แฮร์รี พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์



ได้ยินกิตติศัพท์ของหนังสือชุดแฮร์รี พอตเตอร์ มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสอ่านสักทีภาพยนต์ก็ไม่เคยชม จนกระทั่งเห็นห้องสมุดประชาชนจังหวัดสุรินทร์ ซื้อมาเป็นชุด ใส่มาในกล่องคล้ายๆ หีบสมบัติ เลยลองยืมมาอ่านดู ผมใช้เวลาคืนเดียวอ่านจนเกือบจบ วันถัดมาอ่านแค่บทสุดท้ายก็จบ



เรื่องนี้เป็นเรื่องของแฮร์รี พอตเตอร์ เด็กกำพร้าอาศัยอยู่กับลุงและป้า เนื่องจากเขามีเชื้อสายของพ่อมดจึงต้องเดินทางไปเรียนในโรงเรียนพ่อมดฮอกวอตต์ ที่นั่นเขาได้ทราบถึงเรื่องราวที่พ่อแม่ถูกฆาตกรรมโดยพ่อมดชั่วร้ายโวลเดอร์มอร์ ตัวเขาเองก็เกือบถูกสังหารในเหตุการณ์นั้นแต่มีพลังพิเศษบางอย่างช่วยไว้และยังทำให้พลังพ่อมดชั่วตนนี้เสื่อมลงด้วย

โวลเดอร์มอร์ยังคงพยามหาทางครอบครองโลกให้ได้ เขาต้องการศิลาอาถรรพ์ที่ถูกเก็บไว้ในโรงเรียนฮอกวอตต์เพื่อฟื้นฟูพลัง จึงวางแผนร่วมมือกับบางคนในโรงเรียนเพื่อขโมยศิลาและกำจัดเสี้ยนหนามอย่างแฮร์รี พอตเตอร์ไปพร้อมกันด้วย

นอกจากเรื่องราวที่เต็มไปด้วยจินตนาการอันน่าสนุกสนานแล้ว เรื่องนี้ยังให้แง่คิดที่น่าสนใจ 2 ข้อคือ

1. เรื่องมักเกิ้ลกับพ่อมด
เรื่องนี้จะมีตัวละครสองประเภทคือ พวกที่มีและไม่มีพลังพิเศษ พวกที่มีพลังพิเศษจะถูกพวกหนึ่งเรียกว่า "พ่อมด" ในทางกลับคนพวกนี้ก็จะเรียกอีกพวกว่า "มักเกิ้ล"

มักเกิ้ลจะมองพวกพ่อมดว่าเป็นคนบ้าหรือเพี้ยน ในขณะที่พ่อมดเองก็มองมักเกิ้ลว่า เป็นพวกที่ไม่มีความสามารถ ในเรื่องนี้พวกเขาจะอาศัยอยู่ด้วยกันในโลกของพวกมักเกิ้ล พวกพ่อมดจะต้องระวังไม่แสดงเวทมนต์ออกมา ส่วนลูกๆ จะถูกส่งไปเรียนในโรงเรียนพ่อมด

ส่วนเหตุผลที่ไม่แสดงเวทมนต์นั้น แฮกริดได้อธิบายให้แฮร์รีฟังว่า เกรงว่าทุกคนจะใช้เวทมนต์ในการแก้ปัญหา (แล้วทำให้อะไรๆ วุ่นวาย ? - ผู้เขียน)

