เวทีเรียนรู้ครั้งที่สอง โครงการจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชนเข้มแข็งฯ (วันที่ 2/3)

ช่วงเช้า
วันที่สองของเวทีเรียนรู้เริ่มเมื่อเวลา 9.00 น. ด้วยกิจกรรมกลุ่ม หลังจากนั้นเป็นล้อมวงและนำเสนอคำตอบของคำถามจากภาพยนต์เรื่อง "เสียงกู่จากครูใหญ่" ที่ อ.ทรงพล ได้ให้ไว้เมื่อวาน


หลังจากอภิปรายแล้วก็มีการแจกแบบสอบถามเพื่อสำรวจความต้องการสองข้อคือ
1. ผู้เข้าร่วมเวทีต้องการให้ตนเองเชี่ยวชาญเรื่องอะไร ?
2. มีความสนใจจะเข้าร่วมพัฒนาชุมชนเรื่องอะไรบ้าง? ให้เลือกตอบ 3 ข้อ เรียงตามลำดับมากไปน้อย ตัวเลือกที่มีให้เลือกได้แก่ การเกษตร , การรักษาความปลอดภัย , สุขภาพ , การศึกษา , วัฒนธรรมประเพณี ฯลฯ

ถัดมาเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการรำตร็ด โดยวิทยากรพิเศษคุณกมนต์โรจน์ นิวัฒน์บรรหาร หรือคุณจุก ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องประเพณีรำตร็ดซึ่งเป็นประเพณีในช่วงสงกรานต์วันขึ้นปีใหม่ของเขมร ผู้รำจะมารวมตัวกันร้องเพลงแห่ไปตามทุกบ้านในหมู่บ้านเพื่อขอรับเงินและสิ่งของเพื่อร่วมทำบุญที่วัด เพลงที่ร้องจะมีจังหวะรื่นเริง มีเนื้อหาประกาศว่าถึงปีใหม่แล้ว ขอเชิญชวนให้ร่วมกันทำบุญ และมีบางเพลงก็มีเนื้อหาเกี้ยวพาราสี

ประเพณีนี้ในปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่ในตำบลกันตวจระมวล ชาวบ้านหลายคนได้ช่วยแลกเปลี่ยนความเห็นด้วย พร้อมช่วยร้องเพลงรำตร็ดในระหว่างการสาธิตด้วย


การรำตร็ดโดยทั่วไปเป็นกิจกรรมของชุมชนที่ชาวบ้านร่วมมือกันจัด จึงไม่ค่อยมีการกำหนดกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัดนัก แต่เมื่อต้องใช้แสดงในวาระพิเศษต่างๆ เช่น งานแสดงของช้าง หรือการประกวดแข่งขันระหว่างโรงเรียน อาจจะต้องมีการปรับปรุงให้มีความสวยงามมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

บรรยายภาพ : การสาธิตการรำตร็ด

คุณกมนต์โรจน์มีฝึกหัดฝึกหัดการรำตร็ดให้กับหน่วยราชการหลายๆ หน่วย ได้เล่าถึงการปรับปรุงรำตร็ดให้มีความสวยงามมากขึ้น เช่น การประดิษฐ์ท่ารำเพิ่มเข้ามาอีกสองท่า คือ ท่าดอกบัว และท่าโคเขางามโดยดัดแปลงมาจากการแสดงเรือมอันเร จำนวนผู้แสดงควรใช้ประมาณ 20 คน จะดูเหมาะสมไม่มากไม่น้อย วิธีการตีกลองแบบต่างๆ ฯลฯ นอกจากนี้ยังได้มีการสาธิตการแสดงอื่นๆ ให้ชมอีก เช่น การโจลมะม๊วด การเรือมอันเร กะโน๊บติงตอง

คุณกมนต์โรจน์ เล่าให้ฟังด้วยความภูมิใจว่า ตนเป็นลูกคนจีน บรรพบุรุษอพยพเข้ามาทางกัมพูชา ก่อนย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ จ.สุรินทร์ ตนมีความสนใจวัฒนธรรมเขมร ได้สนใจเรียนรู้ ฝึกหัด และแสดง มาตลอดชีวิต ปัจจุบันก็อายุ 60 ปีแล้ว ไม่เคยเห็นลูกคนจีนคนไหนที่สนใจศึกษาเรื่องนี้แบบตนเลย ด้วยความที่สนใจในศิลปะประเภทนี้ หากทราบว่าหน่วยงานไหนมีการฝึกหัดเยาวชนก็อาสาไปช่วยโดยไม่เคยคิดเงิน หรือแม้ไม่ได้รับเชิญก็ยังไปช่วย กระทั่งใช้เงินส่วนตัวออกาออกค่าเดินทางเพื่อไปร่วมแสดงวัฒนธรรมในต่างประเทศร่วมกับ ม.ราชภัฎสุรินทร์ด้วยตนเอง

สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกแปลกที่วันนี้เราได้มาเรียนรู้ประเพณีรำตร็ดกับคนที่มีเชื้อสายจีน แต่สำหรับผมคนที่เรียนภาษาเขมรโดยใช้หนังสือที่แต่งโดยชาวอเมริกันแล้วก็ไม่ค่อยแปลกใจอะไรนัก คนที่แสวงหาค้นคว้าอะไรจริงๆ สามารถเข้าใจเรื่องต่างๆ ลึุกซึ้งมากกว่าคนที่ได้รับมรดกความรู้นั้นเสียอีก

ช่วงบ่าย
อ.ทรงพล ให้ผู้เข้าร่วมเวทีแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 7 คน ร่วมแลกเปลี่ยนสิ่งที่ได้เรียนรู้ในช่วงเช้า โดยมอบหมายให้แต่ละกลุ่้มร่วมอภิปรายและนำเสนอ 2 เรื่องคือ
1. ข้อคิดจากการรำตร๊ด
ให้นำเสนอที่ละกลุ่มโดยเน้นให้สมาชิกที่ไม่เคยได้พูดมาเป็นผู้นำเสนอบ้าง
2. แนวทางฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น
มีการเล่นบทบาทสมมติโดยโดยเชิญคนที่ตอบแบบถามเมื่อเช้า ที่สนใจช่วยพัฒนาชุมชนด้านวัฒนธรรม (ซึ่งพบว่าคือกลุ่มเดียวกับที่มาช่วยสาธิตในการรำตร็ดนั่นเอง) จำนวน 3 คน มาเป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม แล้วให้แต่ละกลุ่มนำเสนอแนวทางฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นกับรัฐมนตรีเหล่านี้ ซึ่งจะให้พิจารณาว่าสามารถนำไปปฎิบัติได้หรือไม่ หากไม่เข้าใจก็ให้ซักถามรายละเอียดจนกว่าจะพอใจ


จากนั้น อ.ทรงพล ได้สรุปให้ฟังว่า กิจกรรมที่ผ่านมาทั้งหมดมีประสงค์ช่วยให้ผู้รับการอบรมได้ฝึก ฟัง พูด เขียน และแสดงให้เห็นว่า การสื่อสารกับผู้อื่นให้เข้าใจนั้นไม่ใช่เรื่องยาก

การจัดเวทีแต่ละครั้งจะพยามจัดให้เข้ากับวิถีชีวิตของชุมชน ครั้งนี้เน้นไปที่เรื่องวัฒนธรรม เพื่อให้เข้ากับเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึง คณะรัฐมนตรีสมมตินี้คือ ตัวอย่างของบุคลากรที่จะมาเป็นแกนนำช่วยดูแลวัฒนธรรมให้กับชุมชน

เวทีเรียนรู้ครั้งต่อไปจะจัดในเดือนพฤษภาคมตรงกับฤดูเพาะปลูกของชาวนา เวทีเรียนรู้ก็จะเน้นเรื่องการเกษตร


ต่อมาเป็นการฉายวิดิทัศน์เรื่อง
"การจัดงานประเพณีลอยกระทงของ อบต.บ้านดาว" ที่อาศัยการจัดการความรู้ช่วยวางแผนในการจัดงาน จากนั้นได้แบ่งกลุ่มอภิปรายเรื่อง "ปัญหาของการจัดกิจกรรมประกวดรำตร็ดของตำบลกันตรวจระมวลในปีที่แล้ว และแนวทางแก้ไข" เพื่อเตรียมตัวนำเสนอในวันพรุ่งนี้


หลังจากสิ้นสุดเวทีการเรียนรู้ เมื่อเวลา 17.30 น. แล้ว คณะวิทยากรได้มีการประชุมหารือกันประมาณ 1 ชม. ก่อนจะแยกย้ายไปพักผ่อน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก... จริงหรือ ?