Pspn.n

Binding คือการเอาโปรแกรมตั้งแต่สองตัวมารวมกันเป็นโปรแกรมเดียว ไม่เหมือนกับ Code Injection ที่เอาโปรแกรมแกรมหนึ่งไป"แทรก" ในอีกโปรแกรมหนึ่ง การ Binding เกี่ยวข้องกับเราในแง่ว่ามันคือวิธีการสร้าง Trojan หรือ Malware นั่นเอง โดยพ่วง Trojan มากับโปรแกรมปกติสักอย่างแล้วส่งมาให้เหยื่อคลิ๊ก
การ Binding โดยการนำแฟ้มทั้งสองมาต่อเชื่อมแบบธรรมดาๆ นั้น หากถูกส่งไปจะใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากโปรแกรมตรวจจับไวรัสจะคอยแสกนตลอดเวลา ดังนั้นจะต้องการเข้ารหัส บีบอัดโปรแกรมไม่พึงประสงค์เหล่านี้เืพื่อให้รอดการตรวจจับให้ได้ ซอพท์แวร์ที่ช่วยในการ Binding บางทีก็เรียกว่า Binder หรือ Crypter หรือ Packer
ในการสาธิตนั้น วิทยากรแสดงการ Binder จากรูปแบบพื้นฐานที่สุดคือ เอาโปรแกรม Notepad มารวมกับโปรแกรม Calculator ให้ดู เมื่อคลิ๊กแฟ้มที่สร้างขึ้นทั้งสองโปรแกรมจะขึ้นมาทำงานพร้อมกัน ต่อมาเป็นการลองแนบ Trojan เข้าไปกับโปรแกรม Notepad แบบธรรมดาซึ่งสามารถตรวจจับได้โดยโปรแกรมต้านไวรัส สุดท้ายเป็นการใช้ option ทำให้มีการเข้ารหัส และส่งไปตรวจสอบในเว็บที่ให้บริการตรวจสอบไวรัส แสดงให้เห็นเลยว่าแฟ้มนี้สามมารถผ่านตัวแสกนไวรัุสเกือบทั้งหมดไปได้
4. พักเที่ยงและช่วง Movies Previews
ระหว่างพักรับประทานอาหารเที่ยง มีรายการ Movies Preview โดยเลือกหนังที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์มาฉายเฉพาะฉากที่เกีึ่ยวกับความปลอดภัย พร้อมจะมีวิทยากรมาอธิบายว่าในภาพยนต์เขาทำอะไรกัน? เรื่องแบบนี้ทำได้จริงไหม? ตลอดช่วงเที่ยงรีวิวได้สัก 3-4 เรื่อง เท่าที่ผมจะได้มีเรื่อง Takedown และ Antitrust
แม้ว่ากิจกรรมนี้น่าสนใจแต่มาจัดพร้อมกับทานอาหารเที่ยงแบบนี้ การตอบรับจากผู้่ร่วมสัมนาเลยดูน้อยไปหน่อย
5. Authentication Security โดย TonHor

เป็นเนื้อการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการแสดงตนก่อนเข้าใช้ระบบ เนื้อหาหลักๆ คือ การใช้งาน John the Ripper เพื่อถอดรหัสผ่านของผู้ใช้ในระบบ Unix ,การใช้งานโปรแกรม Putty Key Generator เพื่อสร้างคีย์ , การใช้งานโปรแกรม Fail2ban เพื่อป้องกัน Brute Force , เทคนิคการใช้งาน ssh ของ John Scully และท้ายสุด Single Mode Authentication ของ Linux

คุณ TonHor มักจะแทรกมุขตลกๆ โดยเอาคลิปวิดิโอสนุกๆ ของลินุกซ์มาให้ดูกัน คลิปสุดท้ายมีการล้อเลียนเรื่องจอฟ้านิดหน่อย ขำใช้ได้เลย
6. Building a Secure Web Server โดย Jbn1233

เรื่องนี้เน้นไปที่การปรับแต่ง Apache บน Linux/Unix เป็นหลัก เนื้อหาประกอบด้วยภัยคุกคามของ Web Server พร้อมทั้งวิธีป้องกันและแก้ปัญหา แนะนำการใช้โมดุลของ Apache ได้แก่ mod_evasive , mod_status การ Disable PHP Shell ในแฟ้ม php.ini และการปรับแต่ง Iptable ให้จำกัด connection
ิสิ่งที่น่าสนใจคือคุณ jbn1233 สาธิตการใช้งานโปรแกรมต่างๆ เหล่านี้ โดยพาไปดูของจริงในเว็บที่ดูแลอยู่ แต่ละเว็บก็มีโหลดมหาศาล และเราก็คุ้นชื่อกันดี
7. Nmap the Valnerability Scanning โดย Bz3ro

โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลของเซอร์เวอร์ เพื่อให้ในการรักษาความปลอดภัยหรือเจาะระบบก็ได้ เนื้อหาในการบรรยายเป็นเรื่องการใช้คำสั่งสารพัดของ Nmap โดยละเอียดพร้อมตัวอย่าง

ภายหลังได้คุยกันถึงรู้ว่าคุณ bz3ro ยังเรียนอยู่ปี 4 เท่านั้นเอง และทำโครงงานปีสุดท้ายด้วยการพัฒนา IPS แบบโอเพนซอร์ส
8. Dirty Attack by Google Hacking โดย คุึณประธาน

เนื่องจาก Google มีความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูลของระบบเครือข่ายได้อย่างละเอียด เราสามารถนำสิ่งที่ Google เก็บไว้นั่้นมาใช้เป็นข้อมุลในการรักษาความปลอดภัย (หรือเจาะระบบ) ได้เช่นกันเนื้อหาในการบรรยายเป็นการใช้คำสั่งต่างๆ ของ Google ในการหาช่องโหว่ของระบบ
9. Art of Unpacking โดย Tummy