บางคนเขามองหาสิ่งที่สมบูรณ์แบบเมื่อได้แล้วจะยึดถือไว้ราวกับเป็นศาสนา เมื่อเจอสิ่งอื่นที่ผิดจากสิ่งที่ยึดถือจะเริ่มดูถูกทันที ลองดูบทสนทนาลักษณะนี้นะครับ
เขา - "นี่วิทยา โปรแกรมต้านไวรัสตัวไหน ดีที่สุด"
ผม - "มีดังๆ อยู่ 2-3 ตัวพี่ เอาสักตัวเหอะ"
เขา - "น่าจะมีตัวที่ดีที่สุดนะ"
ผม - "โถ มันเก็บเหมือนรถยนต์หน่ะพี่ โตโยต้า อิซูซุ มาสด้า ฟอร์ด อันไหนมันดีกว่าหล่ะ ถ้ามันมียี่ห้้อที่ดีที่สุดจริง ยี่ห้ออื่นมันจะเจ๊งเลยนะพี่ แต่มันก็ขายได้กันทั้งหมดนั่นแหล่ะ" (ใช้ได้กับ แฟ้ม สบู่ ยาสีฟัน หรือสินค้าทุกชนิดที่ไม่มีการผูกขาด)

พวกนี้รับไม่ได้กับคำพูดประเภท "ดีเหมือนๆ กันแหล่ะ" , "ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ" ฯลฯ

2. เรื่องการบรรยาย
ในเรื่องนี้เต็มไปด้วยสิ่งแปลกๆ ผู้ประพันธ์เขาต้องแสดงโดยใช้บรรยายโวหารมาก สำหรับคนที่เขียนบล็อกอย่างผมการดูตัวอย่างแบบนี้ก็มีส่วนช่วยให้เขียนบล็อกได้ดีขึ้น ตัวอย่างการบรรยายสภาพของบ้านดัดลีย์

"บ้านของครอบครัวดัดลีย์มีสี่ห้องนอน ห้องหนึ่งเป็นห้องของลุงเวอร์นอนกับป้าเพตทูเนีย อีกห้องสำหรับแขก(ซึ่งส่วนใหญ่คือป้ามาร์จ พี่สาวของลุงเวอร์นอน) ห้องหนึ่งเป็นห้องที่ดัดลีย์นอน และอีกห้องเป็นห้องที่ดัดลีย์เก็บของเล่นทั้งหมดและของอื่นๆ ที่เก็บไว้ที่ห้องนอนแรกของเขาไม่ได้

เพียงแค่เที่ยวเดียว แฮร์รีก็ขนของทุกอย่าที่เขามีจากห้องใต้บันไดขึ้นไปห้องชั้นบนได้ครบถ้วน เขานั่งบนเตียงและมองไปรอบๆ ห้อง เกือบทุกอย่างในห้องนี้เป็นของเสียหักพัง กล้องถ่ายหนังมีอายุแค่เดือนเดียววางกองอยู่บนรถถังคันเล็กๆ ที่ดัดลีย์เคยขับทับสุนัขของเพื่อนบ้าน ที่มุมห้องตั้งโทรทัศน์เครื่องแรกของดัดลีย์ ซึ่งเข้าใช้เท้าเตะทะลุจอเมื่อรายการโปรดของเขาถูกยกเลิก มีกรงใหญ่ที่เคยใส่นกแก้วแต่ดัดลีย์เอามันไปแลกปืนลมที่ตอนนี้วางอยู่บนหิ้ง ลำกล้องบิดเบี้ยวไปแล้วเพราะดัดลีย์นั่งทับมัน ชั้นอีกชั้นเต็มไปด้วยหนังสือ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวในห้องนี้ที่ดูเหมือนไม่เคยมีใครแตะต้อง"

ส่งท้าย
ก่อนจะได้อ่านหนังสืออยากจะหาภาพยนต์มาดูด้วย เมื่ออ่านจบผมก็ไม่อยากให้จินตนาการไปติดกับสิ่งที่ผู้กำกับวางไว้ สู้อ่านเอาดีกว่าและจะลองหาเล่มภาษาอังกฤษมาอ่านประกอบด้วยจะได้ฝึกภาษาไปในตัว สำหรับผู้ที่สนใจก็เชิญมายืมได้ที่ห้องสมุดประชาชนจังหวัดสุรินท์นะครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

การทำตัวอักษรเส้นประ

Jonathan Livingston : Seagull