แนวคิดเรื่องการตลาด

เห็นเรื่องนี้น่าสนใจเลยแปลมาให้อ่านกันครับ
http://weerasak.com/?p=826


อาจารย์ให้แนวคิดเรื่องการตลาดกับนักศึกษา
1. หากคุณเห็นสาวสวยในงานเลี้ยง คุณเดินเข้าไปหา และพูดว่า "ผมฐานะดี แต่งงานกับผมเถอะ" -นั่นคือการตลาดแบบทางตรง(Direct Marketing)
2. หากคุณอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนและเห็นสาวสวยในงานเลี้ยง เพื่อนคุณคนหนึ่งเดินไปหาเธอแล้วชี้มาทางคุณพร้อมพูดว่า "ผู้ชายคนนั้นฐานะดี คุณน่าจะแต่งงานกับเขานะ" - นี่คือการโฆษณา(Advertising)
3. เมื่อคุณเห็นสาวสวยในงานเลี้ยง คุณเดินไปหาเธอขอแลกเบอร์โทรศัพท์ไว้ วันถัดมาคุณโทรไปหาเธอ และพูดว่า "สวัสดีครับ ผมฐานะดี แต่งงานกับผมเถอะ" - นั่นคือ การขายทางโทรศัพท์ (Telemarketing)
4. เมื่อคุณเห็นสาวสวยในงานเลี้ยง คุณลุกขึ้นจัดเครื่องแต่งตัวให้ดี เดินไปหาเธอ บริการเครื่องดื่มให้ เปิดประตู(รถ)ให้ หากเธอทำกระเป๋าตกก็ช่วยเก็บ อาสาเป็นสารถี และพูดว่า "นอกจากนี้ ผมยังฐานะดีด้วย คุณจะแต่งงานกับผมไหม" - นี่คือ การประชาสัมพันธ์
5. เมื่อคุณอยู่ในงานเลี้ยง มีสาวสวยเดินมาหาคุณ พร้อมบอกคุณว่า "คุณฐานะดี จะแต่งงานกับฉันไหม?" - นั่นคือการจดจำตราสินค้า (Brand Recognition)
6. เมื่อคุณเห็นสาวสวยในงานเลี้ยง คุณเดินไปหาและพูดว่า "ผมฐานะดี แต่งงานกับผมเถอะ" และเธอก็ตบหน้าคุณฉาดหนึ่ง - นั่นคือ การตอบรับจากลูกค้า (Customer Feedback)
7. เมื่อคุณเห็นสาวสวนในงานเลี้ยง คุณเดินเข้าไปหา และพูดว่า "ผมฐานะดี แต่งงานกับผมเถอะ" และเธอก็แนะนำสามีเธอให้คุณรู้จัก - นั่นคือช่องว่างระหว่างอุปทานและอุปสงค์ (Demand and supply gap)
8. เมื่อคุณเห็นสาวสวยในงานเลี้ยง คุณเดินเข้าไปหา และก่อนจะพูดอะไร มีคนอื่นเข้ามาและบอกเธอว่า "ผมฐานะดี แต่งงานกับผมเถอะ" และเธอไปกับชายคนนั้น - แสดงว่าคุณกำลังเสียส่วนแบ่งการตลาด
9. เมื่อคุณเห็นสาวสวยในงานเลี้ยง คุณเดินเข้าไปหา ก่อนที่คุณจะพูดว่า "ผมฐานะดี แต่งงานกับผมเถอะ" ภรรยาของคุณก็มาถึง - นั่นคือข้อควรระว้งก่อนเข้าสู่ตลาดใหม่ (Restriction for Entering new market)

ความคิดเห็น

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า
Demand and Supply Gap???

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

C001-2.1 ดีไวซ์ไดรเวอร์ และโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์

Jonathan Livingston : Seagull

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก... จริงหรือ ?