ในการพัฒนาซอพท์แวร์ต่างๆ จะีมีกระบวนการ Packing เพื่อป้องกันการ crack หรือไม่ให้ผู้อื่นสามารถศึกษาวิธีทำงานของโปรแกรมนั้นได้ อันจะนำไปสู่การหา Seriel หรือ Keygen ดังนั้นกระบวนการย้อนรอยการ Packing ก็คือการ Unpacking นั่นเอง
ศาสตร์เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Reverse Engineering เนืือหาบางส่วนจะคล้ายๆ กับเรือง Code Injection ในตอนเช้า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากในสุดเลยไม่ขอบรรยายอะไรมากกว่านึ้ รู้แต่ว่าดีบักเกอร์ที่เอามาสาธิตคือ Olly Debugger
10. พิธีปิดและกิจกรรมช่วงเย็น
ดร.โกเมนทร์ มามอบรางวัลต่างๆ พร้อมกล่าวปิดงานเมื่อประมาณ 18.30 น. จากนั้นร่วมการร้องเพลงพระคุณที่สาม ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันแล้วแยกย้ายกันเดินทางกลับ


ผมได้ไปร่วมสังสรรต่อโดยไปกันทั้งหมดประมาณ 15 คน ในจำนวนนั้นมี 4 คนที่เป็นผุ้ร่วมงาน คณะเราไปทานอาหารร่วมกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์แถวสะพานควายด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง อาหารก็อร่อยดี สนุกสนานกันพอสมควรก่อนแยกย้ายกันเมื่อประมาณ 22.30 น.
เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่นี่
ผมเคยเยี่ยมเยียนเว็บบอร์ดของ CITEC มาประมาณปีกว่าแล้ว คิดจะสมัครดูแต่ไม่สำเร็จเพราะมีขั้นตอนในการสมัครที่ยุ่งยากพอสมควร กฎเกณฑ์ในบอร์ดเองก็เข้มงวดเหลือเกินใครทำอะไรผิดจะโดนแบนทันที ทำได้แค่สมัครสมาชิกกลุ่มข่าวทิ้งเอาไว้ แต่ใจหนึ่งก็ยังคิดว่าระบบระเบียบแบบนี้คงจะทำให้เนื้อหาที่อยู่ในบอร์ดมีคุณภาพมากทีเดียว
ผมขอสรุปเนื้อหาในการอบรมครั้งนี้เรียงตามลำดับเหตุการณ์ และต้องขอออกตัวไว้ก่้อนว่าเรื่องที่บรรยายนั้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากๆ สำหรับคนที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางนี้โดยตรงอย่างผม ขอสรุปตามความเข้าใจที่ผิวเผินเท่านั้น
1. พิธีเปิดและกิจกรรมกลุ่ม
พิธีเปิดเริ่มเมื่อประมาณ 9.30 น. โดย ดร.โกเมนทร์ พิบูลโรจน์ จาก THAICERT มาเป็นประธานในพิธีเปิด เนื้อหาของโอวาทนั้นนอกจากอาจารย์จะพูดถึงการสร้างเวทีเแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์แล้ว ท่านยังได้กล่าวถึงจุดประสงค์อีกประการของงานนี้ว่า อยากให้คนทำงานในวงการนี้ได้มีการปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ มากขึ้น เพราะดูเหมือนว่าคนที่ทำงานด้านไอทีมักไม่ค่อยพูดคุยกับใครหรือชอบทำงานคนเดียวซึ่งไม่ค่อยจะถูกต้องต้องนัก เพราะยังไงเรายังต้องใช้ชีวิตในสังคมเหมือนกัน
ต่อมาเป็นคุณวุฒิพงษ์ ประธานกลุ่มก็มาเล่าความเป็นมาของ CITEC ที่พัฒนามาจากกลุ่มนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (นานาชาติ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว กลายเป็นชุมชนผู้สนใจด้านความปลอดภัยที่เปิดรับบุึคคลที่สนใจโดยทั่วไปเป็นสมาชิกในวันนี้
(บรรยาย : แข่งกันเล่นเกมส์ Rayman)
จากนั้นเป็นกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ โดยการแบ่งกลุ่มย่อยกลุ่มละ 7 คน ให้ออกมาแข่งขันเกมส์ต่างๆ เช่น จับคู่แข่งกันทายชื่อเพื่อนอีกกลุ่ม ,หาตัวแทนมาเล่นเกมส์ Rayman ของเครื่อง Wii บ้าง สุดท้ายกลุ่มที่ชนะจะได้รางวัึลเป็นเสื้อยืดไป กิจกรรมนี้ก็สนุกสนานดีโดยเฉพาะการแข่งขันเกม Rayman นั้น มีกิจกรรมแปลกๆ สารพัดให้ได้ฮากันมากๆ
2. Code Injection by EdKung

Code Injection เป็นการ"แอบ" เอาโปรแกรมที่เราต้องการไปแทรกในโปรแกรมที่มีอยู่เดิม เมื่อผู้ใช้สั่งให้โปรแกรมนั้นทำงานก็เท่ากับสั่งให้โปรแกรมแปลกปลอมนั้นทำงานไปด้วย (ทำนองพวกโปรแกรม Rootkit มั้งครับ ??) สำหรับวิธีการทำนั้นอาจจะแบ่งเป็นสองแบบใหญ่ คือ Static กับ Dynamic
วิธี Static คือเปิดแก้แฟ้มโดยตรงโดยใช้ Debugger เข้ามาช่วย โดยแก้ในที่ว่างของโปรแกรมที่เรียกกันว่า Codecave สำหรับวิธี Dynamic จะไม่แก้ที่แฟ้มต้นฉบับแต่เป็นการแก้ไขขณะที่แ้ฟ้มที่ถูกเรียกใช้ สำหรับวิธีการย่อยๆ ทั้งหลายนั้นผมฟังไม่เข้าใจเลย จำได้แค่ว่ามีวิธีหนึ่งคือการ Hook Windows เท่านั้น
3. Simple Binding โดย Pspn.n

