1 มี.ค. 2553

สุรินทร์เอฟซี เปิดบ้านถล่ม หนองบัวลำพู 6-0

28 ก.พ. 53 ผมเพิ่งได้มีโอกาสเข้าการแข่งขันลีกฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลดิวิชันสองภาคตะวันออกเฉียงเป็นครั้งแรกของฤดูกาลหลังเริ่มมาได้สองสัปดาห์แล้ว โดยสัปดาห์นี้สุรินทร์ได้แข่งในบ้านตัวเองโดยพบกับ กฟผ.หนองบัวลำพูด ที่ สนามกีฬาศรีณรงค์

ปีนี้ทีมสุรินทร์เอฟซี มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง ที่สำคัญคือการย้ายสนามเหย้าจากสนามกีฬาจังหวัดมาเป็นสนามกีฬาศรีณรงค์ที่อยู่ติดๆ กัน ซึงมีสภาพสนามดีกว่ามาก ทำให้บัตรเข้าชมการแข่สำหรับอัฒจันทร์มีหลังคา ปรับจากเดิม 20 บาท เป็น 40 บาท และบัตรเข้าชมตลอดฤดูกาลก็ปรับเป็น 500 บาท ส่วนเสื้อเชียร์ปีนี้เป็นสีเขียวจำหน่ายในราคาตัวละ 200 บาท และชุดของนักกีฬาก็เปลี่ยนจากสีเหลืองมาเป็นสีเขียวเหมือนสีเสื้อแฟนคลับซะที สุดท้ายคือเวลาการแข่งขันปรับจากฤดูกาลที่แล้้วจะเริ่มเตะเมื่อ 16.00 น.มาเป็น 17.30 น.


ปีนี้ดูแล้วผู้ชมก็เข้ามาชมมากเหมือนเดิม แต่อัฒจันทร์กว้างขึ้นทำให้ีผู้ชมไม่แอดอัดเหมือนเมื่่อก่อนแต่ก็ทำให้มันดูโล่งๆ เห็นผู้ชมรวมกลุ่มกันเป็นกองเชียร์หลายกลุ่ม บางกลุ่มก็นำอุปกรณ์มาด้วย บางกลุ่มก็แค่นัดกันใส่เสื้อมาเหมือนกันและตะโกนพร้อมๆ กันก็มี


สำหรับเรื่องของการแข่งขันนั้น สุรินทร์ต้องเจอกับหนองบัวลำพูที่มีแต่ผู้เล่นที่รูปร่างสูงใหญ่ซึ่งเข้าใจว่าคัดกันมาตั้งแต่แรกเลย ครึ่งแรกนั้นเกมส์พอสู้กันได้ สุรินทร์ได้ไปสองประตูก่อนเพราะกองหลังของหนองบัวลำพูปล่อยให้หลุดจากการชิ่งสั้นๆ หรือไม่ก็ลากเข้าไปยิงดื้อๆ ได้ ส่วนครึงหลังนั้น หนองบัวลำพูดพยามเอาคืนเลยบุกขึ้นมามากขึ้น ส่วนสุรินทร์ก็ตั้งรับและคอยสวนกลับเป็นระยะ สุรินทร์นี่จะเน้นการบุกจากทางปีกขวาเป็นหลัก บางช่วงก็เหมือนจะเล่นฟุตบอลแต่ฟากนั้นอย่างเดียว ช่วงหลังๆ หนองบัวลำพูรั่วมากๆ สุรินทร์มาได้อีกสี่ลูกในครึ่งหลัง ทำให้ชนะขนาดลอย 6-0 อันนี้เป็นเรื่องที่น่าดีใจมากเพราะฤดูกาลที่แล้วนั้นสุรินทร์ไม่ค่อยชนะในบ้านเลย