Binding คือการเอาโปรแกรมตั้งแต่สองตัวมารวมกันเป็นโปรแกรมเดียว ไม่เหมือนกับ Code Injection ที่เอาโปรแกรมแกรมหนึ่งไป"แทรก" ในอีกโปรแกรมหนึ่ง การ Binding เกี่ยวข้องกับเราในแง่ว่ามันคือวิธีการสร้าง Trojan หรือ Malware นั่นเอง โดยพ่วง Trojan มากับโปรแกรมปกติสักอย่างแล้วส่งมาให้เหยื่อคลิ๊ก
การ Binding โดยการนำแฟ้มทั้งสองมาต่อเชื่อมแบบธรรมดาๆ นั้น หากถูกส่งไปจะใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากโปรแกรมตรวจจับไวรัสจะคอยแสกนตลอดเวลา ดังนั้นจะต้องการเข้ารหัส บีบอัดโปรแกรมไม่พึงประสงค์เหล่านี้เืพื่อให้รอดการตรวจจับให้ได้ ซอพท์แวร์ที่ช่วยในการ Binding บางทีก็เรียกว่า Binder หรือ Crypter หรือ Packer
ในการสาธิตนั้น วิทยากรแสดงการ Binder จากรูปแบบพื้นฐานที่สุดคือ เอาโปรแกรม Notepad มารวมกับโปรแกรม Calculator ให้ดู เมื่อคลิ๊กแฟ้มที่สร้างขึ้นทั้งสองโปรแกรมจะขึ้นมาทำงานพร้อมกัน ต่อมาเป็นการลองแนบ Trojan เข้าไปกับโปรแกรม Notepad แบบธรรมดาซึ่งสามารถตรวจจับได้โดยโปรแกรมต้านไวรัส สุดท้ายเป็นการใช้ option ทำให้มีการเข้ารหัส และส่งไปตรวจสอบในเว็บที่ให้บริการตรวจสอบไวรัส แสดงให้เห็นเลยว่าแฟ้มนี้สามมารถผ่านตัวแสกนไวรัุสเกือบทั้งหมดไปได้
4. พักเที่ยงและช่วง Movies Previews
ระหว่างพักรับประทานอาหารเที่ยง มีรายการ Movies Preview โดยเลือกหนังที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์มาฉายเฉพาะฉากที่เกีึ่ยวกับความปลอดภัย พร้อมจะมีวิทยากรมาอธิบายว่าในภาพยนต์เขาทำอะไรกัน? เรื่องแบบนี้ทำได้จริงไหม? ตลอดช่วงเที่ยงรีวิวได้สัก 3-4 เรื่อง เท่าที่ผมจะได้มีเรื่อง Takedown และ Antitrust
แม้ว่ากิจกรรมนี้น่าสนใจแต่มาจัดพร้อมกับทานอาหารเที่ยงแบบนี้ การตอบรับจากผู้่ร่วมสัมนาเลยดูน้อยไปหน่อย
5. Authentication Security โดย TonHor

เป็นเนื้อการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการแสดงตนก่อนเข้าใช้ระบบ เนื้อหาหลักๆ คือ การใช้งาน John the Ripper เพื่อถอดรหัสผ่านของผู้ใช้ในระบบ Unix ,การใช้งานโปรแกรม Putty Key Generator เพื่อสร้างคีย์ , การใช้งานโปรแกรม Fail2ban เพื่อป้องกัน Brute Force , เทคนิคการใช้งาน ssh ของ John Scully และท้ายสุด Single Mode Authentication ของ Linux
คุณ TonHor มักจะแทรกมุขตลกๆ โดยเอาคลิปวิดิโอสนุกๆ ของลินุกซ์มาให้ดูกัน คลิปสุดท้ายมีการล้อเลียนเรื่องจอฟ้านิดหน่อย ขำใช้ได้เลย
6. Building a Secure Web Server โดย Jbn1233

เรื่องนี้เน้นไปที่การปรับแต่ง Apache บน Linux/Unix เป็นหลัก เนื้อหาประกอบด้วยภัยคุกคามของ Web Server พร้อมทั้งวิธีป้องกันและแก้ปัญหา แนะนำการใช้โมดุลของ Apache ได้แก่ mod_evasive , mod_status การ Disable PHP Shell ในแฟ้ม php.ini และการปรับแต่ง Iptable ให้จำกัด connection
ิสิ่งที่น่าสนใจคือคุณ jbn1233 สาธิตการใช้งานโปรแกรมต่างๆ เหล่านี้ โดยพาไปดูของจริงในเว็บที่ดูแลอยู่ แต่ละเว็บก็มีโหลดมหาศาล และเราก็คุ้นชื่อกันดี
7. Nmap the Valnerability Scanning โดย Bz3ro

โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลของเซอร์เวอร์ เพื่อให้ในการรักษาความปลอดภัยหรือเจาะระบบก็ได้ เนื้อหาในการบรรยายเป็นเรื่องการใช้คำสั่งสารพัดของ Nmap โดยละเอียดพร้อมตัวอย่าง
ภายหลังได้คุยกันถึงรู้ว่าคุณ bz3ro ยังเรียนอยู่ปี 4 เท่านั้นเอง และทำโครงงานปีสุดท้ายด้วยการพัฒนา IPS แบบโอเพนซอร์ส
8. Dirty Attack by Google Hacking โดย คุึณประธาน

เนื่องจาก Google มีความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูลของระบบเครือข่ายได้อย่างละเอียด เราสามารถนำสิ่งที่ Google เก็บไว้นั่้นมาใช้เป็นข้อมุลในการรักษาความปลอดภัย (หรือเจาะระบบ) ได้เช่นกันเนื้อหาในการบรรยายเป็นการใช้คำสั่งต่างๆ ของ Google ในการหาช่องโหว่ของระบบ
9. Art of Unpacking โดย Tummy

ในการพัฒนาซอพท์แวร์ต่างๆ จะีมีกระบวนการ Packing เพื่อป้องกันการ crack หรือไม่ให้ผู้อื่นสามารถศึกษาวิธีทำงานของโปรแกรมนั้นได้ อันจะนำไปสู่การหา Seriel หรือ Keygen ดังนั้นกระบวนการย้อนรอยการ Packing ก็คือการ Unpacking นั่นเอง
ศาสตร์เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Reverse Engineering เนืือหาบางส่วนจะคล้ายๆ กับเรือง Code Injection ในตอนเช้า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากในสุดเลยไม่ขอบรรยายอะไรมากกว่านึ้ รู้แต่ว่าดีบักเกอร์ที่เอามาสาธิตคือ Olly Debugger
10. พิธีปิดและกิจกรรมช่วงเย็น
ดร.โกเมนทร์ มามอบรางวัลต่างๆ พร้อมกล่าวปิดงานเมื่อประมาณ 18.30 น. จากนั้นร่วมการร้องเพลงพระคุณที่สาม ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันแล้วแยกย้ายกันเดินทางกลับ
ผมได้ไปร่วมสังสรรต่อโดยไปกันทั้งหมดประมาณ 15 คน ในจำนวนนั้นมี 4 คนที่เป็นผุ้ร่วมงาน คณะเราไปทานอาหารร่วมกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์แถวสะพานควายด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง อาหารก็อร่อยดี สนุกสนานกันพอสมควรก่อนแยกย้ายกันเมื่อประมาณ 22.30 น.
เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่นี่
15 พ.ย. 2551
อะไรเอ่ย คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ ?
เมื่อต้นปีที่บ้านมีการจัดงานฌาปนกิจศพของพ่อซึ่งมีญาติมิตรเพื่อนบ้านมาช่วยงานกันคลาคล่ำทำให้การจัดงานเป็นไปด้วยความราบรื่น ขณะนั้นได้ใช้บริการเช่าโลงเย็นจากร้านจัดงานศพในเมือง แม่ผมเปรยไว้ว่าวัดบ้านเราน่าจะมีโลงเย็นลักษณะนี้ไว้บริการชาวบ้านบ้าง เวลามีเหตุจำเป็นต้องจัดงานศพจะได้ติดต่อวัดทีเดียวเลย

หลังจากผ่านไปเก้าเดือน เงิน ช.พ.ส. ก็เหลืออยู่ แม่เลยทำบุญการบริจาคโลงเย็น โดยทำพิธีบังสุกุลร่วมกับญาติและเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน ผมเลยไปเก็บภาพโลงสวยๆ มาให้ชมกัน
ดูภาพทั้่งหมดได้ที่นี่
หลังจากผ่านไปเก้าเดือน เงิน ช.พ.ส. ก็เหลืออยู่ แม่เลยทำบุญการบริจาคโลงเย็น โดยทำพิธีบังสุกุลร่วมกับญาติและเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน ผมเลยไปเก็บภาพโลงสวยๆ มาให้ชมกัน
ดูภาพทั้่งหมดได้ที่นี่
14 พ.ย. 2551
สไลด์เรื่อง "ทิศทางสัมคมความรู้ในประเทศไทยในศตวรรษหน้า"
View SlideShare presentation or Upload your own.
(หากชมไม่สะดวกสามารถดาวน์โหลดเป็นเอกสาร pdf ขนาด 5 MB. ได้ที่นี่)
ผมได้สไลด์เรื่องนี้จากเมล์ใน Google Apps ของ กศน. ใช้ประกอบการบรรยายของอดีตปลัดกระทรวงศึกษาหมาดๆ ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ในการประชุมวิชาการของสมาคมห้องสมุดประเทศไทย
สิ่งที่ผมจำได้เกี่ยวกับอดีตปลัดฯ ท่านนี้คือ ท่านพยามพัฒนาระบบ IT ในสำนักปลัดฯ โดยใ้ช้ Google Apps ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถูกใจผมมาก นอกจะได้ของมีคุณภาพแล้วยังไม่ต้องเสียเงินมหาศาลอีกด้วย
8 พ.ย. 2551
การบรรยายของเรื่อง "บทบาทของไอทีในการประกอบวิชาชีพ" โดย อ.ยืน ภู่วรวรรณ
(ดาวน์โหลดเป็นเอกสาร .pdf ได้ที่นี่)
ระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของ มสธ. อ.ยืน ได้มาบรรยายให้ฟังในหัวข้อ "บทบาทของไอทีในการประกอบวิชาชีพ" ต่อไปนี้เป็นการสรุปประเด็นที่สำคัญๆ
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคสารสนเทศของโลก
ในภาคเศรษฐกิจนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนแปลงของสินค้าภาคบริการที่มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เทียบกับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ในสินค้าแต่ละชนิดนั้นเราจะพบว่าสัดส่วนราคาของเนื้อผลิตภัณฑ์จริงๆ นั้นก็ลดลงไปเรื่อยๆ ส่วนที่เกี่ยวของการตลาดและบริการกลับเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น แชมพูสระผม ในปัจจุบันราคาเนื้อแชมพูจริงๆ มีราคาน้อยลงมาก สิ่งที่เราจ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าการตลาด ค่าบรรจุภัณฑ์ ฯ
อาจารย์ได้ยกกรณีศึกษาของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มาอธิบายให้ฟังดังต่อไปนี้
วิถีชีวิตของคนจะเข้าสู่ Network-Centric Operation (NOC)
ระบบเครือข่ายจะเป็นศูนย์กลางและแล้วทุกคนจะอยู่ที่ขอบ ผิดไปจากในโลกเดิมนั้นอาจจะมีบางคนอยู่ตรงกลาง เพื่อชีวิตดำเนินไปแบบนี้อุปกรณ์ต่างๆในอนาคต ต้องสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายได้ทุกที่ทุกเวลาและไร้รอยต่อ สำหรับคำว่าไร้รอยต่อหายถึงเมื่อเปลี่ยนสถานที่ต่างๆ จะไม่มีการสะดุดหรือรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนอะไร ยกตัวอย่างเช่นการใช้ไวเลสแลน หากพัฒนาถึงระดับที่ไร้รอยต่อเมื่อเราต้องการเล่นไวเลสแลนที่ได้ จะเล่นได้เลยโดยไม่ต้องมาตั้งค่าเครือข่ายใหม่ ในขณะที่ปัจจุบันยังต้องมีการตั้งค่าอยู่บ้าง
สิ่งแวดล้อมทางสารสนเทศ(ICT Ecosystem)เปลี่ยนไป
เกิดสังคมไซเบอร์ สังคมดิจิตัล Web2.0 และสังคมแห่งการเรียนรู้ ขึ้นมา อาจารย์ได้ยกตัวอย่างพร้อมอธิบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Hi5 ,Facebook ,Raknarok ,Camfrog ,Wikipedia
สิ่งที่น่าสนใจคือ โลกที่สองในสังคมใหม่(Second Life) ซึ่งเราสามารถเข้าไปสู่โลกแห่งนี้ด้วยการอวตาร และเรียกตัวแทนของเราในโลกนี้ว่า Avatar ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นตัวการ์ตูนในเกมส์เท่านั้น สิ่งที่แทนเราในโลกไซเบอร์ได้ก็นับเป็น Avartar ด้วย โดยยกตัวอย่างว่า หากวันพรุ่งนี้ อาจารย์ติดธุระสำคัญ เลยอัดวิดิโอส่งไปให้นักเรียนที่มีชั้นเรียนในวันพรุ่งนี้เรียนแทน ก็นับวิดิโอนี้ว่า Avartar ด้วยเช่นกัน
เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ การเกิดสายพันธุ์ดิจิตัล(Digital Species)โดยมองว่า อุปกรณ์ดิจิตัล (ผมคิดว่าหมายรวมถึงซอพท์แวร์ต่างๆ ด้วย) เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู๋ร่วมกันกับมนุษย์ มีวิวัฒนาการเป็นไปตามทฤษฎีวิวัฒนาการ การแข่งขัน แตกหน่อ ผสมพันธุ์ กลายพันธุ์ ตัวอย่างของเผ่าพันธุ์นี้ได้แก่ 3G ,Ipod ,Iphone ,Blueray ,Wii ,Xbox เป็นต้น
การศึกษาก้าวไปสู่โลกเสมือนจริง(Virtual Mode)
การเปลี่ยนแปลงมีผลต่อการศึกษาดังต่อไปนี้
- คนเรียนรู้จากการ "ดู" มากกว่าการ "อ่าน"
- คนรุ่นใหม่สนใจหาความรู้ผ่านช่องทางใหม่หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ
- มีเครื่องมือที่ค้นหาความรู้ได้อย่างดี เช่น Google
- Wiki "Crowd 's sourcing" ทำให้มีองค์ความรู้เกิดขึ้นมากมาย
- คอมพิวเตอร์สร้างโลกใหม่เสมือนจริง