ช่วงครึ่งหลังเดินไปนั่งใกล้ๆ กลุ่มเชียร์สุรินทร์ กลุ่มเขาก็เชียร์ได้สุภาพดี ไม่มีแอลกอร์ฮอล์ ไม่ตะโกนด่า ไม่โห่ พอใจหรือไม่พอใจก็ตบมือเอา แถวนั้นผู้ปกครองหลายคนก็ชอบมาลูกหลานเล็กๆไปชมฟุตบอลด้วยการที่เราแสดงมารยาทที่ดีก็คงจะทำให้เด็กๆ พวกนั้นเห็นตัวอย่างบ้าง เห็นพวกไม่พอใจแล้วตะโกนด่านักฟุตบอล กรรมการ โค้ช ฯ พวกนี้สว่นมากด่าทุกอย่างแต่ตัวเองก็ไม่ลงไปทำอะไรให้ดีขึ้น

ฟุตบอลเลิกเกือบสองทุ่ม ผมช่วยอุดหนุนเสื้อมาหนึ่งตัวก่อนกลับบ้าน

27 ก.พ. 2553

การสอนให้คิดตามทำตามง่ายกว่าสอนให้คิดริเริ่ม

แปลจากบทความ It's easier to teach compliance than initiative ของ Seth Godin

การคิดตามทำตามง่ายต่อการวัด ง่ายต่อการทดสอบ และง่ายในการสอน (ด้วยวิธี)การลงโทษเมื่อทำตามไม่ได้และให้รางวัลเมื่อทำตามได้แบบซ้ำๆ

เป็นการยากที่จะสอนให้นักเรียน 28 คนในห้องที่เงียบกริบให้รู้จักคิดริเริ่ม เป็นการยากที่จะโน้มน้าวเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาและมันเป็นสิ่งรบกวนการกระทำที่น่าเชื่อถือ

โรงเรียนทั้งหลายชอบสอนให้นักเรียนคิดตามทำตาม พวกเขาถนัดในเรื่องนั้น

กระทั่งเร็วนี้ บรรดาผู้ใช้บริการการฝึกอบรมก็ซื้อบริการฝึกให้คิดตามทำตามเป็นจำนวนมหาศาล ส่วนการคิดริเริ่มถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควรระวัง และไม่ถือว่าเป็นสินทรัพย์

แน่อน ปัจจุบันทุกสิ่งเปลี่ยนไปหมด กฏเกณฑ์ของสิ่งแวดล้อมถูกกำหนดใหม่ องค์การที่ฉลาดมองหานักแก้ปัญหาที่ฉลาด ยกเว้นสิ่งที่ยังคงเดิมคือ การสอนให้คิดตามทำตามยังคงง่ายกว่า(สอนให้คิดริเริ่ม)อยู่เสมอ

22 ก.พ. 2553

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำให้งานเสร็จเร็วที่สุดอาจไม่ใช่เครื่องที่เร็วที่สุด

ผมเพิ่งได้ข้อสังเกตเรื่องนี้มาด้วยเหตุีที่เดิมนั้นผมเอาเครื่องโน้ตบุคส์ส่วนตัวมาใช้ที่ทำงานเพราะมันทำงานได้รวดเร็วทันใจดี แต่ต้องเอากลับไปใช้ที่บ้านแทนเครื่องตั้งโต๊ะเริ่มงอแง

ในที่ทำงานผมก็ไปเอาโน้ตบุคส์เก่าๆ Toshoba A65 P4 3.0 GHz มาใช้แทน เครื่องนี้มันแสนอืดเพราะมีแรมแค่ 256 MB ทำเอาหงุดหงิดมากในช่วงแรกๆ แม้พยามแก้ปัญหาโดยฟอร์แมตเครื่องใหม่ลงอะไรใหม่หมดมันก็ยังช้าอยู่ดี แต่ที่ทนใช้เพราะผมคิดว่ายังไงจอมันเป็น LCD น่าจะถนอมสายตากว่าจอ CTR ของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ


พอเวลาผ่านไปสักอาทิตย์ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงข้ามกับที่เราคาดไว้ ผมสามารถทำงานได้เร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