- ครูที่จะมีบทบาทมากในอนาคตคือ Google ,Youtube ,Wikipedia
หลักธรรมและจริยธรรมไอที (IT Ethics)
ให้คำนึงหลักของศีล หลักปฎิบัติด้านสังคม และกฎหมาย นอกจากนี้ย้งมีกฎทองคำ คือ "เราไม่ชอบอะไร ก็อย่าไปทำอย่างนั้นกับคนอื่น" มาประยุกต์ใช้ก้บการทำงานด้าน IT จะทำให้เราอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
3 พ.ย. 2551
การฝึกประสบการณ์วิชาชีพสารสนเทศธุรกิจ ของ มสธ. วันที่ 5/5
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการอบรม บรรยากาศเป็นไปแบบสบายๆ ช่วงเช้าไปพบกลุ่มย่อยเพื่อฟังอาจารย์ประจำกลุ่มสรุปกิจกรรมต่างๆ เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น สอบถามข้อข้องใจ ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับการฝึกประสบการณ์ฯ ครั้งนี้และเรื่องเกี่ยวกับการเรียนการสอนทั่วๆ ไป
ต่อมาช่วยกันแต่งคำขวัญของการฝึกปฎิบัติโดยให้แต่ละคนเสนอคำขวัญแล้วทั้งกลุ่มช่วยกันโหวตเลือก ก่อนออกจากห้องมีการกล่าวแสดงความรู้สึกด้วยเสียงสะอื้นนิดหน่อยของตัวแทนนัีกศึกษา ก่อนที่จะมอบของที่ระลึกเป็นแฟลชไดรว์ให้อาจารย์
จากนั้นพวกเราก็ไปที่ห้องประชุมใหญ่เพื่อร่วมกิจกรรมประกวดคำขวัญและทำพิธีิปิดการอบรม เมื่อเดินออกมานั้นคณะอาจารย์ทั้งหมดได้มายืนส่งเราที่ประตู ได้บรรยากาศซื้งอีกแล้ว ผมเดินไปลาอาจารย์ประจำกลุ่้มพร้อมกับเพื่อนๆ ครั้งนี้เป็นการลาจากจริงๆ (วันนี้ลากันหลายครั้ง) ก่อนที่จะแยกไปจากท่านไปทานอาหารเที่ยงและเดินทางกลับบ้าน
ข้อคิดจากกิจกรรมประกวดคำขวัญ
ผมเขียนเรื่องกิจกรรมประกวดคำขวัญแยกมาต่างหากเพราะเห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจ และมีแง่มุมให้คิดได้พอสมควร งั้นเล่าเลยละกัน
คำขวัญที่เข้าประกวดนั้นเป็นคำขวัญที่กลุ่มย่อยต่างๆ แต่งกันขึ้นมา ถ้าผมจำไม่ผิดมี 17 คำขวัญ เมื่อนำคำขวัญทั้งหมดมาแสดงหน้าเวทีจะมีการปิดชื่อของกลุ่มที่แต่งคำขวัญนั้น ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าคำขวัญนั้นเป็นของใคร นอกจากของกลุ่่มตัวเอง
เดิมผมสงสัยว่าจะให้โหวตให้คะแนนคำขวัญจำนวนมากๆ อย่างนี้ได้อย่างไร ตัวผมคงจำได้ไม่เกิน 3 คำขวัญ ปรากฎว่าอาจารย์พิธีกรได้ใช้วิธีโหวดที่ละคู่แล้วคัดออก เช่น นำคำขวัญที่ 1 มาโหวตแข่งกับคำขวัญที่ 2 คำขวัญใดชนะก็จะไปโหวตกับคำขวัญที่ 3 และ 4 ตามลำดับไปเรื่อยๆ
เมื่อโหวตไปจนถึงลำดับกลางๆ เราก็ได้คำขวัญที่ชนะคำขวัญอื่นๆ มาตลอด จนกระทั่งมาถึงการโหวตครั้งสุดท้าย คำขวัญสุดท้ายที่เข้ามาโหวตนั้นก็ไม่ได้ประทับใจผมเท่าไหร แต่ผมยกมือให้เพราะคิดว่า เชียร์มวยรองสักหน่อยเหอะ ปรากฎว่ารอบนั้นคนยกมือกันเต็มไปหมด ทำให้คำขวัญที่เข้ามาชิงตอนสุดท้ายชนะไปในที่สุด ท่ามกลางเสียงเฮ
ภายหลังผมมาถามเพื่อน 3-4 คนว่า ทำไมโหวตไปแบบนั้น ทุกคนตอบในแนวเดียวกันว่า อยากล้มแชมป์เก่าเฉยๆ เป็นซะงั้น(รวมทั้งตัวผมเองด้วย)
สถานที่และที่พัก
สำหรับการอบรมครั้งนี้เราพักที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ อาคารนี้มีทุกสิ่งเพียบพร้อมในการอบรมหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ที่พัก ห้องประชุมใหญ่ ห้องพบกลุ่มย่อย ห้องอาหาร ฯ เพียงแต่ในขณะนี้ห้องคอมพิวเตอร์ยังติดตั้งไม่สมบูรณ์ ทำให้มีเฉพาะกลุ่มผมเท่านั้นที่่ต้องเดินไปใช้ห้องคอมพิวเตอร์ที่อาคารพิทยพัฒน์ซึ่งห่างออกไปประมาณ 500 เมตร
ห้องพักเป็นห้องปรับอากาศ พักรวมกันห้องละ 4 คน น้องๆ ที่พักด้วยอีก 3 คนอายุประมาณ 20 กว่าๆ มาจากชลบุรี ฉะเชิงเทรา และเชียงใหม่ ในห้องโทรทัศน์ในห้องแต่สามารถชมได้ที่ห้องรวมซึ่งจะมีทุกๆ ชั้น แต่ในการอบรมครั้งนี้ไม่ยักเห็นใครเข้าไปใช้ คงเพราะเวลาไม่อำนวย
มสธ.คิดค่าใช้จ่ายทั่้งที่พักและอาหาร เป็นเงิน 2020 บาท หลังจากจ่ายแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายอะไรอีกเลย ในระยะ 5 วัน 4 คืืนต่อมา สำหรับอาหารที่เตรียมให้รสชาติก็ใช้ได้ ด้วยราคาขนาดนี้ถือว่าไม่แพงเลย
สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางศุนย์ฝึกอบรมพยามจัดให้ แต่ยังทำได้ไม่ดีนักคือบริการเรียกแท็กซี่ให้มารับถึงตัวอาคาร แต่ก็น่าเห็นใจ เพราะถึงแม้สามารถออกไปเรียกแท็กซี่ข้างหน้ามหาวิทยาลัยได้ ก็ยังใช้เวลาไม่น้อย
เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมที่หมดได้ที่นี่
การฝึกประสบการณ์วิชาชีพสารสนเทศธุรกิจ ของ มสธ. วันที่ 4/5
วันนี้เป็นวันหนักที่สุดของการอบรมเพราะเป็นวันที่ต้องนำเสนอผลงานกลุ่ม ผมออกจากห้องประมาณ 7.00 น. มารับงานจากหัวหน้ากลุ่มเขาไปแก้ไขจนนาทีสุดท้ายที่อาจารย์เข้ามาในห้อง ข้าวเช้าไม่ได้ท่าน กิจกรรมกลุ่มตอนเช้าก็โดด
เมื่อถึงช่วงนำเสนอปราฎว่างานของเราแม้ว่าไม่ค่อยสมบูรณ์แต่ก็ไม่ถึงกับน่าเกลียดอะไร เอาว่าพอกล้อมแกล้มเอาตัวรอดได้ ไม่ค่อยมีคำถามจากอาจารย์และเพื่อนๆ นัก คงเพราะไม่ค่อยมีอะไรให้ถามนั่นเอง (ฮา)

ตลอดช่วงบ่ายเป็นการแสดงธรรมเทศนาของหลวงพ่อจากวัดชลประทานฯ ผลจากการอดนอนจากเมื่อคืนทำให้ผมคำนับไปหลายครั้ง ่หลังจากทานกาแฟช่วงพักเบรคทำให้ช่วงท้ายตาสว่างขึ้นมาบ้าง
ในค่ำวันนี้มีกิจกรรม "สาระสังสรรค์" รูปแบบก็คล้ายกิจกรรมรอบกองไฟที่แต่ละสาขาจะจัดการแสดงมาให้ชม คั่นด้วยกิจกรรมรำวงบ้าง พิธีกรช่วยคุยอะไร ฮาๆ บ้าง ข้างนอกห้องมีการเตรียมของขบเคี้ยวเช่น ผลไม้ ถั่วทอด ข้าวเกรียบ เนื้อแดดเีดียว ฯ ไว้สำหรับผู้สนใจ แต่ห้ามนำเข้าไปทานในห้องประชุม ส่วนเครื่องดื่มนั้นเป็นน้ำอัดลมตามนโยบายปลอดแอลกอฮอล์

กิจกรรมที่สนุกทึี่สุดเป็น การประกวดดาวและเดือนของการฝึกประสบการณ์ครั้งนี้ โดยแต่ละสาขาจะส่งตัวแทนชายหญิงเข้าประกวดกัน สำหรับสาขาเรานั้นผู้ดำเนินงานได้นำดาวและเืดือนมาแนะนำตัวและขอความร่วมมือไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว
พอถึงเวลาจริงๆ ไปสะดุดตาน้องจากคณะศึกษาศาสตร์ เพราะช่วงร้องเพลงได้เพราะที่สุด แถมตอนตอบคำถามที่ถามว่า "คุณรักอะไรที่สุด" หลายคนตอบว่า พ่อ แม่ หรือตัวเอง แต่น้องคนนี้ตอบว่า "รักทุกๆ คนในห้องนี้" เรียกเสียงเฮไปได้ไม่น้อย เลยต้องโหวดให้ เสียดายที่ตอนเอาคะแนนโหวดไปให้พร้อมกับลูกโป่ง ไม่สามารถถ่ายภาพได้เลย เพราะลูกโป่งปิดหน้าปิดตาไปหมด

(บรรยายภาพ : ถ่ายได้ชัดที่สุดแค่นี้ครับ)
ผลการประกวดนั้น สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ได้อันดับหนึ่งของฝ่ายชาย ส่วนของฝ่ายหญิงนั้นตกเป็นของรัฐศาสตร์

ช่วงท้ายของกิจกรรมนี้เป็นการล้อมวงจับมือร้องเพลงของมหาวิทยาลัยก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเมื่อเวลา 22.30 น.