เหตุเพราะนิสัยในการทำงานผมเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะ เดิมนั้นผมทำงานไป เปิดเว็บไปด้วย โหลดงานไปด้วย ฟังเพลงไปด้วย ออนไลน์ MSN และ Google Talk สุดท้ายกลายเป็นว่า ผมทำงานอย่างไม่มีสมาธิ สลับไปมางานนั่นบ้างนี่บ้าง ไม่ได้อะไรสักอย่าง

พอมาเจอเครื่องช้าๆ สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือ ต้องหยุดฟังเพลงๆ หยุดดาวน์โหลดงาน และปิดเว็บที่ไม่เกี่ยวออข้องออกไปให้หมด ไม่งั้นช้าจนทำอะไรไม่ได้ นี่ทำให้ผมหงุดหงิดในตอนต้นๆ แต่พอเริ่มชิน สมาธิที่ได้มาก็ทำให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ทำงานทีละชิ้นแม้จะช้านิดหน่อยแต่ก็เสร็จเป็นเรื่องๆ ไป

และช่วงสองสามวันนี้ผมต้องรันสคริปต์ภาษาไพธอนบนโน้ตบุคส์เพื่อแปลงฐานข้อมูลของโปรแกรมห้องสมุด ผลคือ ต้องไม่ออนไลน์ MSN และ Google Talk เพื่อให้เหลือทรัพยากรสำหรับงานดังกล่าว และผมยังพบด้วยว่า หากไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เนตเครื่องจะลื่นไหลมากขึ้น และผมก็คุ้นที่จะไม่เชื่อมอินเทอร์เนตตลอดเวลาบ้างแล้ว นี่ก็ทำให้ผมทำงานได้เร็วมากขึ้นอีก

เรื่องนี้ให้ข้ัอคิดหลายอย่าง เครื่องเร็วๆ ไม่ได้ทำงานเสร็จเร็วเสมอไป หากไ่ม่มีการจัดการที่ดีจะกลายเป็นว่าเครื่องยิ่งเร็วกลับทำให้งานช้าลงซะอีก เรื่องอื่นๆ ก็เหมือนกัน การมีอะไรเยอะกว่า มากกว่า สูงกว่า อาจจะไม่ได้ได้ทำให้ชีวิตเราดีกว่าก็ได้ นี่เป็นเรื่องที่น่าคิดทีเดียว

8 ก.พ. 2553

Visual Thinking Strategies

บังเอิญผมไปเห็นประกาศ เชิญเข้าร่วมสัมนาเรื่อง Visual Thinking Strategies (VTS) ในเว็บสำนักงาน กศน. ด้วยความสงสัยเลยลองค้นหาดูว่า VTS นี่คืออะไร


เว็บไซต์หลักอยู่ที่ www.vtshome.org ดูจากวิดิโอแนะนำ แนวการสอนนี้จะเป็นการนำภาพ(ที่เด็กไม่คุ้นเคย) มาให้เด็กดูแล้วครูก็ชวนเด็กสนทนาเกี่ยวกับภาพ อย่างเช่นภาพในตอนต้นของวิดิโอ ครูจะถามเด็กว่าทั้งบุคคลในภาพทั้งสามคนนี้เป็นอะไรกัน เมื่อเด็กตอบว่าเป็นแม่กับลูกสองคน ครูก็ถามต่อว่าทำไมคิดอย่างนั้น ? หรือ คนไหนเป็นพี่คนไหนเป็นน้อง? ทำไมถึงสันนิษฐานเช่นนั้น ? เด็กก็จะตอบไปตามประสบการณ์ของเขา ถามกันไปแลกเปลี่ยนกันไป

ดูคร่าวๆ แนวทางแบบนี้เป็นการฝึกใช้สมอง"ขุด" เข้าไปให้ลึกว่าที่เห็นด้วยตาแบบเผินๆ คำตอบเหล่านี้ไม่มีผิดไม่มีถูก ฝึกให้เด็กสร้างจินตนาการต่อไปจากสิ่งที่มองเห็น นอกจากนี้ยังช่วยฝึกทักษะอื่นๆ ให้กับเด็กอีกเช่น การพูด สร้างความมั่นใจในตนเอง ฯ ส่วนรายละเอียดก็เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้เลยครับ