(บรรยายภาพ : พี่ฮุ้ง , คุณสุมะนะ , อ.วรัญญา )

(บรรยายภาพ : ส่วนหนึ่งของผู้เข้าประกวดดาวและเืดือนพร้อมทีมงานกำลังถ่ายภาพ )
เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมที่หมดได้ที่นี่
เมื่อถึงช่วงนำเสนอปราฎว่างานของเราแม้ว่าไม่ค่อยสมบูรณ์แต่ก็ไม่ถึงกับน่าเกลียดอะไร เอาว่าพอกล้อมแกล้มเอาตัวรอดได้ ไม่ค่อยมีคำถามจากอาจารย์และเพื่อนๆ นัก คงเพราะไม่ค่อยมีอะไรให้ถามนั่นเอง (ฮา)
ตลอดช่วงบ่ายเป็นการแสดงธรรมเทศนาของหลวงพ่อจากวัดชลประทานฯ ผลจากการอดนอนจากเมื่อคืนทำให้ผมคำนับไปหลายครั้ง ่หลังจากทานกาแฟช่วงพักเบรคทำให้ช่วงท้ายตาสว่างขึ้นมาบ้าง
ในค่ำวันนี้มีกิจกรรม "สาระสังสรรค์" รูปแบบก็คล้ายกิจกรรมรอบกองไฟที่แต่ละสาขาจะจัดการแสดงมาให้ชม คั่นด้วยกิจกรรมรำวงบ้าง พิธีกรช่วยคุยอะไร ฮาๆ บ้าง ข้างนอกห้องมีการเตรียมของขบเคี้ยวเช่น ผลไม้ ถั่วทอด ข้าวเกรียบ เนื้อแดดเีดียว ฯ ไว้สำหรับผู้สนใจ แต่ห้ามนำเข้าไปทานในห้องประชุม ส่วนเครื่องดื่มนั้นเป็นน้ำอัดลมตามนโยบายปลอดแอลกอฮอล์
กิจกรรมที่สนุกทึี่สุดเป็น การประกวดดาวและเดือนของการฝึกประสบการณ์ครั้งนี้ โดยแต่ละสาขาจะส่งตัวแทนชายหญิงเข้าประกวดกัน สำหรับสาขาเรานั้นผู้ดำเนินงานได้นำดาวและเืดือนมาแนะนำตัวและขอความร่วมมือไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว
พอถึงเวลาจริงๆ ไปสะดุดตาน้องจากคณะศึกษาศาสตร์ เพราะช่วงร้องเพลงได้เพราะที่สุด แถมตอนตอบคำถามที่ถามว่า "คุณรักอะไรที่สุด" หลายคนตอบว่า พ่อ แม่ หรือตัวเอง แต่น้องคนนี้ตอบว่า "รักทุกๆ คนในห้องนี้" เรียกเสียงเฮไปได้ไม่น้อย เลยต้องโหวดให้ เสียดายที่ตอนเอาคะแนนโหวดไปให้พร้อมกับลูกโป่ง ไม่สามารถถ่ายภาพได้เลย เพราะลูกโป่งปิดหน้าปิดตาไปหมด
(บรรยายภาพ : ถ่ายได้ชัดที่สุดแค่นี้ครับ)
ผลการประกวดนั้น สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ได้อันดับหนึ่งของฝ่ายชาย ส่วนของฝ่ายหญิงนั้นตกเป็นของรัฐศาสตร์
ช่วงท้ายของกิจกรรมนี้เป็นการล้อมวงจับมือร้องเพลงของมหาวิทยาลัยก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเมื่อเวลา 22.30 น.
(บรรยายภาพ : พี่ฮุ้ง , คุณสุมะนะ , อ.วรัญญา )
(บรรยายภาพ : ส่วนหนึ่งของผู้เข้าประกวดดาวและเืดือนพร้อมทีมงานกำลังถ่ายภาพ )
เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมที่หมดได้ที่นี่
การฝึกประสบการณ์วิชาชีพสารสนเทศธุรกิจ ของ มสธ. วันที่ 2/5 และ 3/5
ทุกๆ วันของการฝึกประสบการณ์ฯ จะมีการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ่ของนักศึกษาทั้งสามคณะไ้ด้แก่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ทั้งช่วงเช้าช่วงเย็น เช่น การสอนร้องเพลงของมหาวิทยาลัย เล่นเกมส์สนุึก สุ่มหาใครสักคนมาแสดงหน้าห้องแล้วก็แนะนำตัว เป็นต้น
สำหรับเวลาส่วนใหญ่นั้นใช้ไปกับเนื้อหาหลักของการอบรมคือ กิจกรรมวิชาการที่นักศึกษาแต่ละคณะจะแยกย้ายกันไปทำ สำหรับคณะวิทยาศาสตร์ฯ สาขาสารสนเทศธุรกิจ เป็นการศึกษาเรื่อง "การบริการโครงการโดยใช้โปรแกรมไมโครซอพท์โปรเจคท์"
ในช่วงเช้าวันที่สอง มีการบรรยายเรื่อง "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารโครงการ" โดย อ.สำรวย กมลายุตต์ เนื้อหาเป็นการสรุปแนวคิดต่างๆ ในการบริการโครงการ ตอนท้ายมีการเกริ่นเกี่ยวกับโปรแกรมไมโครซอพท์โปรเจคท์ให้ฟังนิดหน่อย

ต่อมาเป็นการแบ่งกลุ่มเพื่อฝึกปฎิบัติตามกลุ่มย่อยที่ได้แบ่งไปเมื่อวานแล้ว กลุ่มที่ 5 ของผมมีสมาชิก 25 คน ถูกแบ่งเป็น 5 กลุ่มย่อยแล้วเริ่มฝึกปฎิบัติในห้องคอมพิวเตอร์ นักศึกษาจะได้รับการแจกใบงานที่ละบทจนครบ 11 บาท บทที่ 1-10 เป็นงานเดี๋ยว ให้ทำงานตามที่กำหนดให้ โดยก่อนทำอาจารย์จะอธิบายและพาทำ เมื่อทำเสร็จกันหมดแล้วก็ขยับไปบทถัดไปเรื่อยๆ วันหนึ่งๆ เราฝึกกันจนกระทั่ง 22.00 น. นับว่าโหดไม่เบา สำหรับผมพอทำงานเสร็จชิ้นหนึ่งกำลัีงจะท่องเน็ตไร้สาระสักหน่อย ปรากฎว่าใบงานใหม่ก็มาอีก ทำให้ไม่สามารถเขียนบล็อกไปพร้อมกับการฝึกปฎิบัติได้

สำหรับเนื้อหานั้นเป็นการใช้งานโปรแกรมไมโครซอพท์เบื้องต้น ในการบริหารโครงการ ตั้งแต่ตั้งชื่อโครงการ กำหนดปฎิทิน ป้อนรายการทำงาน กำหนดทรัพยากร ฯลฯ และเริ่มใช้โปรแกรมนี้ในการแก้ปัญหาเช่น แก้ปัญหาทรัพยกรซ้ำซ้อน การเร่ิงโครงการ การลดงบประมาณ ฯลฯ
การฝึกปฎิบัติทุกวันจะเสร็จในเวลา 22.00 น. วันแรกเราทำได้ประมาณ 9 บท ส่วนวันที่สองนั้นเป็นบทที่ 10 และ 11 สำหรับบทสุดท้ายนั้นเป็นงานกลุ่มที่ให้แบ่งกลุ่ม ให้สมมติโครงการขึ้นมาเองแล้วลองบริหารโครงการโดยจำลองปัญหาจากบทที่ 1-10 แล้วมานำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น รวมถึงอธิบายที่มาที่ไปของโครงการให้ฟังพอสังเขปด้วย

(บรรยายภาพ : พี่แป๋มหัวหนัากลุ่มกับพี่ฮุ้ง ภาพนี้ถ่ายเมื่อประมาณตีสอง เอ๊ะ! อะไรเขียวๆ ใกล้โน้ตบุคส์เนี่ย ?)
กลุ่มผมสมมุติโครงการ "การพัฒนาสื่อการเรียน E-learning เรื่องระบบสุริยจักรวาล" พวกเราทำงานได้ช้ามาก อาจจะเกิดจากยังไม่เข้าในโปรแกรมนัก ต้องทำใหม่กันหลายรอบ บางคนก็มีภาระกิจไปประชุมคณะกรรมการรุ่นด้วย ยิ่งช้าเข้าไปใหญ่ ปรากฎว่าทำกันจนถึงตีสามครึ่งก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน ส่วนหัวหน้ากลุ่มก็หอบไปทำต่อที่ห้องอีก
เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมที่หมดได้ที่นี่
สำหรับเวลาส่วนใหญ่นั้นใช้ไปกับเนื้อหาหลักของการอบรมคือ กิจกรรมวิชาการที่นักศึกษาแต่ละคณะจะแยกย้ายกันไปทำ สำหรับคณะวิทยาศาสตร์ฯ สาขาสารสนเทศธุรกิจ เป็นการศึกษาเรื่อง "การบริการโครงการโดยใช้โปรแกรมไมโครซอพท์โปรเจคท์"
ในช่วงเช้าวันที่สอง มีการบรรยายเรื่อง "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารโครงการ" โดย อ.สำรวย กมลายุตต์ เนื้อหาเป็นการสรุปแนวคิดต่างๆ ในการบริการโครงการ ตอนท้ายมีการเกริ่นเกี่ยวกับโปรแกรมไมโครซอพท์โปรเจคท์ให้ฟังนิดหน่อย
ต่อมาเป็นการแบ่งกลุ่มเพื่อฝึกปฎิบัติตามกลุ่มย่อยที่ได้แบ่งไปเมื่อวานแล้ว กลุ่มที่ 5 ของผมมีสมาชิก 25 คน ถูกแบ่งเป็น 5 กลุ่มย่อยแล้วเริ่มฝึกปฎิบัติในห้องคอมพิวเตอร์ นักศึกษาจะได้รับการแจกใบงานที่ละบทจนครบ 11 บาท บทที่ 1-10 เป็นงานเดี๋ยว ให้ทำงานตามที่กำหนดให้ โดยก่อนทำอาจารย์จะอธิบายและพาทำ เมื่อทำเสร็จกันหมดแล้วก็ขยับไปบทถัดไปเรื่อยๆ วันหนึ่งๆ เราฝึกกันจนกระทั่ง 22.00 น. นับว่าโหดไม่เบา สำหรับผมพอทำงานเสร็จชิ้นหนึ่งกำลัีงจะท่องเน็ตไร้สาระสักหน่อย ปรากฎว่าใบงานใหม่ก็มาอีก ทำให้ไม่สามารถเขียนบล็อกไปพร้อมกับการฝึกปฎิบัติได้
สำหรับเนื้อหานั้นเป็นการใช้งานโปรแกรมไมโครซอพท์เบื้องต้น ในการบริหารโครงการ ตั้งแต่ตั้งชื่อโครงการ กำหนดปฎิทิน ป้อนรายการทำงาน กำหนดทรัพยากร ฯลฯ และเริ่มใช้โปรแกรมนี้ในการแก้ปัญหาเช่น แก้ปัญหาทรัพยกรซ้ำซ้อน การเร่ิงโครงการ การลดงบประมาณ ฯลฯ
การฝึกปฎิบัติทุกวันจะเสร็จในเวลา 22.00 น. วันแรกเราทำได้ประมาณ 9 บท ส่วนวันที่สองนั้นเป็นบทที่ 10 และ 11 สำหรับบทสุดท้ายนั้นเป็นงานกลุ่มที่ให้แบ่งกลุ่ม ให้สมมติโครงการขึ้นมาเองแล้วลองบริหารโครงการโดยจำลองปัญหาจากบทที่ 1-10 แล้วมานำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น รวมถึงอธิบายที่มาที่ไปของโครงการให้ฟังพอสังเขปด้วย
(บรรยายภาพ : พี่แป๋มหัวหนัากลุ่มกับพี่ฮุ้ง ภาพนี้ถ่ายเมื่อประมาณตีสอง เอ๊ะ! อะไรเขียวๆ ใกล้โน้ตบุคส์เนี่ย ?)
กลุ่มผมสมมุติโครงการ "การพัฒนาสื่อการเรียน E-learning เรื่องระบบสุริยจักรวาล" พวกเราทำงานได้ช้ามาก อาจจะเกิดจากยังไม่เข้าในโปรแกรมนัก ต้องทำใหม่กันหลายรอบ บางคนก็มีภาระกิจไปประชุมคณะกรรมการรุ่นด้วย ยิ่งช้าเข้าไปใหญ่ ปรากฎว่าทำกันจนถึงตีสามครึ่งก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน ส่วนหัวหน้ากลุ่มก็หอบไปทำต่อที่ห้องอีก
เพิ่มเติม
- ชมภาพกิจกรรมที่หมดได้ที่นี่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)